เพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านด้วยวอลเปเปอร์

แปลงโฉมบ้านใหม่ให้มีสีสันและชีวิตชีวาตามสไตล์ของเจ้าบ้านและสมาชิกในครอบครัวได้ง่ายๆ ด้วยการติดวอลเปเปอร์ใหม่ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ก่อนจะเริ่มต้นลงมือเพิ่มลูกเล่นให้บ้านสวยด้วยวอลเปเปอร์ ลองศึกษาและทำความเข้าใจเทคนิคการเลือกวอลเปเปอร์ไว้เล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจกับการตัดสินใจสร้างสีสันให้ผนังบ้านของเรามากยิ่งขึ้น

คำนวณพื้นที่
หากคิดจะติดวอลเปเปอร์ควรเริ่มต้นจากการวัดพื้นที่เพื่อคำนวณปริมาณการใช้วอลเปเปอร์ให้เพียงพอ โดยวัดความกว้างและความสูงของผนังในแต่ละด้าน ก่อนจะนำมาคูณกันใช้หน่วยเป็นตารางเมตร ซึ่งวอลเปเปอร์สีพื้น ลายเล็ก และลายใหญ่ มีผลต่อระยะการต่อลายหรือเศษของวอลเปเปอร์ที่สามารถนำไปใช้กับพื้นที่หน้าต่าง ประตู หรือส่วนตกแต่งอื่นๆ

เช่น วอลเปเปอร์สีพื้นสามารถใช้ได้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะไม่บังคับการต่อลาย จึงเหลือเศษน้อย และติดได้พื้นที่มากกว่าแบบมีลาย ซึ่งวอลเปเปอร์ลายเล็กจะเสียเศษน้อยกว่าและสามารถติดได้พื้นที่มากกว่าลายใหญ่ เนื่องจากการใช้วอลเปเปอร์ลายใหญ่มีระยะการต่อลายมากจึงเสียเศษมากกว่า

เลือกขนาดและวัสดุ
ความยากง่ายในการติดวอลเปเปอร์ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของวอลเปเปอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งส่งผลต่อการทำความสะอาดและระยะเวลาการใช้งานในอนาคต

สำหรับขนาดของวอลเปเปอร์โดยปกติจะแบ่งเป็นวอลเปเปอร์หน้าแคบ ซึ่งเป็นวอลเปเปอร์ขนาดมาตรฐานที่ใช้งานกันทั่วไป และได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยขนาดหน้ากว้าง 53 เซนติเมตร และความยาว 10 เมตร สามารถรีดไล่ฟองอากาศได้ง่ายและรวดเร็วกว่าวอลเปเปอร์ชนาดหน้ากว้างที่มีขนาดตั้งแต่ 70-150 เซนติเมตร และความยาวต่อม้วนประมาณ 10-50 เมตร รวมถึงวอลเปเปอร์ชนิด Border เป็นวอลเปเปอร์แถบคาดขนาดเล็กประมาณ 5-50 เซนติเมตร

ขณะที่ชนิดวัสดุยังมีให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น วอลเปเปอร์กระดาษ ซึ่งต้องใช้ความสามารถในการติดสูง เพราะกระดาษบอบบางและขาดง่ายเวลาโดนกาว หรือการรีดไล่ฟองอากาศที่ต้องระมัดระวัง รวมถึงการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดอาจจะทำให้สีหลุดลอกซีดจาง หรือเป็นรอยด่างได้ เช่นเดียวกับวอลเปเปอร์โฟมที่ติดตั้งยาก เพราะเนื้อกระดาษซึมกาวและแห้งเร็ว ทำให้ต้องระวังวอลเปเปอร์ขาด ทั้งยังต้องพยายามติดให้เสร็จก่อนกาวแห้ง เพื่อไม่ให้งานเสียหายหรือเห็นรอยต่อการติดชัดเจน

ดังนั้น เราอาจจะเลือกใช้วอลเปเปอร์ไวนิลที่การต่อลายง่ายกว่าประเภทอื่น ทั้งยังมีความเหนียวและแข็งแรงไม่ขาดง่าย โดยสามารถยืดตัวได้มากเมื่อโดนกาว รวมถึงวอลเปเปอร์ประเภทผ้าที่ส่วนใหญ่เป็นแบบหน้ากว้าง ซึ่งการต่อลายนิยมใช้วิธีประกบตัด ด้วยคัตเตอร์กรีดครั้งเดียว โดยนำชิ้นหลังเกยทับชิ้นแรกประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อช่วยอำพรางรอยต่อให้เรียบเนียน

สีและลายให้แมตช์กับห้อง
วอลเปเปอร์แต่ละสีให้ความรู้สึกและบรรยากาศที่แตกต่างกัน นอกเหนือจากความชอบส่วนตัวของเราและสมาชิกในครอบครัว เรายังต้องคำนึงถึงการใช้งานในแต่ละห้อง สีของเฟอร์นิเจอร์ แสงไฟ และแสงสว่างที่ส่องกระทบวอลเปเปอร์ ซึ่งการเลือกใช้สีสำหรับวอลเปเปอร์ทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นสีโทนร้อน สีโทนเย็น และสีกลางที่อาจจะใช้แบบผสมผสานกันหรือเลือกใช้สีโทนใดโทนหนึ่งในห้องได้

สีโทนร้อน (warm color) เช่น แดง ส้ม ทอง เหลือง เป็นต้น สามารถใช้เน้นผนังบางส่วน เพื่อสร้างความโดดเด่น หรือเลือกใช้บางพื้นที่เมื่อเทียบกับองค์ประกอบโดยรวมของการตกแต่งห้อง รวมถึงการเล่นระดับสีให้ลดลงแบบวอลเปเปอร์สีเอกรงค์ (monotone) เช่น แดง ส้ม หรือ ส้ม เหลือง เพราะการใช้สีโทนร้อนในปริมาณมากจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนและอยู่ในห้องไม่ได้นาน

สีโทนเย็น (cool color) เช่น น้ำเงิน ม่วง คราม เขียวแก่ เป็นต้น เพราะสำหรับการตกแต่งห้องที่ใช้พักผ่อน ห้องทำงานของผู้บริหารที่ต้องการบรรยากาศความสงบและน่าเชื่อถือ ทั้งยังช่วยสร้างความรู้สึกความเป็นธรรมชาติ ร่มเย็นและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

สีโทนกลาง (neutral color) เช่น สีขาว ดำ เทา น้ำตาล ครีม เป็นต้น เหมาะสำหรับการผสมคู่กับโทนสีอื่น โดยสามารถอยู่คู่กับทุกโทนสี เพื่อให้ความรู้สึกราบเรียบและสะอาดตา ทั้งยังสามารถช่วยลดความฉูดฉาดหรือการกระตุ้นอารมณ์ของสีโทนร้อนได้

ส่วนการเลือกลายวอลเปเปอร์แบ่งออกเป็นวอลเปเปอร์ลายใหญ่หรือสีเข้มควรเลือกใช้เฉพาะบางส่วนของห้อง เช่น พื้นที่หัวเตียง หรือส่วนที่ต้องการเน้นให้โดดเด่นขึ้นมา แต่ไม่ควรใช้กับผนังทุกด้านภายในห้อง เพราะจะทำให้รู้สึกอึดอัด คับแคบ รกสายตา และเบื่อง่าย ทั้งยังสิ้นเปลืองงบประมาณจากระยะการตัดต่อลายใหญ่ที่มักจะเสียเศษมากกว่า

ในทางตรงกันข้ามวอลเปเปอร์ลายเรียบหรือลายเล็กจะช่วยให้รู้สึกว่าขนาดห้องกว้างขวางขึ้น สว่าง และดูสบายตา รวมถึงการต่อลายยังเสียเศษน้อยกว่า จึงเหมาะกับการตกแต่งห้องขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัดหรือห้องที่มีการตกแต่งรายละเอียดมาก รวมถึงห้องที่มีการบิลท์อินเฟอร์นิเจอร์

นอกจากนั้น เรายังสามารถเลือกใช้วอลเปเปอร์ลายทาง เพื่อช่วยให้ห้องดูโปร่งหรือสูงขึ้นสำหรับห้องเพดานเตี้ย รวมถึงการเลือกวอลเปเปอร์ให้เข้ากับสไตล์การแต่งห้อง ด้วยการผสมหลายโทนสีในแนวเดียวกัน หรือตัดกันเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นได้ หรือจะทำวอลเปเปอร์ DIY ด้วยตนเองก็ได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก https://www.ddproperty


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494