ประโยชน์ของการติดผ้าม่าน

ประโยชน์ของผ้าม่านซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงเรื่องของการบังแสงแดดบริเวณหน้าต่างหรือประตูเป็นหลักๆ และผ้าม่านอาจจะถูกมองข้ามไปได้ง่ายเมื่อคิดจะแต่งบ้านหรืออาจจะอยู่ในตัวเลือกเป็นลำดับสุดท้าย แต่หารู้ไม่ว่าผ้าม่านก็เป็นส่วนสำคัญของบ้านเช่นกัน ผ้าม่านนั้นมีประโยชน์หลายๆอย่างที่คุณอาจจะยังไม่ทราบ มาดูประโยชน์แต่ละด้านของผ้าม่านกัน

ประโยชน์ของผ้าม่าน

 

 

1. ป้องกันแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้าน

 

ผ้าม่านมักเป็นตัวเลือกแรกๆที่มักจะนึกถึงในการใช้เพื่อป้องกันแสงแดดที่ส่องเข้ามาในบ้าน หากต้องการป้องกันเฉพาะแสงแดดสามารถเลือกใช้ผ้าม่านแบบปกติทั้วไปได้หรือหากต้องการป้องกันแสงด้วยผ้าม่านชนิดที่ป้องกันแสงได้ในตัวเองก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยผ้าชนิดนี้สามารถควบคุมแสงที่ลอดเข้ามาในห้องได้ตามความต้องการของผู้อาศัย จะให้สว่างหรือมืดมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการเปิดรับแสงของหน้าต่าง และยังช่วยให้สีเฟอร์นีเจอร์และอุปกรณ์ต่างๆในห้องไม่ซีดจากการที่โดนแสงแดดแรงๆอีกด้วย

 

2. แบ่งห้องเป็นสัดส่วน 

 

ผ้าม่านยังสามารถแบ่งห้องให้เป็นสัดส่วนช่วยคราวได้เนื่องจากมีรางทำให้เปิดปิดเพื่อกั้นเป็นห้องได้ ตัวอย่างนี้จะเห็นได้ตามห้องลองเสื้อผ้าเล็กๆในร้านขายเสื้อ และด้วยผ้าเนื่องด้วยผ้าม่านก็จัดเป็นฉนวนความร้อนประเภทหนึ่งจึงสามารถใช้ลดขนาดของห้องเพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิ์ภาพมากขึ้น

 

3. พลางสายตาจากคนภายนอกและภายใน

 

หากเป็นบ้านปลูกใกล้ชิดกับเพื่อนบ้านมากๆ การใช้ผ้าม่านช่วยบดบังสายตาจากคนภายนอกเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนในบ้านได้ หรือถ้าหากรอบบริเวณบ้านของเรามีวิวสวยๆก็รวมม่านไว้ก็ใช้โชว์วิวความงามจากภายนอกได้ หรือถ้าหากทรรศนียภาพรอบบ้านไม่น่ามองนัก ผ้าม่านก็จะปิดบังทัศนียภาพนั้นไว้ให้ได้ ทำให้ลืมเรื่องวิวที่ไม่น่ามองไปเลย

 

4. ป้องกันเสียงและเก็บเสียง

 

ผ้าม่านบางชนิดมีส่วนที่จะช่วยลดเสียงที่เข้ามาจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง ช่วยซับเสียงเพื่อลดเสียงสะท้อนในห้องโฮมเทียเตอร์

 

5. ตกแต่งห้อง

 

สำหรับการตกแต่งห้องผ้าม่านถือเป็นวัสดุที่ทำหน้าที่ได้ชัดเจนเช่นกันช่วยเพิ่มความเด่นขึ้นมาได้ หรือเพิ่มความหรูของห้องได้ด้วย และหากห้องมีเพียงผนังทาสีจะให้ความรู้สึกกระด้าง กดดันได้ ผ้าม่านจะช่วยให้บรรยากาศห้องดูเป็นกันเองมากขึ้น และเพิ่มชีวิตชีวาให้ห้องนั้นๆได้เช่นกัน หรือในกรณีที่ผนังห้องด้านข้างหน้าต่างหรือประตูมีรอยราวหรือรอยตำหนิก็สามารถใช้ผ้าม่านเพื่อปกปิดตำหนิของผนังได้โดยอาจจะเผื่อของผ้าม่านให้มากกว่าปกติดเพื่อช่วยในการบังผนังในส่วนที่มีปัญหาได้

 

ขอบคุณ บทความ :  ร้านขายผ้าม่าน.com
ขอบคุณ  รูปภาพ   : http://www.lhliving.com/


เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

 
ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559

 
banner-ep-decor-new-s

แต่งสวนหลังบ้านให้เป็นชายหาดทะเลสวยๆ

ไม่ว่าจะเป็น เม็ดทราย เปลือกหอย หิน ฯลฯ บ้านหลังไหนที่มีสระว่ายน้ำด้วยแล้วยิ่งทำให้เหมือนกับว่าได้อยู่ใกล้ะทเลจริงๆ ไปชมกันว่าการแต่งสวนหลังบ้านให้เหมือนชายทะเลนั้นมีไอเดียแบบไหนบ้าง

แขวนเปลแบบชายทะเลพร้อมเทพื้นด้วยทราย

แต่งสวนหลังบ้าน
แต่งสวนหลังบ้าน

แต่งสวนหลังบ้านด้วยเปลือกหอย

แต่งสวนหลังบ้าน

นำเสาไม้เก่าๆมาแต่งสวนเพิ่มความเก๋

แต่งสวนหลังบ้าน

นำเปลือกหอยมาเป็นภาชนะสหรับใส่ผลไม้ในสวน

แต่งสวนหลังบ้าน

แต่งสวนหลังบ้านด้วยโคมไฟเก๋ๆ

แต่งสวนหลังบ้าน

สวนหลังบ้านแบบมีชั้นลอย

แต่งสวนหลังบ้าน

โต๊ะปลาหมึกเพิ่มบรรยากาศริมทะเล

แต่งสวนหลังบ้าน

แต่งสวนด้วยหินและรูปปั้นปลาดาว

แต่งสวนหลังบ้าน

หัวเรือที่ไม่ได้ใช้งานก็นำมาแต่งสวนได้

แต่งสวนหลังบ้าน

ไอเดียฝักบัวล้างตัวสำหรับบ้านที่มีสระว่ายน้ำ

แต่งสวนหลังบ้าน

โต๊ะตกแต่งด้วยรูปปั้นปลาดาว

แต่งสวนหลังบ้าน

วาดวิวทะเลใส่ผนังเพิ่มความเป็นบรรยากาศทเลมากขึ้น

แต่งสวนหลังบ้าน

ตะเกียงโคมไฟ DIY จากแก้วโหลดเหลือใช้

แต่งสวนหลังบ้าน

แขวนตะเกียงกับต้นไม้เพื่อแต่งสวน

แต่งสวนหลังบ้าน

นำไม้พายเรือมาแต่งสวนก็ได้

แต่งสวนหลังบ้าน

นำเชือกป่านมาพันรอบกระถางเพิ่มความวินเทจ

แต่งสวนหลังบ้าน

เซิร์ฟบอร์ดก็สามารถแต่งสวนได้เช่นกัน

แต่งสวนหลังบ้าน

กระถางเหลือใช้นำมาทาสีเป็นไอเดียแต่งสวนที่ประหยัด

แต่งสวนหลังบ้าน

นำเศษมาหรือของเหลือใช้มาแขวนตามกำแพง

แต่งสวนหลังบ้าน

โต๊ะแต่งสวนกลางแจ้งที่ทำจากของเหลือใช้

แต่งสวนหลังบ้าน

เศษไม้เก่า + ตุ๊กตาปลาดาวก็แต่งสวนได้

แต่งสวนหลังบ้าน

เปลือกหอยมุกนำมาประดับโต๊ะนั่งเล่น

แต่งสวนหลังบ้าน

 

เก้าอีแขวนสำหรับนั่งพักในสวน

แต่งสวนหลังบ้าน

โต๊ะไม้แต่งด้วยห่วงยาง

ทางเดินในสวนปูด้วยหิน

สำหรับคนที่ชื่นชอบการจัดสวนขนาดใหญ่ทางเดินในสวนจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่สวนขนาดใหญ่ เพื่อให้เราสามารถเดินชมสวนได้โดยพื้นหญ้าไม่ตายเพราะการเดินเหยียบหญ้าบ่อยๆนั้นจะทำให้หญ้าบริเวณนั้นตายได้ง่ายๆ  เราได้รวบรวมภาพตัวอย่างแบบทางเดินสวนสวยๆและการจัดสวนให้เข้ากับทางเดิน ซึ่งทางเดินสวนตามภาพตัวอย่างนี้เราจะใช้หินเป็นวัสดุหลักเพราะมีความทนทานและเราสามารถออกแบบเองไม่ต้องจ้างช่างมาทำให้เสียงบประมาณ

ไอเดียแบบทางเดินในสวน
– ปูด้วยหินขนาดเล็ก ไอเดียนี้เป็นการนำหินที่มีขายสำเร็จรูปมาปูพื้นเรียงกัน เป็นไอเดียธรรมดาเรียบๆแต่ดูสวยงาม
– ปูด้วยหินคละรูปทรง เป็นการทำทางเดินในสวนด้วยหินที่มีหลากหลายรูปทรงลักษณะคล้ายกันกับการปูด้วยหินขนาดเล็กแต่จะดูมีลูกเล่นมากกว่า
– ปูด้วยหินขนาดใหญ่ เป็นสไตล์การทำทางเดินในสวนด้วยหินปูพื้นขนาดใหญ่ วางห่างกันพอสมควรโดยพื้นที่ว่างที่เหลือจะก้อนหินหรือกวดขนาดเล็กวางในพื้นที่ว่าง
– ปูด้วยหินขนาดใหญ่แซมด้วยหญ้า ลักษณะคล้ายด้านบนคือการวางทางเดินสวนด้วยหินขนาดใหญ่ห่่างกันพอสมควรแต่จะใช้หญ้าปลูกช่องว่างระหว่างพื้นหินที่วางปูพื้นแทน

ยังมีแบบอื่นสำหรับการวางหินเพื่อทำเป็นทางเดินสวน บางคนอาจจะใช้ข้อดีของแต่ละแบบมาผสมผสานกันหรืออาจจะใช้ของเหลือใช้ภายในบ้านแทนเป็นการรีไซเคิลของเ่ก่าเพื่อก่อประโยชน์ให้กับบ้านของเราเอง

แบบทางเดินในสวนสวยๆ

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน
ทางเดินในสวน

 

ทางเดินในสวน

ขอบคุณบทความและรูปภาพ จาก : http://www.babbaan.in/

สร้างบ้าน เริ่มต้นอย่างไร ??

ในการสร้างบ้านสัก 1 หลัง แม้ว่าบ้านหลังนั้นจะเป็นเพียงบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ หรือบ้านสองชั้นสำหรับสมาชิกไม่กี่คนใครอบครัว อย่างไรเสียก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการสร้างบ้านนั้นใช้งบประมาณเป็นตัวเลขหลายหลัก ส่วนใหญ่ก็ตัวเลขหกหลักขึ้นไป มิหนำซ้ำเรายังต้องอยู่กับบ้านหลังนั้นไปอีกหลายสิบปี แล้วแบบนี้เราจะยังไม่มองว่าการสร้างบ้านเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ต้องควรใส่ใจได้อย่างไร

สร้างบ้าน
สร้างบ้าน

อันดับแรกของการสร้างบ้าน หลายๆ คนคงต้องรอความพร้อมในเรื่องของเงินทุน ซึ่งนี่คือสิ่งสำคัญมากๆ ที่จะให้การก่อร่างสร้างบ้านดำเนินไปได้ และเมื่อเรามีเงินทุนที่พร้อมต่อการสร้างบ้านในจำนวนหนึ่ง อันดับต่อไปของการเตรียมตัวสร้างบ้านของเราก็คือ การหาแรงบันดาลใจ inspiration หรือถ้าหากยังนึกไม่ออกจริงๆ อาจจะมองหานิตยสารสักเล่ม บทความที่น่าสนใจ หรือกระทู้เกี่ยวกับบ้านจากเว็บไซต์หลายๆ แห่งมาคัดกรองให้ได้แนวทางและแบบที่ตรงใจเรามากที่สุด จากนั้นจึงเข้าไปหาบริษัทที่รับสร้างบ้าน ซึ่งในท้องตลาดมีตัวเลือกมากมายให้เราได้เลือกเฟ้น ซึ่งมีตั้งแต่บริษัทรับออกแบบ้าน รับสร้างบ้าน ตกแต่งภายใน หรือแม้แต่บริการครบวงจร One Stop Service ก็มี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทรับสร้างบ้านเหล่านี้ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการสร้างบ้านแก่ผู้ที่สนใจโดยละเอียด ดังนั้นหากใครที่วางแผนจะสร้างบ้าน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร และนอกเหนือไปจากการหาข้อมูลภายในโลกอินเตอร์เน็ทเองเพียงคนเดียวแล้ว การเดินหน้าเข้าไปหาบริษัทที่รับให้คำปรึกษาในการสร้างบ้าน และมีบริการสร้างบ้านถือเป็นอีกวิธีการที่ดีวิธีหนึ่ง เพราะทำให้เราได้เข้าไปพูดคุย สอบถามเกี่ยวกับปัญหาในการสร้างบ้านของเรา พร้อมทั้งยังได้รับคำแนะนำมากมายในการสร้างบ้านกลับมาอีกด้วย

บริษัทรับสร้างบ้าน โดยส่วนใหญ่มักพรั่งพร้อมไปด้วยทีมงานมืออาชีพ ทั้งวิศวกร สถาปนิก ช่างรับเหมาก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งถือว่าครบวงจรมากๆ ในการพร้อมให้คำปรึกษาเละรับสร้างบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม เจ้าของบ้านผู้ว่าจ้างปลูกสร้างเองก็ควรทราบถึงขั้นตอนในการดำเนินการขั้นต่างๆ เล็กน้อย เพื่อความสะดวกในการตรวจเช็คความคืบหน้าการสร้างบ้านด้วยตนเอง ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวในการสร้างบ้านได้แก่

เตรียมความพร้อมก่อนสร้างบ้าน

1.    ขั้นตอนการออกแบบบ้าน ในส่วนนี้จะเป็นการพูดคุยปรึกษาการออกแบบกับสถาปนิก วิศวกรโครงสร้างจนกว่าจะได้แบบบ้านที่สวย ถูกใจ และมีการประเมินราคาวัสดุก่อสร้างแบบคร่าวๆ ในการก่อสร้างจริงตามงบประมาณที่เจ้าของบ้านได้เตรียมไว้
2.    การประมาณราคาในการก่อสร้าง ข้อนี้สามารถคุยกับบริษัทรับสร้างได้เลยว่าเจ้าของบ้านนั้นมีความสะดวกจะจ่ายแบบตีเหมา คือทั้งค่าแรงและค่าวัสดุจะให้บริษัทรับสร้างบ้านทำการประเมินและส่งใบเสนอราคามาให้เราจ่าย หรือแยกจ่ายค่าแรง ค่าดำเนินการต่างๆ ให้กับบริษัทรับสร้างบ้าน โดยเจ้าของบ้านเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายและการคัดเลือกวัสดุสร้างบ้านด้วยตัวเอง
3.    การหาและเลือกเฟ้นบริษัทรับสร้างบ้าน ในข้อนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเจ้าของบ้านล้วนๆ ว่าหลังจากที่เริ่มต้นเข้าไปขอคำปรึกษาและวางแผนในการสร้างบ้านแล้ว เงื่อนไขในการดำเนินการ ค่าบริการต่างๆ และมีข้อตกลง หรือรายละเอียดอะไรบ้างที่แต่ละบริษัทจะตอบโจทย์ความต้องการในการสร้างบ้านได้ตรงใจมากที่สุด
4.    การขออนุญาตสร้างบ้าน ขั้นตอนนี้เราสามารถให้ทางบริษัทรับสร้างบ้านหรือสถาปนิกที่รับออกแบบเป็นผู้ดำเนินการได้ ซึ่งในการขขอนุญาตก่อสร้างจะต้องดำเนินการกับเขตพื้นที่ที่ดูแลอยู่ในอาณาเขตนั้นๆ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล เขตเทศบาล ฯลฯ
5.    การดูแลขั้นตอนการปลูกสร้าง ในขั้นนี้เจ้าของบ้านสามารถแบ่งจ่ายได้เป็นงวดๆ ตามสัญญา และควรเป็นผู้เข้ามาดูแลการดำเนินการเป็นระยะๆ ด้วยตนเอง เพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์ ความคืบหน้าในการสร้างบ้าน อีกทั้งเมื่อเกิดปัญหาเฉพาะหน้าหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินต่างๆ ก็สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที
6.    การตรวจรับบ้าน เจ้าของบ้านต้องมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีทั้งในด้านข้อมูลต่างๆ และต้องนัดวันที่จะมาทำการตรวจรับกับบริษัทรับสร้างบ้านหรือเซลล์ให้ดีๆ เพื่อให้เป็นการเกิดข้อผิดพลาดขึ้นน้อยที่สุด อุปกรณ์ที่เจ้าของบ้านสามารถเตรียมมาได้ด้วยตัวเองได้แก่ สมุดจด ปากกา กล้องถ่ายรูป ตลับเมตร ไขควง ฯลฯ เพื่อใช้การตรวจสอบเบื้องต้น และควรลิสต์รายการตรวจสอบเบื้องต้นต่างๆ ทบทวนให้รอบคอบก่อนวันตรวจรับบ้านตามที่นัดไว้จริง

เพราะการสร้างบ้านสักหลังหนึ่งนั้น อาจหมายถึงเงินเก็บจำนวนมากที่เจ้าของบ้านใช้เวลาเก็บหอมรอมริบมาเป็นระยะเวลานาน หรือถึงแม้ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านที่พร้อมด้วยทุนทรัพย์อยู่แล้ว การสร้างบ้านก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะทุกๆ อย่างบนแผ่นกระดาษตั้งแต่แบบบ้าน ใบเสนอราคา รายการวัสดุ ฯลฯ ทุกอย่างล้วนเป็นรายจ่ายทั้งสิ้น ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจสร้างบ้านจึงควรศึกษาให้รอบคอบ อย่าเพิ่งเห็นตัวเลขลดราคา หรือว่าคำว่าถูกและฟรี ที่ขึ้นป้ายตัวใหญ่ๆ จากบริษัทรับสร้างบ้านเท่านั้น

ในการสร้างบ้าน 1 หลัง ประกอบด้วยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ต่างๆ เสมอ เรื่องของกระบวนการคิด ออกแบบบ้าน วางแผนกระบวนการทำงานและการทำรายการประมาณราคา จึงถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น และเจ้าของบ้านผู้ว่าจ้างควรมีบทบาทในการรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆ เป็นอย่างน้อยสัก 15% ของการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับการสร้างบ้านและมองเห็นปัญหาเฉพาะที่จะเกิดขึ้น ทำให้แก้ไขได้ทันเวลา ได้บ้านที่เสร็จสมบูรณ์และไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจตามมาภายหลัง

ขอบคุณบทความและรูปภาพ จาก : http://www.babbaan.in/

ออกแบบบ้านอย่างไรให้เหมาะกับ ไลฟ์สไตล์

ใครๆ ก็อยากมีบ้านสวยๆ แต่ไม่ใช่ที่ทุกคนจะถ่ายทอดทุกไอเดียที่มีอยู่ในหัวออกมาให้บ้านสวย น่าอยู่ดูดีตามจินตนาการได้ทุกกระเบียดของความคิด แม้ว่าทุกวันนี้จะมีแรงบันดาลใจมากมายถูกโพสต์ และอัพโหลดขึ้นบนอินเตอร์เน็ท ทั้งการออกแบบบ้านจากเว็บไซต์ในเว็บต่างประเทศ หรือการออกแบบตกแต่งบ้านทั้งออกแบบบ้านใหม่ รีโนเวทบ้านเก่าในเว็บชื่อดังของไทยหลายๆ แห่ง ข้อมูลเหล่านั้นเปรียบเทียบได้กับน้ำประปาที่ไหลออกมาอย่างท่วมท้นจากกก๊อกน้ำที่ถูกเปิดจนสุด และผู้คนที่สนใจในการออกแบบตกแต่งบ้านของตนเองอยากเข้าไปหาไอเดียคือผู้ดื่มน้ำ การดื่มน้ำโดยตรงจากก๊อกที่เปิดแรงจนสุด แทนที่จะช่วยดับกระหายคลายร้อน เปล่าเลย มันจะมีแต่ทำให้เราสำลักข้อมูลเหล่านั้นเสียมากกว่า แล้วจะทำอย่างไรดี หากต้องการมีบ้านที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม ลงตัว ในเมื่อมีข้อมูลตัวอย่าง แรงบันดาลใจในอินเตอร์เน็ทมากมาย

ออกแบบบ้าน
ออกแบบบ้าน


ในการออกแบบบ้านนั้น หากยังไม่พูดถึงในแง่ของงบประมาณการก่อสร้างและราคาวัสดุ สิ่งที่สถาปนิกทุกคนหรือแม้กระทั่งตัวเจ้าของบ้านเองต้องการที่สุดนั่นคือเรื่องของการ “ตอบโจทย์” เพราะการออกแบบทุกย่างก้าวในการ การตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะในบ้านแต่ละหลังเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยมีไลฟสไตล์แตกต่างกันออกไป มีกิจวัตรประจำวัน การดำเนินชิวิตที่ต่างกัน ฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในบ้านจึงต้องแตกต่างกันตามไปด้วย นี่เป็นเหตุผลที่แรงบันดาลใจต่างๆ มากมายในอินเตอร์เน็ทไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน แต่จะใช้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

การออกแบบบ้าน ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง 

1.    กิจวัตรของผู้อยู่อาศัย หรือในมุมมองของสถาปนิกผู้ออกแบบจะเรียกว่า “พฤติกรรมผู้ใช้งาน” (User Behavior) แม้ว่าข้อนี้จะเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านมักมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักออกแบบ นี่คือสิ่งแรกที่ต้องตีโจทย์ให้แตก เพื่อตอบสนองความต้องการ และทุกๆ ย่างก้าวภายในบ้านของเจ้าของบ้าน และในมุมของเจ้าของบ้านเอง เมื่อปรึกษาหารือกับสถาปนิกหรือผู้ออกแบบบ้าน ควรบอกเล่าและถ่ายทอดความต้องการ ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของตนเองให้เข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย
2.    ทำเล ที่ตั้งของบ้าน สภาพแวดล้อมรอบบ้าน เพราะสิ่งนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อการออกแบบบ้าน 1 หลัง การจัดวางห้องทุกห้อง การดีไซน์ประตู หน้าต่างว่าควรจะต้องอยู่ตรงไหน เพราะทำเลของบ้านนั้นจะสัมพันธ์กับทิศทางแดดและลม ซึ่งหากไม่มีการนำข้อมูลทำเลที่ตั้งมาใช้ในการออกแบบ ผลกระทบจะเกิดกับตัวบ้านและผู้อยู่อาศัยภายในบ้านค่อนข้างมาก เช่น มีแสงแดดสาดเข้าบ้านตลอดยามบ่าย ทำให้บ้านร้อน อยู่ไม่สบาย ต้องเดือดร้อนติดแอร์ ติดกันสาดเพิ่ม หรือออกแบบประตู หน้าต่างไม่ตรงกับทิศทางลม ทำให้ลมไม่พัดเข้าบ้าน ภายในบ้านรอนอบอ้าว เป็นต้น

3.    การเลือกวัสดุปลูกสร้างให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพราะการออกแบบบ้านนั้น ไม่ใช่เพียงแค่สถาปนิกดีไซน์ลงบนแผ่นกระดาษมาก็จบ สามารถนำไปสร้างต่อได้ทันที แต่เปล่าเลย เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบบ้านเสียใหม่ เพราะการออกแบบบ้านนั้นไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบเพื่อการแก้ปัญหา อาทิเช่น บ้านที่มีทำเลอยู่ในสภาพแวดล้อมเป็นดินทราย ใกล้ชายทะเลจะต้องเลือกใช้วัสดุคนละชนิดในการก่อสร้างกับบ้านที่อยู่ในทำเลที่ของภาคกลางอยู่แล้ว หรือบ้านที่อยู่ใกล้สภาพแวดล้อมท่ามกลางเสียงรบกวนเยอะ หรืออยู่ใกล้โรงงาน การออกแบบจะต้องคำนึงถึงการลดเสียงรบกวน ทั้งการใช้วัสดุ ระยะร่นของห้องต่างๆ ภายในบ้านจากขอบเขตที่ดิน และการปรับภูมิทัศน์รอบๆ บ้าน เป็นต้น

4.    งบประมาณในการก่อสร้าง หากคุณยังมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะสร้างบ้านในฝันให้ตรงกับความต้องการและการออกแบบที่ได้รับการปรึกษามาเป็นอย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ การคำนวนงบประมาณควรเป็นไปอย่างรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน และเนื่องจากทุกวันนี้เราสามารถเช็คราคาวัสดุในการก่อสร้างได้ด้วยตนเอง จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะออกสำรวจตลาดราคาสินค้าและวัสดุก่อสร้างเอง เพื่อนำรวบรวมข้อมูลและคำนวนงบประมาณ ก่อนจะนำไปปรึกษาสถาปนิก หรือช่างที่ไว้วางใจ

ในการออกแบบบ้าน สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญก็คือเรื่องของการแก้ปัญหา และการออกแบบระยะยาว แต่สิ่งที่เราพบเห็นในปัจจุบันมักเป็นเรื่องของ “ราคา” ที่จะต้องขึ้นต้นมาก่อนทุกครั้งไป ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าการออกแบบบ้านควรจะต้องมีราคาแพงเสมอไปจึงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการออกแบบที่ดี แต่ในอีกมุมหนึ่ง การออกแบบบ้านที่ดี นั้น จะต้องดำเนินควบคู่กันไปทั้งเจ้าของบ้าน ผู้อยู่อาศัยและผู้ออกแบบอย่างสถาปนิก ที่จะต้องหันหน้าเข้าหากัน แจ้งความต้องการ ปรับจูนการออกแบบให้ลงตัว เพราะทางฝ่ายสถาปนิกเองก็ต้องการข้อมูลและความต้องการของเจ้าของบ้านมาเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบ และหากทางฝ่ายเจ้าของบ้านเองอยากได้บ้านที่เมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ ต้องมาคอยซ่อมแล้วซ่อมอีก รื้อตรงนั้น ซ่อมตรงนี้ การพูดคุยกันกับสถาปนิกผู้ออกแบบเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากเราเลือกที่จะสนใจราคาการก่อสร้างที่ถูกเพียงอย่างเดียว อาจทำให้พลาดและต้องคอยมาซ่อมบำรุง แก้ไขใหม่ทีหลังจนกระทั่งงบบานปลายได้ ถือว่าได้ไม่คุ้มเสียระยะยาว และการออกแบบบ้านนั้นไม่ได้ใช้ระยะเวลาเพียงวันสองวัน แต่ถ้าหากเราลงทุนไปกับการออกแบบแล้ว เท่ากับว่าได้ตัดปัญหากวนใจเกี่ยวกับตัวบ้านที่จะเกิดขึ้นในภายหลังไปได้มากกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ขอบคุณบทความและรูปภาพ จาก : http://www.babbaan.in/

รู้สักนิด ก่อนติดตั้งรีโมทหน้าบ้าน

เคยเบื่อไหมที่ต้องขับรถทำงานกลับมาบ้านแล้วต้องลงมาเปิดประตูเข้าบ้านเองอีก หรือเคยเห็นข่าวที่ดีราคาคนหนึ่งลงมาเปิดประตูบ้านแล้วรถไหลไปทับหรือไม่ หรือข่าวที่ผู้หญิงเดินลงมาเปิดประตูรถเข้าบ้านแล้วระหว่างที่เปิดอยู่มีพวกโจรเข้ามาปล้น วันนี้จะพาไปทำความรู้จัก ข้อมูล ราคา ประตูรีโมทหน้าบ้านซึ่งราคาเริ่มต้นหลักหมื่นก็มี ถือว่าถูก และคุ้มค่า ปลอดภัยและสะดวกสบายกับชีวิตของเรามาก

ประตูรีโมทมี่กี่ประเภท

ประตูรีโมทบานเลื่อน
ประตูรีโมทบานเลื่อน

ประตูรีโมทบานเลื่อน เป็นประตูที่มีความทนทานและเหมาะสำหรับการใช้งานมากที่สุด ประตูชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทางเข้า-ออก หน้าบ้านขนาดใหญ่มากๆ และต้องมีพื้นที่ให้ให้ประตูสามารถเลื่อนเปิดได้ไม่เหมาะกับบ้านหน้าแคบ

ประตูรีโมทบานสวิง
ประตูรีโมทบานสวิง

ประตูรีโมทบานสวิง เป็นประตูบานพับที่เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ด้านหน้าทางเข้าบ้านแคบ ไม่มีพื้นที่เหลือพอสำหรับให้ประตูเลื่อเปิดปิดได้ ประตูบานสวิงนั้นจะมีอายุการใช้งานไม่นานเท่าประตูบานเลื่อน เพราะตัวบานสวิงตั้องรับน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา

ประตูรีโมทบานม้วน
ประตูรีโมทบานม้วน

ประตูรีโมทบานม้วน เหมาะสำหรับคนที่เช่าอาคารพาณิชย์หรือมีบ้านที่ทาวน์เฮาส์ โดยรีโมทจะสั่งการให้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนประตูบานพับขึ้น-ลงได้ ช่วนให้คนในบ้านไม่ต้องออกมาเปิดประตูให้เราบ่อยๆ ประตูบานม้วนนี้ยังมีแบบเป็นสวิทซ์ติดกับตัวอาคารเพื่อให้การเปิด-ปิดประตูทำได้สะดวกไม้ต้องใช้เหล็กงอดึงขึ้น-ดึงลง

ประตูบ้านอัตโนมัติ
ประตูบ้านอัตโนมัติ

ประตูบ้านอัตโนมัติ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วนในการเปิด-ปิดประตูบ้านอัตโนมัติเมื่อมีึคนเข้า-ออกบ้านบ่อยๆ หรือเหมาะสำหรับร้านค้า ห้างร้านที่ติดแอร์ เพราะบางคนเปิดประตูแล้วไม่ได้ปิดก็จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก เราจะเห็นร้านสะดวกซื้อทั้ง 7-11, Big C mini ฯลฯ เขาใช้กันบ่อย

ราคาประตูรีโมทบ้าน

ราคาของชุดประตูรีโมทจะขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของประตูเฉพาะราคาของชุดอุปกรณ์ประมาณ 9,500 บาท ค่าติดตั้งประมาณ 4,000 บาท ซึ่งราคาจะสูงขึ้นไปอีกตามยี่ห้อของชุดมอเตอร์ด้วย ราคาประตูรีโมทบานสวิงจะมีราคาสูงกว่าแบบบานเลื่อนและต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการติดตั้งมากกว่า เพราะต้องปรับระดับแรงหมุนให้เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของบานประตู ราคาประตูรีโมทบานสวิงเริ่มต้นประมาณ 25,000 บาท สำหรับประตูบานม้วนรีโมทนั้นจะขายทั้งชุดประตูเลยราคาขายอยู่ที่ตารางเมตรละ 3000 บาทขึ้นไป

ชุดอุปกรณ์รีโมทประตูบานเลื่อนประกอบด้วย
1. มอเตอร์ AC 1 ตัว ทำหน้าที่เลื่อนบานประตูเปิด-ปิด โดยสั่งการผ่านรีโมทหรือสวิทต์ควบคุม
2. แผงคอนโทลอิเล็กทรอนิกส์ 1 ่ชุด เป็นตัวรับสัญญาณเพื่อควบุคมมอเตอร์ให้หมุนเพื่อเปิด-ปิดประตู
3. กุญแจปลดล็อค สำหรับกรณีจำเป็นที่ต้องการเปิดแบบแมนนวล
4. รีโมท สำหรับสั่งการเปิด-ปิด ประตูรีโมท
5. เพืองสะพาน สำหรับยึดติดกับประตูเพื่อให้เพืองมอเตอร์สามารถหมุนเพื่อทำการเปิด-ปิดปรตูรีโมทได้

ชุดอุปกรณ์ประตูรีโมทบานสวิง
1.มอเตอร์ Jet สำหรับเปิด-ปิด ประตูบานสวิง 2 ตัว
2. แผนงควบคุม 1 ชุด
3. รีโมทประตู สำหรับควบคุมการเปิด-ปิด
4. Photo Sensor เซนเซอร์สำหรับตรวจจับวัตถุ

ความปลอดภัยของประตูรีโมท
ในประตูรีโมทนั้นจะมีตัวเซนเซอร์สำหรับตรวจจับวัตถุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่ถ้าเป็นรุ่นต่ำสุดอาจจะไม่มีเซนเซอร์เพราะฉะนัั้นในการสั่งซื้อประตูรีโมทควรสอบถามช่างผู้ติดตั้งให้แน่ใจเสียก่อน ว่าประตูรีโมทที่เราจะซื้อนั้นมีฟังก์ชันอะไรบ้าง

ติดตั้งประตูรีโมทเองก็ได้
เราสามารถติดตั้งประตูรีโมทเองก็ได้โดยเฉพาประตูรีโมทบานเลื่อนนั้นจะติดตั้งง่ายกว่าบานสวิง เพราะใช้กระแสไฟฟ้าแค่จุดเดียว แต่ประตูบานสวิงต้องใช้ไฟฟ้าทั้งสองฝั่งบานพับอาจจะต้องมีการเจาะพื้นเพื่อเดินสายไฟด้วย ลองชมคลิปการติดตั้งประตูรีโมทได้เลย

ขอบคุณบทความและรูปภาพ จาก : http://www.babbaan.in/

แบบบ้านประหยัดพลังงานและการออกแบบ

แบบบ้านประหยัดพลังงานดีอย่างไร

บ้านประหยัดพลังงานจะเป็นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าให้มากที่สุด และเป็นการนำของเก่ากลับมาใช้ใหม่ ลดภาวะการทำลายทรัพยากรโลกมนุษย์ให้มากที่สุด ในต่างประเทศจะมีบ้านที่ใช้หลังคาโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เอง และออกแบบบ้านให้มีความเย็นจากธรรมชาติมากที่สุด และนำที่ใช้แล้วใช้ผ่านการบำบัดและนำกลับมาใช้ใหม่โดยการรถน้ำต้นไม้ ซึ่งมีข้อดีมากมายเพียงแต่ข้อด้อยก็คือบ้านต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างมากขึ้น

แบบบ้านประหยัดพลังงานโดยการออกแบบ
คือการออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับทิศทาง กระแสลม เพื่อให้บ้านมีอากาศเย็นและมีอุณภูมิที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยตลอดเวลา เราไปดูกันเลยว่าจะออกแบบอย่างไรดี

ทิศทางแบบบ้านประหยัดพลังงาน
ทิศทางแบบบ้านประหยัดพลังงาน

– หน้าบ้านควรหันไปทางทิศตะวันออก เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วห้องรับแขกหรือห้องนอนของเราจะอยู่ด้านหน้าของตัวบ้าน หากบ้านของเราหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเมื่อเราเข้าห้องนอนห้องนอนหรือห้องรับแขกที่โดนแสงแดดส่องในช่วยบ่ายก่อนตะวันตกดินจะเก็บสะสมความร้อน ถึงแม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบไฟ้าไปแล้วความร้อนก็ยังสะสมอยู่ในห้อง ซึ่งทำให้คนที่อาศัยอยู่ยังรู้สึกร้อนแต่หากเราหันหน้าไปทางทิศตะวันออกจะทำให้ห้องนอนของเราไม่สะสมความร้อนทำให้เราหลับได้อย่างสบาย ในต่างประเทศบ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกจะนิยมจอดรถไว้ด้านหลังบ้านเพราะเป็นบริเวณที่ร้อนที่สุด

แปลนแบบบ้านประหยัดพลังงาน
แปลนแบบบ้านประหยัดพลังงาน

– ออกแบบแปลนบ้านให้ดี ห้องรับแขกควรอยู่โซนหน้าบ้านและเป็นห้องเดี่ยวที่หน้าต่างสามารถเปิดได้ทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้รับสามารถพัดผ่านห้องรับแขกทำให้เกิดการถ่ายเทของอากาศและทำให้ได้ความเย็นจากลมเย็นด้วย บ้านหลังนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเมื่อดวงอาทิตย์ตกความร้อนจะไปสะสมที่บริเวณโรงจอดรถ (Garage) ลแะด้านหลังบ้านคือส่วนห้องน้ำนั้นเอง จะสังเกตะได้ว่าบ้านหลังนี้ไม่ต่อหลังคาไปยังห้องโต๊ะอาหารนอกบ้านเพราะต้องการให้ห้องรับแขกได้รับแขกแดดตลอดทั้งวัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปิดไฟภายในบ้านได้ด้วย

หน้าต่างและบ้านประหยัดพลังงาน
หน้าต่างและบ้านประหยัดพลังงาน

– หน้าต่างและผ้าม่าน เพราะอากาศในเมืองไทยนั้นร้อนมากเราจึงควรมีหน้าต่างในบ้านให้มีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และผ้าม่านที่ดีควรเป็นผ้าม่านที่เปิดปิดในแนวตั้ง เพราะในบางครั้งเราไม่ต้องการแสงอาทิตย์ส่งเข้ามาตัวบ้านมากเกินไปก็สามารถลดระดับผ้าม่านลงได้ แต่ถ้าเป็นผ้าม้านที่เปิด-ปิดในแนวนอนเราจะไม่สามารถปิดกั้นแสงแดดได้ทั้งหมด

หลังคาบ้านประหยัดพลังงาน
หลังคาบ้านประหยัดพลังงาน

– หลังคาบ้านประหยัดพลังงาน เพื่อประการให้บ้านของเรามีแสงสว่างอย่างเพียงพอโดยไม่ต้องเปิดไฟการใช้หลังคาโปรงแสงจะช่วยให้บ้านของเรามีแสงสว่างในบ้านโดยไม่ต้องเปิดไฟ และการออกแบบดีไซน์หลังคาใหรับพัดความร้อนใต้หลังคาออกไปยังช่วยให้ชั้นสองหรือภายในบ้านของเรามีอากาศเย็นได้อีก และการออกแบบหลังคาควรคำนึงถึงฤดูหนาวที่เราต้องการแสงอาทิตย์ด้วย

เทคโนโลยีบ้านประหยัดพลังงาน

พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการติดแผงโซลาร์เซลบนหลังคาบ้านเพื่อทำการปั่นกระแสไฟเก็บไว้ใช้ในบ้าน บ้านบางหลังก็เอากระแสไฟที่ได้มาใช้กับระบบถ่ายเทอากาศภายในบ้าน ทำให้บ้านมีอากาศถ่ายเทอยู่เสมอและอุณภูมิในบ้านเย็นไม่ร้อนจนเกินไป

เครื่องถ่ายเทอาศ
เครื่องถ่ายเทอาศ

เครื่องถ่ายเทอาศ ทำหน้าที่ดูอากาศภายนอกเข้ามาแทนที่อากาศภายในตัวบ้านทำให้เกิดอากาศที่บริสุทธิ์ภายในตัวบ้าน นอกจากนี้ยังลดกลิ่นอับชื้นภายในบ้านได้อีกด้วย ในต่างประเทศนิยมเปิดเครื่องนี้ไว้โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ บ้านหลังไหนที่ร้อนอบอ้าวแสดงว่าอากาศในบ้านไม่ถ่ายเท

บำบัดน้ำเสีย น้ำที่ใช้แล้วในบ้านของเราส่วนใหญ่ก็ปล่อยทิ้งโดยเสียเปล่าและเมื่อต้องการรดน้ำต้นไม้ก็เปิดน้ำปะปามารด ซึ่งทำให้สินเปลืองค่าน้ำปะปาและทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรซึ่งในประเทศไทยช่วงนี้กับอยู่ในภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำ

ขอบคุณ บทความและรูปภาพ จาก : http://www.babbaan.in/

ห้องรับแขกเพดานสูงโชว์คาน

สำหรับคนที่เบื่อผ้าเพดานแบบเรียบๆสีขาวหรือสีพื้นธรรมดาแล้ว วันนีเรามีไอเดียการตกแต่งห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นด้วยฝ้าเพดานสูงที่ทำให้ห้องรับแขกดูโล่ง เย็น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้ดียิ่งนัก การออกแบบห้องรับแขกฝ้าเพดานสูงเป็นไอเดียห้องรับแขกแบบโมเดิร์นที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

มีอะไรในแบบห้องรับแขกเพดานสูง

คานไม้ หรืออาจะเป็นคานคอนกรีตก็ได้แต่ถ้าเป็นคานไม้จะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า เหมาะสำหรับบบ้านไม้แต่บ้านปูนก็สามารถทำได้เช่นกันเพียงแต่ว่าความสวยงามของหลังคาเพดานสูงบ้านไม้จะลงตัวมากกว่า

เพดานสูง การใช้คานไม้เป็นจุดเด่นสำหรับเพดานทรงสูงต้องมีแบบหลังคาที่สูงด้วย เหมาะสำหรับบ้านหลังคาทรงสูงหรือบ้านที่ห้องรับแขกอยู่ใต้ชั้นลอย

โคมไฟเพดาน เนื่องจากว่าเป็นเพดานสูงการใช้หลอดไฟติดเพดานสูงมากๆอาจจะทำให้แสงสว่างไม่ทั่วถึง ห้องรับแขกที่มีฝ้าเพดานสูงจึงนิยมใช้ควบคู่กับโคมไฟห้อยติดเพดาน เพื่อให้แสงส่องลงพื้นได้มากขึ้น

ค่าใช้จ่ายมากขึ้น ฝ้าเพดานทรงสูงที่ใช้คานไม้เป็นตัวเสริมความสวยงามจะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและออกแบบสูงกว่าเพดาธรรมดาทั่วไป

การที่จะให้ห้องรับแขกของเราสวยก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการออกแบบและซื้อวัสดุก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ห้องที่มีเพดาสูงจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่รู้สึกอึดอัดเหมาะสำหรับเป็นห้องรับแขก

ขอบคุณบทความ และ รูปภาพ  จาก  : http://www.babbaan.in/

แบบหลังคาบ้านสวยๆ

บ้านไม่มีหลังคาก็เหมือนครอบครัวที่ไม่มีความรัก ไม่มีอะไรคอยปกคลุมให้อุ่นหัวใจ หลังคาบ้านจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างบ้าน แบบหลังคาบ้านที่เหมาะกับประเทศเราความจริงแล้วก็มีไม่ค่อยมาก ด้วยอากาศที่ร้อนชื้น จึงมีหลายเหตุผลที่หลายคนเลือกในแบบหลังคาที่ซ้ำ ๆ บทความนี้เราจะพาทำความรู้จักแบบหลังคาบ้านกันค่ะ

หลังคาทรงปั้นหยา ทรงหลังคาที่ได้รับความนิยมในบ้านเราอีกแบบหนึ่งคงต้องยกให้ ทรงปั้นหยา (hip roof) หลังคามีลักษณะคล้ายพีระมิด ครอบคลุมทุกด้านของตัวบ้านทั้ง 4 ด้าน มีมุมลาดเอียงน้อยกว่าทรงจั่วซึ่งทำให้คุณสมบัติการระบายน้ำฝนและการรั่วซึมด้อยกว่าทรงจั่ว เนื่องจากมีรอยต่อของหลังคามากกว่า และด้วยโครงสร้างที่ไม่สูงโปร่งทำให้ระบายความร้อนได้น้อยกว่า สามารถแก้ไขด้วยวิธีใช้วัสดุกันความร้อน เช่น ฉนวนกันความร้อน หรือแผ่นสะท้อนความร้อนสำหรับติดใต้หลังคา    หลังคาทรงจั่ว (gable roof) เป็นรูปแบบหลังคาที่นิยมใช้ในบ้านเรามาเนิ่นนาน เนื่องจากมีความลาดเอียงมาก ทำให้น้ำฝนไหลลงสู่ด้านล่างได้อย่างรวดเร็ว พบปัญหาการรั่วซึมน้อยมาก และด้วยความลาดเอียงที่มีมากนี้ทำให้ลดการแตกหักของวัสดุที่ใช้มุงหลังคาจาก ลูกเห็บ ลม ฝน หรือกิ่งไม้ที่ตกใส่ จึงไม่แปลกที่บ้านโบราณสมัยก่อนจะมีทรงหลังคาแบบจั่ว โครงสร้างของหลังคาที่มีออกแบบให้มีมวลอากาศมากทำให้กลายไปเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี หากเจาะช่องลมตรงหน้าจั่วทั้งสองด้านก็จะช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น เหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นอย่างประเทศไทย


ข้อเสียของหลังคาทรงจั่วคือ อาจโดนฝนสาดได้ถ้าทิศทางของลมขณะฝนตกเป็นทิศที่หันเข้าจั่วของบ้าน แก้ปัญหาได้ด้วยการติดกันสาดหรือต่อส่วนของมุขออกมา

หลังคาทรงปั้นหยา ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 – 6 ข้อดีของหลังคาทรงนี้คือ ทนทานสามารถกันแรงปะทะของลมได้ดี ทั้งยังกันแดดและฝนได้ทุกด้าน

หลังคาทรงมนิลา การผสมผสานระหว่างหลังคาทรงจั่วและปั้นหยาเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดหลังคาทรงมนิลาขึ้น ส่วนใหญ่จะนิยมประยุกต์ใช้กับบ้านสไตล์ร่วมสมัย เป็นการนำเอาของดีของทั้งสองมาไว้ด้วยกัน ลักษณะเด่นของหลังคาปั้นหยาที่มีความแข็งแรง สามารถปะทะแรงลมได้ดี กันแดและฝนได้รอบด้านของตัวบ้าน ผสานเข้ากับจั่วมีหน้าที่ระบายอากาศ ช่องอากาศที่หน้าจั่วช่วยให้ลมไล่อากาศร้อนลอยตัวออกมา ความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์นี้เราสามารถพบเห็นได้มากในเรือนทรงไทยล้านนาของทางภาคเหนือ

 

หลังคาบ้าน ปีกผีเสื้อ

ปีกผีเสื้อ ชื่อเรียกดังกล่าวนี้ เรียกตามแบบหลังคา โดยมีลักษณะหลังคาที่แหงนออกสองด้าน โดยด้านนอกเป็นมุมสูง ตรงกลางหลังคาจะเป็นมุมต่ำ ลักษณะคล้ายๆ กับ ผีเสื้อกำลังกระพือปีกเพื่อบิน ส่วนตรงกลางของหลังคา ทำเป็นรางน้ำ อาจให้เอนมาด้านใดด้านหนึ่ง สามารถรองรับน้ำฝนได้ดีกว่าหลังคาประเภทอื่นๆ ให้ความเป็นโมเดิร์น ดูทันสมัย

ทรงปีกผีเสื้อ เป็นโครงหลังคาที่แหงนออกทั้งสองด้าน โดยด้านนอกเป็นมุมสูง ตรงกลางจะเป็นมุมต่ำ ลักษณะคล้ายผีเสื้อกระพือปีกบิน ส่วนตรงกลางมักทำเป็นรางน้ำ อาจให้เอนมาด้านใดด้านหนึ่ง เป็นหลังคาที่สามารถรองรับน้ำฝนได้ดีกว่าหลังคาแบบอื่น รวมถึงให้ความเป็นโมเดิร์น ทันสมัย
หลังคาแบบผีเสื้อ (BUTTERFLY)

หลังคาชนิดนี้ประกอบด้วยหลังคาเพิงหมาแหงน 2 หลังหันด้านที่ต่ำกว่ามาชนกันค่ะ ไม่ค่อยเหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุกแบบเมืองไทยสักเท่าไร เนื่องจากต้องมีรางน้ำที่รองรับน้ำฝนจากหลังคาทั้ง 2 ด้าน ทำให้รางน้ำมีโอกาศรั่วซึมได้สูง จึงไม่เป็นที่นิยมสร้างกันมากนัก ยกเว้นอาคารที่ต้องการลักษณะเฉพาะพิเศษที่แปลกตาออกไป


หลังคา เพิงหมาแหงน

เพิงหมาแหงน ชื่อเรียกดังกล่าวนี้ เรียกตามลักษณะท่าทางของสัตว์ เช่นเดียวกับปีกผีเสื้อ หมา หรือ สุนัข มักนั่งท่าแหงน เชิดหน้าขึ้นฟ้า ดูเท่ห์สง่างาม บ้านลักษณะดังกล่าว จึงให้ความเป็นโมเดิร์นทันสมัย เป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่แล้ว มักนิยมให้แหงน
ทรงเพิงหมาแหงน เป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน โดยอาจจะออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆ เล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เร็วอีกด้วย โดยทั่วไปเราอาจจะพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบโมเดิร์น

หลังคาเพิงหมาแหงน (LEAN TO)

เป็นหลังคาที่ยกให้อีกด้านสูงกว่าอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้ เหมาะสมสำหรับบ้านขนาดเล็ก เนื่องจากก่อสร้างง่าย รวดเร็ว ราคาประหยัด แต่ต้องระวังให้หลังคามีองศาความลาดเอียงมากพอ ที่จะระบายน้ำฝนออกได้ทัน ไม่ไหลย้อนซึมกลับเข้ามาได้ โดยอาจพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ความชันจากขนาดของหลังคา วัสดุมุงหลังคา และระยะซ้อนของหลังคา เป็นต้น ในกรณีที่มีโอกาสหรือความเสี่ยงที่น้ำฝนจะไหลย้อนซึมเข้ามาได้ ก็ควรใช้ความลาดชันมากขึ้นตามลำดับ เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้รวดเร็วขึ้น

หลังคาเพิงหมาแหงน หรือเพิงแหงนตามชื่อเป็นทรงหลังคาที่เน้นการสร้างที่ง่ายๆ นิยมสร้างสำหรับเพิงพักชั่วคราวในสวนในไร่ เป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน โดยอาจจะออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆเล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปเราอาจจะพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบสมัยใหม่ (Modern)  และ อาจะมีการเพิ่มลูกเล่นในการทำหลังคาแบบ ซ้อนกันหรือทำแบบสองแผ่นเอียงไปคนละด้านก็ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้แก่ตัวบ้าน

หลังคาบ้าน ทรงโค้งกลม


 

ใน 5 แบบข้างต้นนี้ เป็นลักษณะหลังคาที่ต้องใช้ร่วมกับวัสดุกระเบื้องประเภทต่างๆ แต่สำหรับหลังคากลม แน่นอนว่า ไม่สามารถใช้กระเบื้อได้ เนื่องจากแผ่นกระเบื้อง ไม่รองรับความโค้งงอ นิยมใช้วัสดุประเภท โลหะรีดลอน (Metal Sheet) วัสดุสังเคราะห์ทำจากไฟเบอร์กลาส หุ้มด้านหน้า ด้านหลังด้วยยางมะตอย หรืออาจเลือกใช้วัสดุแผ่นทองแดง ซึ่งสามารถขึ้นรูปดัดโค้งและสั่งผลิตได้ตามต้องการเช่นกัน หลังคาโค้ง ให้รูปลักษณะบ้านที่ดูแตกต่าง แต่ค่าใช้จ่ายสูง

ทรงโค้งกลม จากหลังคาทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นลักษณะของหลังคาที่ต้องใช้ร่วมกับกระเบื้องประเภทต่างๆ แต่สำหรับหลังคากลม แน่นอนว่าไม่สามารถใช้กระเบื้องได้ แต่ต้องใช้โลหะรีดลอน หรือวัสดุสังเคราะห์จากไฟเบอร์กลาสหุ้ม ซึ่งถ้าหากโครงสร้างมีรัศมีน้อยกว่าค่ามาตรฐานของผู้ผลิต อาจทำให้เกิดการซ้อนทับกันของแผ่นหลังคาไม่แนบสนิท และน้ำรั่วซึมได้

หลังคาแบน

ลักษณะหลังคา ที่ได้รับความนิยมสำหรับบ้านสมัยใหม่ ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ หรือแม้แต่บ้านทั่วไป บางท่านอาจเรียกว่า เป็นบ้านไม่มีหลังคา หลังคาเปลือย วัสดุที่ใช้ นิยมใช้ เป็นคอนกรีต และไม้ เหมาะกับบ้านรูปทรงโมเดิร์น และ ทรอปิคอลโมเดิร์น สามารถใช้พื้นที่ของหลังคาให้เกิดเป็นประโยชน์ได้ หรือที่เรียกว่า ดาดฟ้า ปัจจุบันนิยมทำเป็นพื้นที่จัดสวนบนดาดฟ้า สวนนั่งเล่น รับลมเย็นๆ เหมาะกับลักษณะบ้านในสังคมเมืองมากที่สุด
ทรงแบน เป็นทรงยอดนิยมสำหรับบ้านสมัยใหม่ บางคนอาจเรียกว่า บ้านไม่มีหลังคา หรือบ้านหลังคาเปลือย พื้นที่หลังคาจึงเป็นที่รับน้ำฝนโดยตรง ควรมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี เช่น ในระหว่างการเทปูนในช่วงก่อสร้างควรปรับระดับความชันของหลังคาให้ดีไม่มีส่วนน้ำขังและผสมน้ำยากันซึมในคอนกรีต หรือเสริมแผ่นกันซึมบนผิวคอนกรีต เป็นต้น

หลังคาแบน (flat roof)
หลังคาแบนโดยมากจะทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กค่ะ (บางคนเรียกหลังคาดาดฟ้า) จัดเป็นสไตล์อินเตอร์เนชั่นแนล หลังคาประเภทนี้ เมื่อทำด้วยคอนกรีตก็จะสะสมความร้อนไว้มาก ทำให้คายความร้อนออกมาในช่วงที่อากาศเย็นลง มากกว่าหลังคาที่มุงด้วย กระเบื้องดินเผาและกระเบื้องคอนกรีต เมื่อถึงเวลากลางคืน จะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนอบอ้าว และหลังคาที่แบนจะมีความลาดเอียงน้อย น้ำฝนจึงมักขังอยู่บนหลังคาได้ง่าย ทำให้เกิดการรั่วซึมอยู่บ่อยๆ จึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับบ้านเรือนที่พักอาศัย
หลังคาเรียบ (Flat Slab Roof)ส่วนมากเป็นหลังคาคอนกรีต มีลักษณะแบนราบเป็นระนาบเดียวกับพื้น แต่ต้องมีความลาดเอียงเล็กน้อยเทไปยังช่องที่เจาะเพื่อระบายน้ำฝนออกไป หรือเทไปยังท่อระบายบนหลังคา (Roof Drain) นิยมใช้สร้างเป็นหลังคาอาคารประเภทตึกแถว คอนโด และบ้านในรูปแบบสมัยใหม่ในรูปทรงเรขาคณิต (สไตล์โมเดิร์น) พื้นหลังคาสามารถจัดเป็นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ เช่น วางถังเก็บน้ำ ตากผ้า นั่งเล่น และจัดสวน แต่เนื่องจากหลังคาประเภทนี้ดูดซับความร้อนและรับน้ำฝนโดยตรง จึงต้องมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี เช่น การผสมสารกันรั่วซึมในคอนกรีตระหว่างที่เทหลังคา เมื่อคอนกรีตแห้งแล้วให้ทาผลิตภัณฑ์กันรั่วกันซึมทับอีกครั้ง

หลังคาแบบร่วมสมัย (MODERN & CONTEMPORARY)
เป็นหลังคาที่มีรูปทรงทันสมัย แตกต่างจาก 5 แบบข้างต้น และใช้วัสดุที่ทันสมัย ก่อให้เกิดรูปทรงแปลกตา แต่ต้องระวังเรื่องความร้อนและการรั่วซึม

ขอบคุณ บทความและ รูปภาพ จาก : http://www.babbaan.in/

เคล็ดลับและวิธีการดูแลรักษา ผ้าม่าน

เคล็ดลับและวิธีการรดูรักษาผ้าม่าน

 

ผ้าม่านนั้นถือเป็นของตกแต่งบ้านที่ช่วยเพิ่มความสวยงานแล้ว ยังช่วยบดบังแสงแดดจากภายนอกเข้าสู่ภายใน และยังช่วยเสริมสไตส์ของบ้านหรือในห้องนั้นๆให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ทำให้เราละเลยที่จะดูแลรักษาผ้าม่านของเราอยู่สม่ำเสมอ ดังนั้นจึงขอนำเสนอวิธีการดูแลรักษาผ้าม่านแบบง่ายๆให้อยู่ในสภาพเหมือนใหม่

1.การปกป้องผ้าม่านจากแสงแดด

ถ้าบานหน้าต่าง ได้ติดตั้งเพื่อป้องกันแสงแดดโดยตรง เราควรที่จะเลือกโทนสีสว่างแทนโทนสีเข้มๆ เพราะจะทำให้ผ้าม่านสีจะไม่ซีดจางลงเร็ว และประเด็นที่สำคัญควรที่จะเสริมผ้าม่านโปร่งอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งม่านโปร่งจะช่วยปกป้องผ้าม่านสุดโปรดของคุณจากแสงแดดโดยตรงไม่ให้สีซีดจางลงได้ง่าย

2.ดูดฝุ่นผ้าม่านเดือนละครั้ง

เพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่สะสมอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะบานที่เปิดรับลมด้านนอก เพราะจะทำให้ผ้าม่านฝุ่นเกาะเต็มมากเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงควรที่จะดูดฝุ่นเดือนละครั้งและควรที่จะเน้นที่ขอบของผ้าม่านเป็นพิเศษ

3.หากรู้สึกว่าผ้าม่านของคุณสกปรกควรที่จะนำผ้าม่านไปซัก

โดยการถอดผ้าม่านอออกมา โดยเฉพาะผ้าม่านจากห้องครัวที่มีโอกาสดูดซับกลิ่นได้เป็นอย่างดีจากการทำอาหารอยู่บ่อยๆครั้ง ถ้าหากผ้าม่านเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าลินินก็สามารถที่จะซักกับเครื่องซักผ้าได้ แต่ถ้าหากเป็นผ้าชนิดอื่นควรที่จะซักด้วยมือเท่านั้น และควรใช้ผงซักฟอกที่อ่อน เพื่อลดอาการสีตกของผ้าม่าน

4.นำผ้าม่านมารีด

โดยเฉพาะขั้นตอนหลังจากซักผ้าเสร็จ นำผ้าม่านมารีดเพื่อฟื้นฟูผ้าและจับกลีบของผ้าม่านให้สภาพคงเดิม และควรที่จะรีดด้วยความระมัดระวังไม่ให้ผ้าหย่นด้วย

ผ้าม่านก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ให้ภายในบ้าน หรือแต่ละห้องเต็มไปด้วยความลงตัว โดยส่วนใหญ่แล้วหากติดตั้งผ้าม่านควรคำนึงถึงลักษณะของผ้าม่านและลักษณะของสไตส์ห้องของคุณด้วยรวมไปถึงสีของผ้าม่านให้กลมกลืนกับห้อง เพื่อให้เกิดความลงตัวมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณบทความ และรูปภาพ จาก : http://www.aseanliving.com


เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559
banner-ep-decor-new-s