การเลือกผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือทำผ้าม่าน

เมื่อการตกแต่งภายในเป็นหนึ่งในพระเอกที่สะท้อนรสนิยมเจ้าของบ้าน ลายผ้าจึงเข้ามามีบทบาทที่ควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ามุมอื่น ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่ใช้บุบนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมทั้งผ้าม่าน ซึ่งเราสามารถปรับหรือสร้างอารมณ์ให้ตัวบ้านได้ตามแบบที่ต้องการด้วยลายผ้าหลากหลายแนว

การเลือกผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือทำผ้าม่าน ควรคำนึงถึงปัจจัยประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของผ้า สไตล์ อันหมายถึงลวดลาย สี และผิวสัมผัสของผ้าบุควรสอดคล้องกับสไตล์ของห้อง และควรเลือกโทนสีเดียวกับบรรยากาศโดยรวมของบ้านและเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ซึ่งหนึ่งในลายผ้าที่ได้รับความนิยมแบบร่วมสมัย คือแนวธรรมชาติ อาทิเช่นลายดอกไม้ ใบไม้ หยดน้ำ ต้นไม้ ลายสัตว์ป่า ด้วยลวดลายที่สามารถเข้ากับการตกแต่งทุกสไตล์ ทุกแบบ อย่างกลมกลืน

 

การเลือกผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านลวดลายธรรมชาติ ควรเลือกให้เข้าชุดกันทั้งผ้าบุเฟอร์นิเจอร์และหมอนอิง หากเลือกใช้ลายที่แตกต่างกัน อาจทำให้เกิดความรู้สึกลายตาและอึดอัด สำหรับห้องที่มีสเปซจำกัด อาจใช้ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านลายธรรมชาติที่มีลวดลายขนาดเล็ก เพื่อช่วยสร้างรู้สึกสบายตามากขึ้น เช่น ลายดอกไม้เล็กๆ ลายสายฝน หรือลายใบไม้ปลิว ในทางตรงกันข้าม ห้องที่มีบริเวณกว้าง ลองเลือกใช้ผ้าที่มีลวดลายขนาดใหญ่

ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านลวดลายธรรมชาติ ไม่เพียงมีสีแนวเอิร์ธโทนให้เลือกใช้เท่านั้น แต่ยังมีแบบสีสันด้วย เช่นเดียวกับลายผ้านำเข้าจากประเทศอังกฤษ คอลเลคชั่น  Le Curtain ของผู้นำเรื่องผลิตภัณฑ์ผ้าม่านและผ้าบุเฟอร์นิเจอร์สำหรับงานตกแต่ง ซึ่งมีสีและลวดลายแบบธรรมชาติให้เลือกหลากหลายแนว ทั้งสีโทนสดใสและอบอุ่น ทั้งแบบลายปัก และลายพิมพ์ ลายใบไม้ ดอกไม้ ลายทาง เรื่อยไปถึงลาย ทั้งหมด

ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์สบายๆ ราวกับอยู่ในบ้านแถบชนบทในอังกฤษหรือแถบสแกนดิเนเวียน เจ้าของบ้านไม่ควรลืมคำนึงถึงการเลือกสีผ้า สำหรับบ้านหรือห้องที่ตกแต่งแบบเรียบๆ อาจเสริมพลังงานหรือความมีชีวิตชีวาด้วยผ้าบุหรือผ้าม่านลายธรรมชาติในสีโทนร้อน เช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง หรือสีม่วง ในขณะที่พื้นที่ส่วนที่มีข้าวของเครื่องใช้หนาแน่นหรือมืดทึบอึดอัด แนะนำให้เลือกผ้าสีโทนเย็น อย่างสีเขียว สีฟ้าซึ่งจะช่วยให้อารมณ์สงบและผ่อนคลาย

ถือเป็นหนึ่งในไอเดียแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่ที่ยังไม่จำเป็นต้องเสียเงินก้อนใหญ่เพื่อการต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนบ้านให้ยุ่งยาก


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

สีผ้าม่านถูกโฉลก….เสริมพลังรัก

Pattern Fabric Textile Cloth Clothing Fashion

หลายคนให้ความสำคัญกับเรื่องของ สี “ ในการตัดสินใจเลือกอะไรบางอย่าง เมื่อเรื่องของสี มีส่วนสำคัญขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นหลักสำคัญทางด้านฮวงจุ้ย หรือด้านใดก็ตาม คุณควรเลือกสีที่ถูกโฉลกกับตัวคุณเพราะเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จในสิ่งๆ นั้น ส่วนสำหรับเรื่องของความรักแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะเน้นเรื่องของสีเป็นหลัก ซึ่งหากภายในห้องนอน หรือคอนโดของคุณมีสีที่เป็นอุปสรรค หรือไม่ถูกโฉลกกับดวงของคุณมันก็จะส่งผลเสีย  ทำให้คุณหงุดหงิดไม่สบายใจ หรือหากคุณเลือกใช้  ผ้าม่าน  ผ้าห่ม  ผ้าปูที่นอน ที่มีสีถูกโฉลกกับตัวคุณมาใช้ มันก็จะส่งผลดีให้กับตัวคุณ และสิ่งสำคัญในการเลือกสีให้เหมาะกับดวงของคุณคือ ควรเลือกสีประจำวันเกิดที่ถูกโฉลกกับตัวเอง คุณเกิดในวันอะไร สีที่เหมาะคือสีใดถึงจะเป็นมงคลกับตัวคุณเองเรามาดูกันดีกว่าว่าวันเกิดของคุณจะถูกโฉลกับสีใด

วันจันทร์   สีมงคลคือ  สีน้ำเงิน  และ สีฟ้า
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีแดง

วันอังคาร  สีมงคลคือ  สีแดง 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีเหลือง  สีขาว

วันพุธ (กลางวัน) สีมงคลคือ  สีเหลือง  และ สีขาว
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีชมพู

วันพุธ (กลางคืน) สีมงคลคือ  สีม่วง 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีชมพู

วันพฤหัส สีมงคลคือ  สีเขียวอ่อน 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีม่วง

วันศุกร์ สีมงคลคือ  สีโอรส และ  สีส้ม
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีดำ

วันเสาร์ สีมงคลคือ  สีชมพู
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีเขียว

วันอาทิตย์ สีมงคลคือ  สีเทา และ สีดำ
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีน้ำเงิน


**ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ktcurtain

**ขอขอบคุณภาพประกอบจาก maxpixel.freegreatpicture


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

วิธีแต่งบ้านคลายร้อน

วิธีแต่งบ้านคลายร้อน

บ้านไหนที่รู้สึกเริ่มร้อน วันนี้อีพี.เดคคอร์มีวิธีแต่งบ้านคลายร้อนมาฝาก…

การแต่งบ้านคลายร้อนมีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่างแบบง่ายๆ  คือ ลม น้ำ และต้นไม้ บ้านจะเย็นสบายได้ จะต้องพึ่งลมเป็นอันดับแรก เพราะลมจะช่วยระบายอากาศที่ร้อนอบอ้าวให้คลายลง นอกจากนี้ยังไล่อากาศเสีย กลิ่นอับภายในบ้าน ส่งผลให้คนในบ้านมีสุขภาพดีอีกด้วย

บ้านจะรับลมได้ก็ต่อเมื่อแบบบ้านเอื้ออำนวยให้ลมพัด เข้าบ้านได้ เช่น ประตูเข้าบ้าน ห้องรับแขก ห้องอาหาร ซึ่งเป็นห้องแบบเปิดที่มีช่องประตูหน้าต่างให้ลมเข้าบ้านได้ อยู่ทางทิศใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศทางลมหลัก โดยเฉพาะหน้าร้อน ที่ลมจะมาทางทิศใต้ ก็จะทำให้บ้านเย็นสบาย โดยไม่ต้องพึ่งแอร์ หรือพัดลมเลย แต่ต้องเปิดประตูหน้าต่าง ช่องประตู หน้าต่างของบ้าน อยู่ในตำแหน่งทางลม จะช่องให้บ้านเย็น

น้ำ พูดถึงน้ำก็เย็นแล้ว เพราะฉะนั้น การเอาน้ำมาแต่งบ้าน จึงกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ น้ำตก หินหมุน ไหล้น หรือแม้แต่ตู้ปลาสักตู้ ล้วนนำความเย็นให้กับบ้านทั้งสิ้น ตำแหน่งที่สามารถวางน้ำได้ก็รอบบ้านเลย ตรงไหนก็ได้ แต่มีข้อแม้ตรงที่ว่าจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่คนในบ้านมองเห็น เพราะถ้ามองไม่เห็น ก็ถือว่าไม่ช่วยอะไรเลย น้ำมีผลมากต่อจิตใจของคน เวลาเครียด โมโห หงุดหงิด ลองมานั่งมองน้ำได้ยินเสียงน้ำ สักพักอารมณ์จะดีขึ้น ขนาดน้ำ ยิ่งใหญ่ยิ่งมีผลมาก

ต้นไม้ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บ้านเย็น การปลูกต้นไม้ในบ้านมาก จะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่ส่องเข้าบ้าน โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ (ถ้ามีพื้นที่มากพอ) จะได้ประโยชน์มาก การดูทิศเพื่อปลูกต้นไม้ ก็จะช่วยแก้ความร้อนได้อย่างถูกจุด เช่น ต้นไม้ใหญ่ควรปลูกทางทิศทางแดด คือ ทิศตะวันออก และตะวันตก ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ทางทิศใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะบังลมเข้าบ้าน

บ้านไหนที่อยากให้บ้านเย็นสบาย ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปตกแต่งบ้านกันได้

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก https://www.hilight.kapook และ เดลินิวส์ออนไลน์

 


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

เพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านด้วยวอลเปเปอร์

แปลงโฉมบ้านใหม่ให้มีสีสันและชีวิตชีวาตามสไตล์ของเจ้าบ้านและสมาชิกในครอบครัวได้ง่ายๆ ด้วยการติดวอลเปเปอร์ใหม่ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ก่อนจะเริ่มต้นลงมือเพิ่มลูกเล่นให้บ้านสวยด้วยวอลเปเปอร์ ลองศึกษาและทำความเข้าใจเทคนิคการเลือกวอลเปเปอร์ไว้เล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจกับการตัดสินใจสร้างสีสันให้ผนังบ้านของเรามากยิ่งขึ้น

คำนวณพื้นที่
หากคิดจะติดวอลเปเปอร์ควรเริ่มต้นจากการวัดพื้นที่เพื่อคำนวณปริมาณการใช้วอลเปเปอร์ให้เพียงพอ โดยวัดความกว้างและความสูงของผนังในแต่ละด้าน ก่อนจะนำมาคูณกันใช้หน่วยเป็นตารางเมตร ซึ่งวอลเปเปอร์สีพื้น ลายเล็ก และลายใหญ่ มีผลต่อระยะการต่อลายหรือเศษของวอลเปเปอร์ที่สามารถนำไปใช้กับพื้นที่หน้าต่าง ประตู หรือส่วนตกแต่งอื่นๆ

เช่น วอลเปเปอร์สีพื้นสามารถใช้ได้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะไม่บังคับการต่อลาย จึงเหลือเศษน้อย และติดได้พื้นที่มากกว่าแบบมีลาย ซึ่งวอลเปเปอร์ลายเล็กจะเสียเศษน้อยกว่าและสามารถติดได้พื้นที่มากกว่าลายใหญ่ เนื่องจากการใช้วอลเปเปอร์ลายใหญ่มีระยะการต่อลายมากจึงเสียเศษมากกว่า

เลือกขนาดและวัสดุ
ความยากง่ายในการติดวอลเปเปอร์ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของวอลเปเปอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งส่งผลต่อการทำความสะอาดและระยะเวลาการใช้งานในอนาคต

สำหรับขนาดของวอลเปเปอร์โดยปกติจะแบ่งเป็นวอลเปเปอร์หน้าแคบ ซึ่งเป็นวอลเปเปอร์ขนาดมาตรฐานที่ใช้งานกันทั่วไป และได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยขนาดหน้ากว้าง 53 เซนติเมตร และความยาว 10 เมตร สามารถรีดไล่ฟองอากาศได้ง่ายและรวดเร็วกว่าวอลเปเปอร์ชนาดหน้ากว้างที่มีขนาดตั้งแต่ 70-150 เซนติเมตร และความยาวต่อม้วนประมาณ 10-50 เมตร รวมถึงวอลเปเปอร์ชนิด Border เป็นวอลเปเปอร์แถบคาดขนาดเล็กประมาณ 5-50 เซนติเมตร

ขณะที่ชนิดวัสดุยังมีให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น วอลเปเปอร์กระดาษ ซึ่งต้องใช้ความสามารถในการติดสูง เพราะกระดาษบอบบางและขาดง่ายเวลาโดนกาว หรือการรีดไล่ฟองอากาศที่ต้องระมัดระวัง รวมถึงการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดอาจจะทำให้สีหลุดลอกซีดจาง หรือเป็นรอยด่างได้ เช่นเดียวกับวอลเปเปอร์โฟมที่ติดตั้งยาก เพราะเนื้อกระดาษซึมกาวและแห้งเร็ว ทำให้ต้องระวังวอลเปเปอร์ขาด ทั้งยังต้องพยายามติดให้เสร็จก่อนกาวแห้ง เพื่อไม่ให้งานเสียหายหรือเห็นรอยต่อการติดชัดเจน

ดังนั้น เราอาจจะเลือกใช้วอลเปเปอร์ไวนิลที่การต่อลายง่ายกว่าประเภทอื่น ทั้งยังมีความเหนียวและแข็งแรงไม่ขาดง่าย โดยสามารถยืดตัวได้มากเมื่อโดนกาว รวมถึงวอลเปเปอร์ประเภทผ้าที่ส่วนใหญ่เป็นแบบหน้ากว้าง ซึ่งการต่อลายนิยมใช้วิธีประกบตัด ด้วยคัตเตอร์กรีดครั้งเดียว โดยนำชิ้นหลังเกยทับชิ้นแรกประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อช่วยอำพรางรอยต่อให้เรียบเนียน

สีและลายให้แมตช์กับห้อง
วอลเปเปอร์แต่ละสีให้ความรู้สึกและบรรยากาศที่แตกต่างกัน นอกเหนือจากความชอบส่วนตัวของเราและสมาชิกในครอบครัว เรายังต้องคำนึงถึงการใช้งานในแต่ละห้อง สีของเฟอร์นิเจอร์ แสงไฟ และแสงสว่างที่ส่องกระทบวอลเปเปอร์ ซึ่งการเลือกใช้สีสำหรับวอลเปเปอร์ทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นสีโทนร้อน สีโทนเย็น และสีกลางที่อาจจะใช้แบบผสมผสานกันหรือเลือกใช้สีโทนใดโทนหนึ่งในห้องได้

สีโทนร้อน (warm color) เช่น แดง ส้ม ทอง เหลือง เป็นต้น สามารถใช้เน้นผนังบางส่วน เพื่อสร้างความโดดเด่น หรือเลือกใช้บางพื้นที่เมื่อเทียบกับองค์ประกอบโดยรวมของการตกแต่งห้อง รวมถึงการเล่นระดับสีให้ลดลงแบบวอลเปเปอร์สีเอกรงค์ (monotone) เช่น แดง ส้ม หรือ ส้ม เหลือง เพราะการใช้สีโทนร้อนในปริมาณมากจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนและอยู่ในห้องไม่ได้นาน

สีโทนเย็น (cool color) เช่น น้ำเงิน ม่วง คราม เขียวแก่ เป็นต้น เพราะสำหรับการตกแต่งห้องที่ใช้พักผ่อน ห้องทำงานของผู้บริหารที่ต้องการบรรยากาศความสงบและน่าเชื่อถือ ทั้งยังช่วยสร้างความรู้สึกความเป็นธรรมชาติ ร่มเย็นและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

สีโทนกลาง (neutral color) เช่น สีขาว ดำ เทา น้ำตาล ครีม เป็นต้น เหมาะสำหรับการผสมคู่กับโทนสีอื่น โดยสามารถอยู่คู่กับทุกโทนสี เพื่อให้ความรู้สึกราบเรียบและสะอาดตา ทั้งยังสามารถช่วยลดความฉูดฉาดหรือการกระตุ้นอารมณ์ของสีโทนร้อนได้

ส่วนการเลือกลายวอลเปเปอร์แบ่งออกเป็นวอลเปเปอร์ลายใหญ่หรือสีเข้มควรเลือกใช้เฉพาะบางส่วนของห้อง เช่น พื้นที่หัวเตียง หรือส่วนที่ต้องการเน้นให้โดดเด่นขึ้นมา แต่ไม่ควรใช้กับผนังทุกด้านภายในห้อง เพราะจะทำให้รู้สึกอึดอัด คับแคบ รกสายตา และเบื่อง่าย ทั้งยังสิ้นเปลืองงบประมาณจากระยะการตัดต่อลายใหญ่ที่มักจะเสียเศษมากกว่า

ในทางตรงกันข้ามวอลเปเปอร์ลายเรียบหรือลายเล็กจะช่วยให้รู้สึกว่าขนาดห้องกว้างขวางขึ้น สว่าง และดูสบายตา รวมถึงการต่อลายยังเสียเศษน้อยกว่า จึงเหมาะกับการตกแต่งห้องขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัดหรือห้องที่มีการตกแต่งรายละเอียดมาก รวมถึงห้องที่มีการบิลท์อินเฟอร์นิเจอร์

นอกจากนั้น เรายังสามารถเลือกใช้วอลเปเปอร์ลายทาง เพื่อช่วยให้ห้องดูโปร่งหรือสูงขึ้นสำหรับห้องเพดานเตี้ย รวมถึงการเลือกวอลเปเปอร์ให้เข้ากับสไตล์การแต่งห้อง ด้วยการผสมหลายโทนสีในแนวเดียวกัน หรือตัดกันเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นได้ หรือจะทำวอลเปเปอร์ DIY ด้วยตนเองก็ได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก https://www.ddproperty


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

8 ไอเทมตกแต่งบ้านเสริมมงคล เฮงรับตรุษจีน 2018

นอกจากเรื่องพิธีกรรมต่างๆ แล้ว การตกแต่งบ้านยังเป็นอีกสิ่งสำคัญของผู้มีเชื้อสายจีนนิยมทำกันในช่วงวันตรุษจีน ep decor จึงอยากมาแนะนำของตกแต่งบ้านช่วยเสริมมงคล เฮงรับตรุษจีน 2018 ไปดูกันว่า 8 ไอเทมที่ว่านั้นคืออะไรบ้าง

1.“สุนัข” ป้องกันความชั่วร้ายรับปีจอ

สุนัขพันธุ์เชา เชา (Chow Chow) มีลักษณะคล้ายกับสิงโต (Foo Dog) ซึ่งชาวจีนเชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันความชั่วร้ายต่างๆ ส่วนดีไซน์ลูกบอลเคียงข้างสุนัขนั้นสื่อถึง มิตรภาพ และความเสน่ห์หา เมื่อนำมาจัดตกแต่งพื้นที่ภายในบ้านก็ช่วยเสริมมงคล และยังดูน่ารักงดงาม

2.ม้ามงคลวิ่งก้าวกระโดดแห่งความสำเร็จ

ท่าทางของม้าขณะกำลังวิ่งก้าวกระโดดเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและการเอาชนะอุปสรรคทั้งปวง เมื่อนำไปมอบให้กับผู้อื่นก็เปรียบเสมือนการอวยพรให้ผู้รับประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

3. มังกรแห่งความเจริญรุ่งเรือง

ตามตำนานจีนเล่าขานว่ามังกรเป็นสัตว์สูงศักดิ์ทรงพลัง และมีอิทธิฤทธิ์มากมาย ผู้ที่บูชานับถือจะช่วยนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความสุข ความอุดมสมบูรณ์และช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต

4.เรือสำเภาแห่งความสำเร็จทางธุรกิจการค้า

เรือสำเภาเป็นสัญลักษณ์ของธุรกิจการค้า เปรียบเสมือนความร่ำรวยเงินทอง หลังจากประสบผลสำเร็จจากการค้าใหญ่โตและขนเงินขนทองกลับมา ทั้งนี้ตามหลักฮวงจุ้ยจีนแนะนำให้หันหัวเรือเข้าบ้านหรือที่ทำงาน เพื่อเสริมดวงชะตาการทำธุรกิจการค้าและเกื้อหนุนให้พบกับความสำเร็จ มั่งคั่ง

5.พระมหากัจจายนเถระแห่งความอุดมโภคทรัพย์

เดิมชื่อ กัจจายนโคตร แปลว่า ทอง มีที่มาจากผิวพรรณงามดุจทองคำ เป็นพระพุทธสาวกผู้มีความเฉลียวฉลาด มีบารมี ใบหน้ายิ้มแย้ม และเป็นหนึ่งในไตรภาคีแห่งโชคลาภ ผู้ใดบูชาย่อมเป็นมหามงคลอุดมด้วยโภคทรัพย์และลาภสักการะร่ำรวยเงินทอง

6.เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแห่งความร่ำรวยโชคลาภ

เทพเจ้าที่ชาวจีนเซ่นไหว้รับศักราชใหม่ก่อนเทพองค์อื่น เพราะเป็นเทพเจ้าด้านโชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวย และทำให้ครอบครัวสามัคคีปรองดองอยู่เย็นเป็นสุข

7. สามเทพฮก ลก ซิ่วแห่งความมั่งมี

เทวรูปประดับ สามเทพฮก ลก ซิ่ว ให้คุณทางด้านการเงิน สุขภาพร่างกายและยศถาบรรดาศักดิ์ ให้ผู้ที่บูชามีความมั่งมีศรีสุขและเป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป จึงเป็นที่นิยมแก่การตั้งประดับตกแต่งภายในห้องโถง ห้องนั่งเล่น หรือสถานที่ทำงานกันอย่างมาก

8. กรอบรูปปลาทอง 9 ตัว “มัจฉาพามงคล”

ตามความเชื่อของชาวจีน เลข 9 ถือเป็นเลขมงคล เพราะอ่านออกเสียงจีนว่า “จิ่ว” แปลว่า อายุยืน ส่วนปลาทองมีฉายาว่า “มัจฉาพามงคล” หากบ้านไหนมีปลาทองอยู่ในบ้านก็เปรียบเสมือนมีทองอยู่ในบ้าน และจะนำความร่มเย็น โชคลาภ อำนาจ และบารมีมาสู่ผู้ครอบครอง อีกทั้ง การไหลเวียนของน้ำ ยังสื่อถึงการค้าราบรื่น เมื่อนำมารวมกัน จึงสื่อถึงการนำมาสู่ความมั่งคั่ง และความร่มเย็นเป็นสุข ทำมาค้าขึ้นเงินทองไหลมาเทมา

ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ก็ให้นำมาประดับไว้ในบ้านจะเป็นเหมือนการเปิดรับความเฮงให้กับชีวิต แถมยังได้ของดีไซน์สวยช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูงดงามยิ่งขึ้นด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก www.sanook


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

10 ไอเดียแต่งคอนโด ต้อนรับวันวาเลนไทน์

การตกแต่งคอนโดถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากช่วยเพิ่มความสะดวกในการอยู่อาศัยและเป็นการบ่งบอกถึงสไตล์และรสนิยมของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ในบางครั้งเราสามารถสร้างสีสันและความแปลกใหม่ให้กับคอนโดได้ ด้วยการตกแต่งต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงใกล้วันวาเลนไทน์นี้ เรามี 10 ไอเดียดีๆ ในการตกแต่งคอนโดของคุณให้มีสีสันและช่วยสร้างบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกให้กับวันพิเศษแบบนี้

1. หัวใจเล็กๆบนกำแพง

การตกแต่งกำแพงโดยทั่วไปเราอาจจะเลือกใช้กรอบรูปหรือภาพศิลปะต่างๆ แต่ในวันวาเลนไทน์แบบนี้คงต้องสร้างสีสันและเพิ่มความหวานด้วยการตกแต่งที่แปลกตาออกไป เช่น การเลือกใช้หัวใจกระดาษเล็กๆ มาประดับบนกำแพงเพื่อความหวานและโรแมนติกให้กับคอนโดมากยิ่งขึ้น อาจตกแต่งให้เป็นคำหวาน หรือ ตกแต่งให้เป็นรูปหัวใจ สำหรับเซอร์ไพรส์คนรักของคุณได้อีกด้วย นอกจากนี้วัสดุอุปกรณ์ที่เลือกใช้ยังสามารถสร้างสรรค์ได้ตามความต้องการ เป็นการเพิ่มจินตนาการให้กับตัวคุณอีกด้วย

2. เพิ่มสีสันบนโต๊ะอาหารด้วยสีแดง

การเลือกตกแต่งด้วยการเพิ่มสีสันให้กับโต๊ะอาหารเป็นสิ่งที่หลายๆ คนมักเลือกใช้ เราสามารถสร้างบรรยากาศการดินเนอร์สุดแสนโรแมนติกขึ้นได้ด้วยการตกแต่งด้วยของเพียงไม่กี่ชิ้น เช่น การเปลี่ยนแผ่นรองจานเป็นสีแดงหรือสีชมพูเข้ม เพื่อเพิ่มสีสันความหวานบนโต๊ะอาหาร การตกแต่งด้วยสิ่งของรูปหัวใจอาจเป็นวัสดุจากแผ่นไม้ เทียน หรือแม้กระทั่งลายบนจานอาหาร ซึ่งนอกจากการตกแต่งด้วยสิ่งของแล้ว อาหารและเครื่องดื่มก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ

3. ลูกโป่งในห้องนั่งเล่น

หนึ่งในไอเดียการตกแต่งห้องที่เป็นที่นิยมมากที่สุด คือ การใช้ลูกโป่ง ซึ่งช่วยเพิ่มความหวานและโรแมนติกให้กับห้องนั่งเล่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งสีที่เลือกใช้ควรเลือกให้เหมาะสมกับสีของห้องนั่งเล่น เช่น หากภายในห้องมีการตกแต่งโทนสีขาว ควรเลือกใช้ลูกโป่งสีแดงหรือชมพู โดยเฉพาะในปัจจุบันมีการออกแบบลูกโป่งมาหลากหลายแบบ เพื่อตอบสนองความต้องของผู้ใช้ มีทั้งรูปหัวใจแบบหลากหลายสี หลายขนาด มีการสร้างสรรค์ ดัดแปลง หรือแบบจัดเป็นช่อ หรือแบบลูกโป่งซ้อนกันหลายๆลูก ซึ่งช่วยเพิ่มความน่ารักมากยิ่งขึ้น

4. ตกแต่งด้วยของที่เป็นคู่

ในช่วงวันที่แสนพิเศษนี้ การเลือกนำเอาของพิเศษต่างๆมาใช้ ถือเป็นไอเดียที่ดี การเลือกใช้ของเป็นคู่ หรือการตกแต่งคอนโดด้วยสิ่งของที่เป็นคู่นั้น เป็นสัญลักษณ์ของ ความรักที่มีสมบูรณ์อยู่เป็นคู่กัน ดังนั้นในวันสำคัญๆแบบนี้ แทบปฏิเสธไม่ได้ที่จะนำสิ่งเหล่านี้มาตกแต่งเพิ่มความแปลกตาแต่อบอุ่นให้กับคอนโด เช่น การใช้แก้วคู่รัก การตกแต่งห้องด้วยตุ๊กตาคู่รัก การตกแต่งโซฟาด้วยหมอนคู่ เป็นต้น

5. ดอกไม้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ในช่วงใกล้วันวาเลนไทน์แบบนี้ สิ่งที่ขายดีและเป็นที่นิยมมากที่สุดคงต้องยกให้ดอกไม้ โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดง ที่แทบจะขาดตลาดเลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะว่าดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม เบิกบาน และน่าทะนุถนอม เหมาะที่จะเป็นสิ่งแทนใจสำหรับคนพิเศษ ซึ่งในวันที่สำคัญแบบนี้ การเลือกนำเอาดอกกุหลาบสีต่างๆมาประดับแจกันในคอนโด ถือเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะนอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังส่งกลิ่นหอมและช่วยสร้างบรรยากาศแสนโรแมนติกได้อย่างดีอีกด้วย ดังนั้นวาเลนไทน์นี้อย่าลืมแวะซื้อดอกกุหลาบสักช่อมาประดับบ้านกันนะคะ

6. สร้างบรรยากาศด้วยแสงเทียน

ในการตกแต่งคอนโดเรามักมีการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หลากหลาย ตามความต้องการและการใช้งานนั้นๆ แต่มีหนึ่งสิ่งที่มีประโยชน์สารพัดในการใช้งานนั่นคือ “เทียน” ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายแบบ ทั้งรูปทรง ขนาด บางชนิดมีกลิ่นหอม ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมมากในการใช้เทียนที่มีกลิ่นหอมเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับร่างกาย ในการตกแต่งรับวันวาเลนไทน์ การเลือกนำเทียนมาตกแต่งในห้องน้ำถือเป็นการสร้างบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกได้เป็นอย่างดี การจุดเทียนในห้องน้ำนอกจากร่างกายของคุณจะผ่อนคลายจากการอาบน้ำแล้ว กลิ่นของเทียนนั้นยังช่วยทำให้สมองของคุณผ่อนคลายอีกด้วย ดังนั้นไม่มีทางไหนเลยที่คุณจะปฏิเสธมันจริงไหมคะ

7. ตกแต่งด้วยแจกันขนมหวาน

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ นั่นคือ “ช็อกโกแลต” ขนมหวานที่เป็นที่นิยมตลอดกาล ผู้คนมักให้ช็อกโกแลตเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์แก่กัน แน่นอนว่าในวันวาเลนไทน์แบบนี้ ช็อกโกแลตเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่วันนี้เรามีไอเดียที่นอกเหนือจากการนำช็อกโกแลตจัดจารเสิร์ฟ คือการจัดมันให้เป็นช่อดอกไม้เสียเลย ซึ่งวิธีนี้ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่และยังเพิ่มความน่ารักสะดุดตาให้กับคอนโดของคุณอีกด้วย

8. เปลี่ยนบรรยากาศห้องนอนด้วยกลีบกุหลาบ

ดอกไม้นอกจากจะเป็นสิ่งแทนใจสำหรับคนสำคัญในวันวาเลนไทน์แล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายหลาย โดยเฉพาะในการตกแต่งภายในคอนโดที่นอกจากจะนำมาประดับใส่แจกัน เรายังมีวิธีนำมาตกแต่งห้องนอนเพื่อเพิ่มความโรแมนติกให้กับคืนพิเศษ โดยใช้ส่วนกลีบดอกนำมาโรยบนเตียง หรือจะเรียงเป็นรูปหัวใจ ก็สวยงามไปอีกแบบ ดังนั้นนี่เป็นอีกหนึ่งไอเดียดีๆสำหรับค่ำคืนอันหอมหวานนี้

9. เพิ่มความหวานด้วยโน้ตเล็กๆ

ในหลายๆไอเดียการตกแต่งคอนโดต้อนรับวันวาเลนไทน์นั้น ส่วนใหญ่เพื่อสร้างบรรยากาศและเพิ่มสีสันความสวยงามให้กับคอนโด แต่มีอีกหนึ่งไอเดียที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังสามารถสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกของเราส่งถึงคนสำคัญได้ ด้วยการประดับห้องด้วยโน้ตรูปหัวใจ ซึ่งภายในมีข้อความหวานส่งถึงคนพิเศษ วิธีนี้จะช่วยให้เกิดความรักความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น และช่วยสร้างช่วงเวลาพิเศษให้แก่กันอีกด้วย

10. ประดับคอนโดด้วยของ DIY

การตกแต่งคอนโดอีกหนึ่งไอเดียที่เก๋และไม่เหมือนใครแน่นอน คือ การตกแต่งด้วยของ DIY ซึ่งบ่งบอกถึงสไตล์ของแต่ละคน เราสามารถสร้างสรรค์ออกมาแบบใดก็ได้ อาจจะทำขึ้นเพื่อให้สามารถใช้สอยและประดับบ้านไปในตัว เช่น กระถางต้นไม้ที่มีการทาสีสันต่างๆ ต้นไม้ DIY เป็นต้น ซึ่งไอเดียนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังเป็นการเปิดให้ตนเองและคนสำคัญได้มีโอกาสทำกิจกรรมและสร้างสรรค์จินตนาการร่วมกันอีกด้วย

การตกแต่งคอนโดนั้นถือเป็นอีกหนึ่งงานอดิเรกของคนหลายๆคน ซึ่งเราสามารถเสริมเติมแต่ง เปลี่ยนสไตล์การตกแต่งได้ตลอดเวลา บางคนอาจตกแต่งตามความนิยมในแต่ละช่วง แต่สิ่งสำคัญในการตกแต่งคอนโดซึ่งเป็นที่ที่เราอยู่อาศัย ใช้ชีวิตในทุกๆวันนั้น คือการทำให้คอนโดที่ที่อบอุ่น สะดวกสบาย และทำให้เรารู้สึกว่านี่คือที่ๆดีที่สุดของเรา ซึ่งในในช่วงวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ ทุกสามารถนำไอเดียต่างๆเหล่านี้ไปปรับใช้ในแบบของตนเอง และขอให้วันสำคัญนี้เป็นวันที่ดีของทุกๆคนนะครับ


ขอบคุณข้อมูลและภาพ www.estopolis


เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

ร้านผ้าม่านและผู้รับเหมา
โปรดติดต่อ เพื่อขอรับราคาขายส่งทันที


—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

 

จัดห้องพระในบ้านอย่างไรให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของทั้ง 12 นักษัตร

บ้านแต่ละหลังย่อมมีห้องพระ,หิ้งพระ หรือมากกว่านั้นอาจจะมีหิ้งเทพ หิ้งรูปบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ก็ยังพบปัญหาว่าหลายคนไม่ทราบว่าควรจัดวาง ตั้งหิ้งพระไว้บริเวณใดของบ้านถึงเหมาะสมและเป็นมงคลกับชีวิต รวมถึงอาจเผลอวางหิ้งพระผิดที่ผิดทางจนเกิดความไม่เป็นมงคลได้  เลยรวบรวมคำแนะนำเรื่องการจัดหิ้งพระให้เหมาะสมและเป็นมงคลต่อเจ้าของบ้านทั้ง 12 นักษัตร

เจ้าของบ้านเกิดปีชวด ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดอันตราย จนอาจถึงขั้นเสียชีวิต

เจ้าของบ้านเกิดปีฉลู ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เจ้าบ้าน เกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน

เจ้าของบ้านเกิดปีขาล ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้ผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวเกิดอันตราย

เจ้าของบ้านเกิดปีเถาะ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียคนในบ้านจะเสียชีวิต

เจ้าของบ้านเกิดปีมะโรง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดการเสียหายทั้งชายและหญิง

เจ้าของบ้านเกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชา หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัวมีความยุ่งยากที่สุดจนหาความสงบสุขไม่ได้

เจ้าของบ้านเกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้ จะส่งผลให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน

เจ้าของบ้านเกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้ครอบครัว เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

เจ้าของบ้านเกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว

เจ้าของบ้านเกิดปีระกา ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะ จะทำให้ความทุกข์โศกมาเยือนครอบครัวจนต้องร้องให้อยู่เสมอ

เจ้าของบ้านเกิดปีจอ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลร้ายให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้

เจ้าของบ้านเกิดปีกุน ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ในครอบครัวอยู่ตลอด เสียเงินเสียทองขึ้นโรงขึ้นศาล

ได้หลักการจัดหิ้งพระแบบง่ายๆ กันไปแล้ว ก็ลองตรวจเช็คดูนะคะว่าเราวางถูกต้องแล้วหรือยังนะครับ


ขอบคุณข้อมูลและภาพ horoworld , sanook. ,9hora.com


เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

ร้านผ้าม่านและผู้รับเหมา
โปรดติดต่อ เพื่อขอรับราคาขายส่งทันที


—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494