คุณมั่นใจแค่ไหน? ผ้าม่านคุณสะอาด

ฝุ่น!!! ปัญหาใหญ่สำหรับผ้าม่าน

หลายท่านที่กำลังคิดจะติดผ้าม่านแต่ก็กลัวปัญหาเรื่องฝุ่น โดยเฉพาะโรคที่เกิดได้ง่ายอย่างโรคภูมิแพ้ สาเหตุของโรคนี้มีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจากฝุ่นละอองต่างๆ เกสรดอกไม้ โดยสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นจะเข้าสู่ร่างกายเราโดยการสัมผัสผ่านทางผิวหนังหรือการทานเข้าโดยตรง เมื่อเกิดการแพ้จะมีอาการผิดปกติทางร่างกาย เช่น เป็นผื่นแดง คัน หายใจไม่สะดวก

โดยอาการแพ้ส่วนใหญ่ของคนเรามักจะเป็นแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น เนื่องจากฝุ่นละอองมีอยู่ทุกหนทุกแห่งอย่างเลี่ยงได้ยาก ในบ้านของเราเองก็มีฝุ่นเหมือนกันโดยจะออกมาเยอะเวลาที่เราทำความสะอาดบ้านโดยเฉพาะบ้านที่ไม่ได้มีการดูแลรักษาอย่างเป็นประจำ บางทีฝุ่นก็เยอะจนทำให้หายใจลำบากได้เช่นกัน  การหมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นได้ สำหรับผ้าม่านหากผู้อาศัยเป็นคนมีปัญหาเรื่องฝุ่นแนะนำให้เลือกผ้าผิวมันหรือผ้าที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์จะพอช่วยเรื่องการสะสมของฝุ่นบนตัวผ้าได้ในระดับนึง แต่จะให้ไม่ให้มีฝุ่นเกาะเลยนั้นเห็นจะเป็นเรื่องยากเพราะตัวผ้าม่านจะมีซอกเล็กซอกน้อยซึ่งเป็นที่ซ่อนของฝุ่นได้ จะกำจัดฝุ่นเหล่านี้ออกให้หมดก็ต้องนำไปซักเท่านั้น


วิธีซักผ้าม่านอย่างง่ายด้วยตัวเอง พร้อมการดูแลให้ดูดีไร้ฝุ่นและสิ่งสกปรก

รวมวิธีทำความสะอาดและดูแลผ้าม่าน เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน และไม่ต้องเสียเงินจ้างซัก เพราะทำเองได้ง่าย ๆ ให้ผ้าม่านไร้ฝุ่นและไม่มีสิ่งสกปรก

ผ้าม่านถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างหนึ่งในบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะช่วยบังแสงแดดและบังสายตาได้แล้ว ยังช่วยตกแต่งภายในบ้านให้สวยงามได้อย่างที่ต้องการอีกด้วย กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีทำความสะอาดและดูแลผ้าม่านอย่างง่ายด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ เพื่อให้ผ้าม่านผืนโปรดของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สะอาด ไร้กลิ่นเหม็น และสิ่งสกปรก แลดูเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา

วิธีซักผ้าม่าน

1. วิธีซักผ้าม่านกับเครื่องซักผ้า

หากเลือกที่จะซักผ้าม่านด้วยเครื่องซักผ้า ผ้าม่านที่นำมาซักนั้นจะต้องเป็นผ้าชนิดเนื้อเบา ไม่หนาและหนักจนเกินไป หากเป็นเนื้อผ้าม่านคอตตอนและทั่วไปให้ใช้ระบบน้ำเย็น พร้อมทั้งเปิดรอบในการปั่นให้อยู่ในระดับต่ำสุด ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ทำความสะอาดควรเป็นสูตรธรรมดาและไม่มีฤทธิ์กำจัดคราบรุนแรง เพราะจะช่วยป้องกันการหดตัวของผ้าม่านได้

2. วิธีซักผ้าม่านแบบซักมือ

ถึงการซักผ้าม่านแบบซักมือจะดูเหนื่อยไปสักหน่อย แต่มั่นใจได้เลยว่าวิธีนี้จะไม่ส่งผลเสียต่อเนื้อผ้าอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผ้าม่านชนิดคอตตอน 100% ส่วนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เลือกเป็นสบู่สูตรอ่อนโยนหรือผงซักฟอกสูตรธรรมดาจะดีที่สุด เพื่อลดการทำลายเนื้อผ้า

3. วิธีทำความสะอาดผ้าม่านด้วยเครื่องไอน้ำ

วิธีนี้เหมาะกับการทำความสะอาดผ้าม่านเนื้อหนาและมีน้ำหนักมาก ก่อนอื่นต้องอ่านคำแนะนำในการทำความสะอาดจากป้ายและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ แนะนำให้ต่อหัวแปรงนุ่ม ๆ ที่สายของเครื่องพ่นไอน้ำเพราะจะช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าขึ้น แนะนำให้พ่นเป็นแนวเส้นตรง โดยเริ่มจากด้านบนลงด้านล่าง ถ้ารู้สึกว่าผ้าม่านเริ่มเปียกก็ให้ถอยหัวพ่นไอน้ำออกห่างจากผ้าม่านอีกนิด

ซักตามประเภทเนื้อผ้า

1. ผ้าเนื้อเชียร์และผ้าลูกไม้

ผ้าม่านทั้ง 2 ชนิดนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน ดังนั้นจึงเหมาะกับการซักมือ ด้วยการผสมน้ำเย็นกับผงซักฟอก 1 ช้อนชา ซักแล้วแช่ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นให้วนผ้าในน้ำเพื่อจำกัดเศษสิ่งสกปรกให้หลุดออก นำซักน้ำเปล่าเพื่อล้างฟองผงซักฟอกออกให้หมด แต่ถ้าหากแท็กซ์เจอร์ของผ้าม่านแข็ง ให้แก้ไขด้วยการละลายเกลือทะเลกับน้ำเปล่าประมาณ 1 ถ้วยตวง แล้วเทลงผสมกับน้ำในกะละมัง แช่ผ้าม่านทิ้งไว้ 10 นาที เทน้ำทิ้งก่อนดึงผ้าม่านขึ้นจากกะละมัง แล้วค่อยนำไปตากแห้ง

2. ม่านลูกปัด

การทำความสะอาดม่านลูกปัดหรือม่านที่ทำมาจากวัสดุเนื้อแข็งนั้น แตกต่างจากม่านที่ทำมาจากผ้า วิธีการก็คือให้นำผ้าปูเตียงมาแขวนไว้ด้านหลังม่าน พร้อมทั้งปูผ้ารองเศษฝุ่นไว้ใต้ม่าน จากนั้นก็ผสมสเปรย์ทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาล้างจานหรือสบู่สูตรอ่อนโยน 2-3 หยดผสมกับน้ำเปล่าจำนวนหนึ่งให้เข้ากัน นำไปฉีดพ่นม่านจากด้านบนลงด้านล่าง นำผ้าขนหนูเนื้อคอตตอนมาซับเบา ๆ ให้แห้ง ก็เป็นอันเรียบร้อย

3. ผ้าม่านชนิดกำมะหยี่

ส่วนมากคำแนะนำในการซักผ้าม่านแบบกำมะหยี่จะแนะนำให้ซักแห้ง แต่บางชนิดก็สามารถซักกับเครื่องซักผ้าได้เลย ฉะนั้นจึงต้องอ่านป้ายสัญลักษณ์ให้ดี ๆ สำหรับกำมะหยี่ที่ซักในเครื่องซักผ้าให้ใช้น้ำเย็น และตากโดยการวางพาดบนผ้าคอตตอนให้แห้ง

วิธีการดูแลผ้าม่านหลังซักทำความสะอาด

– หลังจากซักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตากพาดไปกับราวตากผ้าหรือวางพาดบนผ้าคอตตอนอีกที ห้ามตากให้โดนแดดโดนตรงและปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ หรือจะใช้เตารีดรีดทับอย่างรวดเร็วเพื่อให้ผ้าม่านดูเหมือนใหม่ก็ได้ค่ะ

– การดูแลผ้าม่านแบบรายสัปดาห์ ให้ถอดผ้าม่านออกจากราง นำมาสะบัดเพื่อกำจัดฝุ่นนอกบ้าน แล้ววางผ้าม่านไว้ข้างนอกสัก 10 นาที เพื่อให้ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายโดยรอบตกลงพื้นก่อนแล้วค่อยใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดซ้ำอีกครั้ง จะได้ไม่มีฝุ่นติดตัวเราเข้ามาในบ้านอีก

– การดูแลผ้าม่านแบบรายเดือน ให้ใช้แปรงสำหรับปัดผ้าม่าน ปัดตั้งแต่ด้านบนลงด้านล่าง หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นโดยไม่ต้องต่อหัวดูดฝุ่น เพราะหัวต่อจะทำให้ผ้าม่านเสียหายได้เลย หรือนำไปปั่นในเครื่องอบแห้งโดยไม่ต้องเปิดระบบลมร้อนสัก 10 นาที ก่อนจะนำมาแขวนตามปกติ

– พยายามลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นต่าง ๆ ภายในบ้านหรือหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด อย่างเช่น กั้นบริเวณครัวกับส่วนอื่น ๆ ให้ชัดเจนไม่ให้มีกลิ่นอาหารเล็ดลอดมาเกาะผ้าม่าน และไม่สูบบุหรี่ในบ้าน

– หากม่านมีกลิ่นเหม็นให้ถอดออกไปผึ่งลมสัก 2 ชั่วโมง กลิ่นก็จะหายไป

เชื่อแล้วหรือยังว่า การทำความสะอาดและดูแลผ้าม่านนั้นง่ายนิดเดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นแม่บ้าน-พ่อบ้านมืออาชีพหรือมือใหม่ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งนั้น แล้วอย่าลืมดูแลผ้าม่านของคุณเพื่อให้ใช้งานไปได้อีกนานแสนนานด้วยนะครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก cleanipedia และ Housewifehowtos


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

บ้านของคุณ? เหมาะกับม่านแบบไหน?

ผ้าม่านนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีข้อดีที่มาพร้อมกับความสวยงาม ทั้งช่วยควบคุมแสง สร้างความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังช่วยเก็บเสียงและป้องกันฝุ่นละอองที่จะเข้ามาภายในบ้าน
แต่รู้มั้ยครับว่าผ้าม่านมีหลายประเภท เราควรเลือกตามการใช้งาน และลักษณะที่เหมาะสมกับประตู-หน้าต่างของห้องด้วย ใครคิดจะซื้อม่านหรือเปลี่ยนม่านใหม่ ลองอ่านกันก่อนนะครับ


ม่านจีบ

 

ม่านจีบ

เป็นม่านที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะสามารถเข้าได้กับการตกแต่งบ้านได้ทุกสไตล์ แล้วแต่คุณจะเลือกเนื้อผ้าและสีสัน ใช้งานสะดวก ลักษณะของม่านคือมีการจับจีบด้านบน เว้นระยะเท่าๆกัน ต่างจากม่านคอกระเช้าและม่านตาไก่ที่จะต้องคอยจัดผ้าให้ช่องเท่าๆกัน
ม่านจีบสามารถติดผ้าได้ 2 ชั้นคือม่านโปร่งและม่านทึบ


ม่านลอน

 

ม่านลอน

เป็นม่านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่อชอบการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น เพราะจะให้ความรู้สึกเรียบ หรู ทันสมัย ม่านล็อคลอนจะมีลักษณะคล้ายตัว S ต่อกันไปเรื่อยๆ


ม่านตาไก่

ม่านตาไก่

เป็นม่านที่สามารถเลือกรางโชว์ตามรูปแบบดีไซน์ที่ต้องการมีทั้งแบบที่คลาสสิค เหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Contemporary & Classic Style หรือ เลือกรางโชว์แบบทันสมัย รูปทรงเลขาคณิต จะเหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Modern

รูปแบบม่านห่วงตาไก่กับลักษณะของรางผ้าม่านที่สอดผ่านห่วงตาไก่ที่ยึดติดกับผ้าม่านดูเป็นลอนสวยงาม มีน้ำหนักเบา เมื่อยึดติดกับผนังบ้านทำให้เกิดความอิสระของตัวผ้าม่าน ควรเลือกผ้าที่มีน้ำหนักพอสมควรแต่ไม่หนักเกินไป จะทำให้ผ้าม่านทิ้งลอนสวยกำลังดี สะดวกสบายในการติดตั้ง


ม่านพับ

 

ม่านพับ

เป็นม่านอีกชนิดที่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากความเป็นระเบียบเรียบร้อย การพับของม่านพับนั้นจะมีลักษณะเป็นชั้นๆและเรียงซ้อนกันขึ้นไป ม่านพับมักใช้เมื่อต้องการเน้นแนวตั้งของประตูหรือหน้าต่างหรือใช้กับหน้าต่างบานเล็กและติดกันหลายบาน จะทำให้ไม่ต้องเปิดม่านทั้งหมด แข็งแรงและประหยัดพื้นที่ จึงทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง เข้ากับการแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์น ที่สำคัญทำความสะอาดง่าย


ม่านคอกระเช้า

 

ม่านคอกระเช้า

เหมาะกับบ้านสไตล์ร่วมสมัย ด้วยเอกลักษณ์ที่นำม่านทำเป็นห่วงภายในตัวและเย็บติดกระดุมหรือผูกโบว์ให้ผ้าม่าน เหมาะกับคนที่ชอบงานที่ดูเป็นงานฝีมือ
ชอบความเรียบง่ายและดูเป็นธรรมชาติ


ม่านหลุยส์

 

ม่านหลุยส์

แสดงถึงความหรูหรา สะท้อนถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านที่มีระดับ สามารถเลือกผ้าได้หลากหลายเช่น ผ้าม่านทึบเนื้อดี การเพิ่มชายครุยเย็บติดที่ชายผ้าบริเวณต่างๆก็เพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับม่านหลุยส์ได้ไม่น้อย แต่ข้อเสียคือดูแลรักษายาก และเก็บฝุ่นมาก


ม่านม้วน

ม่านม้วน

เป็นลักษณะม่านที่ตอบโจทย์กับออฟฟิตสำนักงาน ร้านค้าหรือที่อยุ่อาศัยที่ต้องการความเป็นสมัยใหม่ เน้นความเรียบง่าย และการดูแลรักษาง่าย ใช้งานง่าย สะดวก ปรับความสูงได้ตามที่ต้องการ ที่สำคัญใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย และใช้ได้กับหน้าต่างบานเล็กไปจนถึงบานใหญ่มากๆ ทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บฝุ่นด้วยรูปแบบที่ทันสมัย
ม่านม้วนมีทั้งชนิดกันแสง (Blackout) สามารถกันแสงได้ถึง 100% และชนิดกรองแสง (Sunscreen) ที่ปล่อยให้แสงส่องผ่านได้บ้างเหมาะกับการตกแต่งที่ต้องการทั้งแสงสว่างและความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน


มู่ลี่

มู่ลี่

มีทั้งแบบที่ทำจากไม้ และอลูมิเนียมอาจนำไปใช้ในบริเวณที่ไม่สามารถใช้ผ้าม่านได้เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ การใช้งานเหมือนม่านม้วนที่สามารถปรับปิดแสงในแนวนอน ข้อดีคือ แข็งแรง ไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดง่าย ปรับทิศทางแสงไปตามทิศทางที่ต้องการได้ แต่ข้อเสียของมู่ลี่คือแข็งกระด้าง ไม่นุ่มนวล อ่อนช้อย


ขอบคุณรูปภาพ
ม่านจีบ www.kandkdecorate.com
ม่านพับ www.orawancurtainphuket.com และอื่นๆที่ไม่ได้อ้างอิง

ขอขอบคุณบทความ                                                                                  www.http://utexdecor.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

สไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยม ที่มักเลือกใช้

สไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยม ที่มักเลือกใช้

ปัจจุบันสไตล์การตกแต่งบ้านนั้นก็มีให้เลือกมากมายหลากหลาย ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความชอบของเพื่อนๆ แต่ละคน อีกทั้งแต่ละสไตล์นั้น ก็ย่อมให้อารมณ์ ความรู้สึกและ การตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงมีการแต่งบ้านแบบต่างๆ หลายสไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยมมาฝากกันครับ

Modern Style

สไตล์โมเดิร์น Modern Style เน้นที่ความน้อยเป็นหลัก นอกจากความน้อย ในด้านเส้นสาย ข้าวของ และเฟอร์นิเจอร์การเลือกใช้สี การเลือกใช้สีแบบโมโนโครมสเป็นไตล์ สุขุม ขรึม และเนี้ยบ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียบง่ายโทนสีเพียงสองสีถึงสามสีแต่มีการแบ่งสัด ส่วนของแต่ละสี ได้อย่างลงตัวทุกอย่างมีแค่ฟังก์ชั้นและสีสวยๆ เพียงเท่านั้น สุขุม ขรึม และเนี้ยบ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียบง่าย


 

Contemporary Style

สไตล์แนวร่วมสมัย Contemporary Style เป็นสไตล์ที่มีแนวทางการตกแต่งจะเป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์ Classic กับสไตล์ Modern เข้ามาไว้ ด้วยกัน เป็นการกแต่งบ้านที่เป็นกลาง ไม่หรูหราเกินไปเหมือน สไตล์ classic และไม่ดูทันสมัยจนเกินไปในแบบ modern จนออกมา เป็นสไตล์ Contemporary ที่ดูนุ่มนวล อบอุ่นอย่าง ลงตัว


Classic Style

สไตล์ คลาสสิค Classic Style มีจุดเด่นที่ความหรูหรา มากกว่าประโยชน์ใช้ สอย ดังนั้น จึงเป็นบ้านที่ต้องมีพื้นที่มากมีการจัดสัดส่วนของบ้านให้มีห้องที่ กว้างและเพดานที่สูง เน้นความสมดุลซ้าย-ขวาในการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์และของ ตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ที่ใช้ในบ้านสไตล์นี้ มักจะมีความปราณีตและมีรายละเอียด ที่สวยงาม มีสีเข้ม เช่นไม้โอ๊ก และนิยมใช้ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ชนิดที่พิมพ์ หรือทอลาย ปราณีตชัดเจน หรือเลือกใช้หนังแท้ ตอกหมุดทองเหลือง ผ้าม่านมีลักษณะจับจีบ ระบาย กุ๊นด้วยเกลียวเชือกเข้าชุดกัน ปูพื้นบางจุดด้วยพรมและประดับตกแต่งพื้น ที่ส่วนต่าง ๆ ของบ้านด้วย คิ้ว บัว ปูนปั้น เสากลมลอยตัว


Country Style

สไตล์ Country Style บ้านแถบชนบทในหนังซึ่งลักษณะรูปแบบที่มีเอกลักษณ์ บ่งบอกความเป็นสไตล์อย่างเด่นชัดและมักจะถูกนำมาตกแต่งตามที่พักตาก อากาศ ชนบทหรือรีสอร์ทในอดีต Country Style เป็นรูปแบบที่ถูกตัดทอนรายละเอียด ลงจาก Classic Style มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างการย้อมไม้ ให้มีลักษณะ โชว์ลายเสี้ยน และมีผิวที่หยาบ มักจะเห็นม่านผ้าครึ่งหน้าต่าง ผ้าปูโต๊ะต่อลาย (Quilt) หรือภายในครัว ก็จะโชว์หรือแขวนตระกร้าสาน


Vintage  Style

Vintage  Styleสไตล์การแต่งบ้านแล้วล่ะก็ หลายคนอาจนึกไปถึงการนำสีสันหวาน ๆ ลวดลายดอกไม้ ผ้าและเฟอร์นิเจอร์ไม้มาตกแต่งกัน การตกแต่งบ้านในสไตล์นี้เริ่มแพร่หลายจากสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศในยุคปลายรัชกาลที่ 5 (ยุโรปตอนต้น) ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นตัวอย่างได้จากตัวตึกหรือบ้านในบริเวณถนนราชดำเนิน ถนนหลานหลวง ถนนพระอาทิตย์ เป็นต้น สีของ Vintage จะเป็นสีหวาน ๆ แบบพาสเทล (สีที่ใช้สีขาวมาผสมเพื่อให้ดูอ่อนหวาน) เช่น  สีเขียวอ่อน  สีชมพูอ่อน  สีเหลืองอ่อน  สีส้มอ่อน ฯลฯ  ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็จะมีรูปลักษณะโครงสร้างหรือแกะสลักที่ดูอ่อนช้อยงดงามผสมอยู่ เช่น  เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีความอ่อนช้อย และลวดลายการแกะสลักสวย ๆ หรือโซฟาที่ถูกหุ้มด้วยผ้าลายดอกไม้สีหวาน ๆ เป็นต้น
ปัจจุบันนอกจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะ Vintage แล้ว เรายังสามารถเนรมิตบ้านให้เป็นสไตล์ Vintage ได้แบบรวดเร็วทันใจด้วยการติดวอลเปเปอร์ผนังสีหวาน ๆ ในการสื่อถึงอารมณ์ Vintage ซึ่งเราสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของตกแต่งบ้านทั่ว ๆ ไป หรือตามเว็บไซต์ซึ่งมีข้อดีคือจะมีราคาถูกกว่าราคาในท้องตลาด


Loft Style

สไตล์ Loft เป็นรูปแบบการแต่งบ้านที่เน้นเรื่องความเท่ห์ ความดิบ และความโล่ง โปร่งสบาย พร้อมรูปแบบการตกแต่งที่ดูเก๋ไก๋ไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่ง Loft นั้นสามารถที่จะผสมผสานรูปแบบการ แต่งบ้าน เพิ่มเติมได้อย่างหลากอารมณ์ และสไตล์ที่เข้าถึงและเหมาะสมมากที่สุดคือโมเดิร์น เพราะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันตั้งแต่การใช้สี ดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ และรูปแบบของการสร้างที่คล้ายคลึงกัน จึงทำให้สไตล์ทั้ง 2 สามารถที่จะเข้ากันได้อย่างลงตัว ถ้าใครที่กำลังสนใจการ แต่งบ้าน Loft ลองมาดูการแต่งบ้านสวยด้วยสไตล์ Loft ที่สุดแสนจะโดดเด่น ด้วยรูปแบบที่เป็นโรงงานเก่า จึงเป็นเพียงพื้นที่โล่งกว้าง ไม่มีการแบ่งห้อง เพดานสูง อีกทั้งยังไม่มีเสาบ้าน ทำให้การตกแต่งเป็นไปอย่างเรียบง่าย ทั้งการก่ออิฐไว้แบบเปลือยๆ หรือการฉาบปูนแต่ไม่ทาสี พร้อมเปิดเพดานให้เห็นคาน เมื่อมีสถาปนิกมาเห็นจึงเกิดไอเดียการแต่งบ้านและสร้างบ้านสไตล์ Loft ขึ้ันมา จนทำให้รูปแบบ Loft เกิดได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายคนหันมาตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟต์กันมากขึ้น อย่างที่เห็นในปัจจุบัน


ขอขอบคุณภาพและข้อมูล https://www.rukban.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494