มลพิษในบ้านที่ควรระวัง ไม่อย่างนั้นมีสิทธิ์ป่วย

สมัยนี้มลพิษไม่ได้มีแค่ข้างนอกบ้านเท่านั้น เพราะขนาดในบ้านที่เราคิดว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ก็ยังไม่วายจะมีสารพิษปนเปื้อนอยู่ทั่วทุกอณู จนเป็นสาเหตุให้เรามีอาการป่วย อย่างเช่น อาการมึนหัว แสบจมูก แสบตา หรือบางคนได้รับสารพิษเข้าไปในจำนวนที่มากหน่อยก็มีสิทธิ์อาเจียนออกมาหมดไส้หมดพุงเลยทีเดียว วันนี้อีพี.ก็เลยอาสามาเตือนทุกคนว่า หากไม่อยากป่วยด้วยมลพิษในบ้าน ก็ต้องเลี่ยงต้นตอของมลพิษเสีย ๆ เหล่านี้ให้ไกลเลยจ้า

ท่อพีวีซี และผลิตภัณฑ์พลาสติก

 

โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีปฏิกิริยาตอบสนองกับมลพิษที่ลอยวนอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวอยู่ตลอด โดยสังเกตง่าย ๆ จากกลิ่นแรง ๆ ที่เราสูดเข้าไป ถ้ารู้สึกว่าแสบจมูก หรือดมกลิ่นแล้วเวียนหัว ก็สรุปได้เลยทันทีว่า ผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น ม่านกั้นห้องน้ำ พลาสติกหุ้มรถใหม่ หรือท่อประปา ที่อยู่รอบ ๆ ข้างเรา มีสารเคมีเสียที่เรียกว่า สารพทาเลท (Phthalate) ระเหยออกมามากเกินไป และสารเคมีที่ว่านี้ก็มีอันตรายพอที่จะเข้าไปก่อกวนฮอร์โมนบางชนิดในร่างกาย ฉะนั้นถ้าอยากจะหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารเคมีเสียเหล่านี้ แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติก ที่มีเลข 3 อยู่ในสัญลักษณ์รีไซเคิล เพราะพลาสติกประเภทนี้จะมีสารพทาเลทในปริมาณที่เจือจางลงหน่อย

เชื้อรา

นอกจากเชื้อราจะเป็นเชื้อโรคที่สกปรกแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้อาการหืดหอบ และโรคภูมิแพ้กำเริบขึ้นด้วย โดยเฉพาะคนที่มีอาการแพ้อากาศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากสูดดมอากาศที่มีเชื้อราและฝุ่นผสมอยู่ ก็จะคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือหนักหน่อยก็หายใจไม่ออกกันเลย ซึ่งถ้าอยากจะป้องกันอาการกำเริบ ก็หมั่นทำความสะอาดบ้านเรือนให้หมดจด พื้นที่ที่มีความชื้นจะต้องดูแลเป็นพิเศษ และอย่าลืมตรวจสอบหนังสือที่ไม่ได้เปิดอ่านเป็นเวลานานด้วยล่ะ เพราะกระดาษก็เป็นวัสดุที่ดูดความชื้นได้ดีมากเหมือนกัน

ช่องแอร์/แผงกรองอากาศ

ช่องแอร์/แผงกรองอากาศมักจะมีทั้งฝุ่นละออง เชื้อโรค และแบคทีเรียมากมายสะสมอยู่ในนั้น ซึ่งถ้าหากคุณไม่หมั่นทำความสะอาดช่องแอร์บ่อย ๆ ก็คงไม่พ้นต้องสูดดมความสกปรกเหล่านี้เข้าไปในระบบทางเดินหายใจ จนก่อให้เกิดอาการเวียนศีรษะ โรคภูมิแพ้กำเริบ แน่นหน้าอก คัดจมูก หายใจไม่สะดวก และถ้าสูดดมเชื้อโรคเข้าไปในปริมาณมาก ก็อาจจะทำให้เป็นโรคไซนัสได้เลยนะ

เทียนหอม และน้ำหอมชนิดต่าง ๆ

ใช่ว่าของหอมอย่างเทียนหอม สเปรย์ปรับอากาศ รวมทั้งน้ำหอมทุกชนิดที่ใช้ภายในบ้าน จะให้แค่ความหอมเพียงอย่างเดียว เพราะดาบคมที่สองของเครื่องหอมเหล่านี้ ก็แฝงไปด้วยสารเคมีอันตรายที่สามารถก่อกวนระบบในร่างกายของเราได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีคนที่แพ้น้ำหอมหรอกจริงไหม และสิ่งที่ทำให้เราเกิดอาการแพ้ก็คือ แอลกอฮอล์ สาร VOCs ฟอร์มาดีไฮด์ ปิโตรเลียมกลั่น ไลโมนีน (สารสกัดจากมะนาว) และเอสเทอร์ นั่นเอง ซึ่งถ้าคุณสังเกตว่าตัวเองดมกลิ่นหอม ๆ เข้าไปเมื่อไร จะมีอาหารแสบจมูก หน้ามืด เวียนหัว หรืออาการไอเกิดขึ้น ก็ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์หอม ๆ เหล่านี้ให้ไกลได้เลย

สีทาบ้าน

หากคุณใช้สีทาบ้านที่มีส่วนผสมของสาร VOCs (Volatile organic compounds) หรือสารระเหยง่ายอยู่ด้วย ก็เป็นไปได้สูงที่จะได้กลิ่นฉุน ๆ จากสีทาบ้าน รวมไปถึงอาการแสบจมูก เวียนหัว หนัก ๆ ก็เกิดอาเจียนไปด้วยอีกต่างหาก ฉะนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจึงแนะนำให้เลือกใช้สีทาบ้านที่มีสาร VOCs น้อย หรือสีทาบ้านชนิดที่ปลอดสาร VOCs ไปเลย เพราะความแตกต่างทางด้านกายภาพของสีทั้งสองชนิดนี้ก็ไม่ห่างกันเท่าไร แต่ความปลอดภัยต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัยของสีทาบ้านที่ปลอดสาร VOCs มีมากกว่าเยอะเลยทีเดียว

ควันจากการเผาไหม้/ควันไอเสีย

ควันไม่ว่าจะเกิดจากภายในบ้านคุณ เช่นการจุดธุปหรือเทียน  หรือแม้แต่การประกอบอาหารก็เกิดควัน นั้นย่อมไม่กาจกำจัดควันเหล่านั้นได้ทันที่ และควันก็เป็นสารคาร์บอนที่เกิดจากการเผาไม้เชื้อเพลิง เป็นสารพิษที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจในทันที่ แต่ควันที่เกิดจากภายนอกมากนั้นมีจำนวนมากมายมหาศาล ที่เกิดจากการเผาไหม้หรือควันไอเสียรถยนต์ ที่ถูกพัดมากับลมที่บางที่คุณเปิดหน้าต่างหรือประตูไว้ ควันเหล่านี้ก็มาสะสมอยู่ภายในบ้านได้ ซึ่งคุณไม่อาจรู้ได้เลย ซึ่งเป็นภัยเงียบต่อคนภายในบ้านได้

สารกัมมันตรังสี

จากการสำรวจของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency) หรือ EPA ของประเทศสหรัฐอเมริกาบอกไว้ว่า 1 ใน 15 สารพิษในบ้านที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ก็คือ สารกัมมันตรังสี ซึ่งจะแฝงมาในรูปแบบของธรรมชาติรอบ ๆ บ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นอากาศ หรือพื้นดินก็ตาม แต่โดยปกติสารกัมมันตรังสีจะเจือจางจนไม่มีผลต่อสุขภาพของเราเท่าไร เว้นแต่ว่าหากมีปริมาณสารกัมมันตรังสีในปริมาณที่มากเกินขีดจำกัด ก็จะทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดได้เลย ซึ่งปริมาณสารกัมมันตรังสีภายในบ้านของคุณจะมีมากน้อยแค่ไหน คงต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบให้แน่นอนแล้วล่ะครับ

ความอันตรายในบ้านไม่ได้มาในรูปแบบของความสกปรก อุบัติเหตุ หรือภัยธรรมชาติเท่านั้น แต่บางครั้งก็แอบแฝงมาในรูปแบบของกลิ่นฉุน ๆ และฝุ่นละออง ที่เมื่อสูดดมเข้าไปก็จะเกิดปัญหาในระบบทางเดินหายใจ จนก่อให้เกิดอันตรายในชีวิตได้ในบางกรณี ฉะนั้นตราบใดที่คุณยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นไม่ชอบมาพากลในบ้าน ก็พยายามหลีกเลี่ยงและกำจัดสัญญาณอันตรายนั้นออกไปให้หมดจด เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวนะครับ


ช่องทางติดต่อสอบถาม


—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

ทำอย่างไรให้บ้านเย็นสบาย

ความรู้สึกสะดวกสบาย และความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย ต่างก็ส่งผลดีต่อการพักผ่อนของเจ้าของบ้าน และความรู้สึกประทับใจของผู้มาเยือน  การที่เรามีบ้านที่สามารถทำให้เรารู้สึกสบายหูสบายตา พร้อมทั้งรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเจ้าของบ้านและผู้มาเยือน  วันนี้ อีพี ของเรามีวิธีที่จะช่วยให้บ้านของเพื่อน ๆ เย็นสบายมาฝากกันครับ

1.ลมช่วยคลายร้อนให้บ้าน

ลมจะช่วยระบายอากาศที่อบอ้าวได้ดี เมื่ออากาศมีการถ่ายเทก็จะช่วยให้สภาพอากาศในบ้านดีตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเราควรปลูกบ้าน หรือออกแบบบ้านให้มีช่องประตู ช่องหน้าต่าง รอบบ้าน เพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทไปทั่วทุกมุมบ้าน โดยเฉพาะทิศใต้ของบ้าน เพราะทิศใต้เป็นทิศหลักที่ลมจะผ่าน ถ้าเราออกแบบเรื่องของทางเดินลมให้ดีบ้านเราก็เย็นตลอดทั้งปีเลยนะครับ


2.ช่วยคลายร้อนให้บ้าน

การตกแต่งบ้านด้วยน้ำพุ น้ำล้น หรือน้ำตกบริเวณรอบๆ บ้าน ก็จะช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย และเพลินตาด้วยค่ะ ซึ่งเมื่อจัดวางสิ่งเหล่านี้ ให้คนในบ้านสามารถมองเห็น หรือได้ยินเสียงของน้ำไหล ก็จะยิ่งช่วยให้คนในบ้านรู้สึกสดชื่น และเย็นสบายครับ


 

3.ต้นไม้ก็ช่วยคลายร้อน

เพราะต้นไม้เป็นสิ่งที่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดด และยังช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับบ้านได้อีกด้วยนะคะ หลักที่ดีในการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยให้บ้านเย็นมากยิ่งขึ้น คือการปลูกต้นไม้ใหญ่ทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตกเพื่อบังแดด ให้ความร่มเย็น และไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ทางทิศใต้ เพราะจะบังลมเข้าบ้านครับ


4.การเลือกวัสดุตกแต่งบ้านหรือวัสดุในการสร้างบ้าน

วัสดุอุปกรณ์ในบ้านก็มีส่วนอย่างมากในการช่วยให้บ้านเย็นขึ้น ส่วนใหญ่ความร้อนจะเข้ามาทางหลังคา เพราะเป็นส่วนที่ได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง ควรใช้กระเบื้องหลังคาสีอ่อนที่ดูดซับความร้อนน้อยกว่ากระเบื้องสีเข้ม และสะท้อนความร้อนออกจากหลังคาด้วยการปูแผ่นสะท้อนความร้อนอีกหนึ่งชั้น และป้องกันความร้อนจากโถงหลังคาเข้าสู่ภายในบ้านด้วย ฉนวนกันความร้อน ตราช้าง Stay Cool และ สามารถเพิ่มการถ่ายเทอากาศ โดยใช้ฝ้าชายคา  สมาร์ทบอร์ด รุ่นระบายอากาศ ทุกชนิดแต่สำหรับผนังด้านที่โดนแดดเต็มๆ อย่างผนังทางทิศใต้ หรือ ทิศตะวันตก เราสามารถป้องกันความร้อนโดยเลือกใช้ระบบผนังเย็น  หรือ ทำระแนงกันแดด ก็จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นอีกได้อีกสำหรับพื้นที่สวนรอบๆ บ้านที่เป็นส่วนพื้นแข็งมักเป็นส่วนที่สะสมความร้อนและสะท้อนเข้าบ้าน ให้เปลี่ยนมาปูด้วยบล็อคปูพื้น หรือปลูกต้นไม้เพิ่มเติม ก็ช่วยได้มากทีเดียว

บ้านเป็นที่ๆ ให้ความสุขแก่เรา อยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจและเอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียดของการดูแลรักษา เพื่อที่จะสามารถทำให้บ้านเป็นบ้านที่น่าอยู่อย่างสมบูรณ์แบบ


ช่องทางติดต่อสอบถาม


—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494