มาทำบัญชีให้ธุรกิจเอง ดีกว่า!! ลดรายจ่าย เพิ่มรายรับ

วันนี้อีพี. จะเป็นนำเสนอเรื่องของรายจ่าย “คงที่” ที่ธุรกิจมักจะมีปัญหาอย่าง “ค่าใช้จ่ายบัญชี” ที่มีตั้งแต่ ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี ค่าจัดการเอกสาร ค่าไปพบพี่ๆสรรพากร ค่าที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายจิปาถะทั้งหลายครับ เรามาทำบัญชีเอง กันดีกว่าครับ

ค่าใช้จ่ายด้านบัญชี นั้น ถือว่าเป็นต้นทุนแฝงในการทำธุรกิจของเรา ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ของธุรกิจที่จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคลต้องรับผิดชอบ ทั้งการทำบัญชี สอบบัญชี นำส่งภาษี ไปจนถึงจัดการด้านเอกสารต่างๆ และถ้าเอาสะดวกไม่ต้องจัดการก็คือ “จ้าง” คนอื่นมาทำหน้าที่แทน

ทีนี้ถ้าเราหันมามองทางฝ่าย “คนทำบัญชี” กันบ้าง เราก็จะเห็นว่า “ความรับผิดชอบ” และหน้าที่นั้นมันช่างแสนจะยิ่งใหญ่ ตั้งแต่จัดการเอกสารไปจนถึงจัดการด้านบัญชีและภาษี แถมยังมีการตบตีกับพี่ๆสรรพากร เป็นระยะๆ เพื่อแลกกับค่าจ้างที่ได้รับมา เฮ้อออ พูดแล้วเหนื่อยกันมากๆเลยล่ะครับ

ซึ่งลักษณะงานบัญชีนั้น ถือเป็น งานบริการครับ ซึ่งการให้บริการของแต่ละคนนั้นก็มีต้นทุนและความพึงพอใจไม่เท่ากัน หากเป็นฝั่งคนจ้างก็ไม่อยากจะจ่ายแพง ส่วนฝ่ายคนทำงานก็อยากจะได้ค่าจ้างที่คุ้มค่าแรงที่ลงมือไปใช่ไหมครับ คำตอบคือ  “ไม่มี” เพราะมันอยู่ที่ความพอใจในการว่าจ้างของแต่ละงาน แต่สิ่งที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรทำนั้น ไม่ใช่การจ่ายเงินเพื่อจ้าง “คนทำบัญชี” ที่ถูกที่สุด แต่ให้จ้างคนทำบัญชีที่ราคา “เหมาะสม” ที่สุดต่างหากครับ

คงต้องขอให้ย้อนมามองที่ ปัจจัยหลัก ที่มีผลกับค่าใช้จ่ายในการทำบัญชีมากที่สุด ซึ่งก็คือ “ความเข้าใจด้านบัญชีและภาษีของเจ้าของธุรกิจ” ยิ่งเจ้าของธุรกิจมีความเข้าใจเรื่องนี้มากเท่าไร “ค่าใช้จ่ายยิ่งต่ำลงเท่านั้น” เอาล่ะครับ ทีนี้เรามาดูกันว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำลงได้ยังไงบ้าง ผมขอแนะนำไว้ 3 วิธี ครับ

1. จัดการงานด้านเอกสารและเข้าใจหลักฐานด้านภาษี ข้อแรก คือ ต้นทุนในการจัดการเอกสารต่างๆ ทั้งการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ การจัดการให้ครบตามที่บัญชีต้องการในแต่ละเดือน เพื่อประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อต้องให้ทางฝ่ายบัญชีมารับภาระมากมายครับ อีกเรื่องหนึ่งคือการเข้าใจเอกสารด้านภาษี รู้ว่ารายการต่างๆต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายแบบไหนที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ซึ่งตรงนี้จะประหยัดเวลาของบัญชีไปได้เยอะเช่นเดียวกันครับ

 

2. จัดทำรายงานและนำส่งภาษีต่างๆด้วยตัวเอง หากเรามีความรู้ความเข้าใจเรื่องภาษีที่ดีแล้ว เราจะพบว่ารายการหลักๆที่เราต้องรู้มีอยู่ 2 เรื่อง คือ การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) และ การหักภาษี ณ ที่จ่าย (สำหรับการจ่ายเงินที่กฎหมายกำหนดให้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้) ซึ่งหากมีโอกาสผมจะเขียนเรื่องนี้ให้ติดตามในภายหลังนะครับ ยังไงก็กด Like เพจ TAXBugnoms ไว้ จะได้ไม่พลาดการติดต่อกันครับ

ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจของเรานั้นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เราก็ต้องมีหน้าที่จัดเก็บใบกำกับภาษีซื้อ-ขาย และจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ขาย ไปจนถึงรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (หากเป็นการขายสินค้าหรือผลิต) พร้อมทั้งรวบรวมยอดภาษีซื้อและภาษีขายมาคำนวณเพื่อยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หมายเหตุ : ถ้าตรงนี้อ่านแล้วยังไม่เข้าใจโปรดเข้าใจเลยครับว่านี่แหละหน้าที่ของคนทำบัญชีซึ่งมีต้นทุนเรื่องพวกนี้ที่ต้องจัดการให้เราครับ)

 

3. อำนวยความสะดวกอื่นๆตามที่บัญชีต้องการ สำหรับผู้ทำบัญชีที่ดี ย่อมต้องการเอกสารประกอบต่างๆเพิ่มเติมตามแต่ละประเภทของธุรกิจ เพื่อใช้ในการบันทึกบัญชี เช่น ธุรกิจบริการอาจจะต้องการเอกสารคำนวณต้นทุนและค่าใช้จ่ายออกเป็นแต่ละโครงการ (Project) หรือธุรกิจผลิตอาจจะต้องการข้อมูลการผลิต (BOM) หรือรายละเอียดของเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิต ซึ่งตรงนี้ทางเจ้าของธุรกิจอาจจะต้องพูดคุยกับทางบัญชีเพื่อตกลงความเข้าใจให้ตรงกันครับว่าจะช่วยอะไรกันและกันได้บ้าง ถ้าหากธุรกิจไหนสามารถทำได้ทั้ง 3 ข้อนี้ รับรองว่าค่าทำบัญชี หรือ ค่าจ้างสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชีอิสระลดลงเป็นจำนวนมาก เพราะเรื่องต่างๆที่ยุ่งยากเหล่านี้คือต้นทุนในการทำงานของบัญชี ถ้าหากธุรกิจทำมาเรียบร้อย บัญชีก็ลงรายการได้อย่างสบายใจไร้ปัญหา หมดทั้งปัญหากับบัญชี และยิ่งดีไปกว่านั้นคือหมดปัญหากับทางสรรพากรด้วยครับ

อย่างที่บอกแหละครับว่า หลายๆคนมักไม่สนใจเรื่องการจัดการด้านบัญชี ไม่สนเรื่องการเรียนรู้ภาษีสำหรับธุรกิจของตัวเอง แต่สิ่งที่ประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงด้านภาษีของธุรกิจได้ดีที่สุดนั้น มันคือความรู้ของเจ้าของธุรกิจ นั่นแหละครับ รู้ให้กว้าง รู้ให้มาก เพื่อที่จะได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับธุรกิจของเราครับ สุดท้ายแล้ว บทความนี้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อที่ต้องการจะบอกว่า รายจ่ายทางบัญชีของทุกๆธุรกิจนั้น มีต้นทุนในการทำงานอยู่ครับ ดังนั้นหากต้องการค่าจ้างทำบัญชีราคาต่ำแต่ได้รับคุณภาพในการทำงานที่สูง เจ้าของธุรกิจนี่แหละมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและจัดการคุณภาพการทำงานของธุรกิจตัวเองให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งสิ่งที่ได้จากการจัดการเหล่านี้ มันอาจจะกลายเป็นความรู้ที่จะทำให้ธุรกิจของเราดีกว่าเดิมก็ได้ครับ


ขอขอบคุณบทความ https://aommoney.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม


—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

บัญชีเล่มเดียว… ช่วยธุรกิจได้เกินคาด

บัญชีเล่มเดียว…ช่วยธุรกิจได้เกินคาด

รัฐมนตรีคลังออกมายืนกรานว่า ให้แบงก์ใช้งบการเงินที่ยื่นสรรพากรในการพิจารณาเครดิตเท่านั้น​ โดยมีผลบังคับใช้ตามกำหนดการเดิมคือ​ 1 มกราคม​ 2562 แน่นอน…  มีเสียงออกมาโวยวาย​ คัดค้าน​ ขอให้เลื่อนการใช้ไปก่อน​ เพราะจะมีผลกระทบกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุน​ (ซึ่งก็คือเงินกู้จากแบงก์เป็นหลัก)

เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า​ งบการเงินของบริษัท​ SME​ นั้นเชือถือไม่ได้เลย​ ถ้าใช้งบสรรพากร​ ซึ่งจะโชว์รายได้ต่ำมาก​ ส่วนใหญ่เกินครึ่ง​ นั่นหมายความว่า ถ้ายึดเกณฑ์นี้​ มีหลายบริษัทมากที่จะโชว์ว่าไม่มีความสามารถที่จะจ่ายหนี้ได้…

ซึ่งขัดกับความเป็นจริง

ที่ผ่านมา​ แบงก์พยายาม​แก้ปัญหานี้​ โดยการใช้ bank statement เป็นตัวแทนของรายได้​ แต่ยังไงก็ไม่มีความแม่นยำ​ เพราะเงินเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลาผลกระทบที่ตามมาคือ​ แบงก์ต้องขอเอกสารมากมาย​ เพื่อมาชนยอดกับ​ bank statement เสียเวลามาก​ ขณะที่​ SME​ ก็รำคาญใจ​ เพราะแบงก์ขอเอกสารเยอะ​ หลายรอบ

1. การอนุมัติสินเชื่อจะรวดเร็วมากขึ้น

เมื่อเรื่องรายได้มีความโปร่งใส​ ชัดเจน​ การอนุมัติสินเชื่อก็ไม่ต้องพึ่งพา​ bank statement  ไม่ต้องเสียเวลาในการรวบรวมเอกสารต่าง​ๆ ​ ไม่ว่าจะเป็น​ invoice แบบ ภ.พ.30​ กระทั่ง​ PO​ เพื่อมาพิสูจน์ยอดรายได้ การอนุมัติสินเชื่อจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมหาศาล​ ระยะเวลาอนุมัติจะสั้นลง​ ตอบสนองความต้องการของ​ SME​ ได้ดีขึ้น

2. ต้นทุนโดยรวมจะลดลง

ทุกวันนี้​ SME​ ไม่รู้หรอกว่า​ต้นทุนของความไม่โปร่งใสนั้นสูงขนาดไหน​ ไหนจะต้นทุนในการอนุมัติของแบงก์​ เพราะต้องใช้เวลาเยอะเกินควรในการตรวจสอบเอกสาร​ ที่สุดท้ายแล้วจะสะท้อนมาในรูปแบบดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ไหนจะต้นทุนการเสียโอกาสของ​ SME​ เอง​ ที่ไม่ได้สินเชื่อตามเวลาที่ต้องการ​ ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจไป​

3. มีทางเลือกของหลักประกันมากขึ้น

หากแบงก์เห็นสุขภาพทางการเงินของธุรกิจชัดเจน​ ความจำเป็นในการขอหลักประกันก็จะลดระดับความสำคัญลงไป​ ในทางทฤษฎี​ ธุรกิจที่มีการเงินแข็งแรง​ จะมีความยืดหยุ่นในการเจรจาให้หลักประกัน​ อันเนื่องมาจากโอกาสในการเป็นหนี้เสียน้อยกว่า​ ดังนั้นความจำเป็นของหลักประกันจะลดความสำคัญลง หรือ​หากยังใช้หลักประกันเดิม​ ก็จะมีความยืดหยุ่นที่จะได้วงเงินมากขึ้น

4. ทางเลือกของบริการทางการเงินที่มากขึ้น

เมื่อความโปร่งใสเกิดขึ้น​ แบงก์แต่ละแห่งจะมีความมั่นใจในการให้สินเชื่อ​ SME​ ผลิตภัณฑ์​สินเชื่อ​ SME​ จะมีความหลากหลายมากขึ้น​ เพราะทุกแบงก์ต้องแข่งกันเข้าถึง​ และตอบสนองให้ดีขึ้น​ ตลาดจะเปลี่ยนจากตลาดของผู้ขาย​ เป็นตลาดของผู้ซื้อ

ผลิตภัณฑ์​ทางการเงินจะดีขึ้น​ มีความหลากหลายมากขึ้น​ กระทั่งเปิดโอกาสให้​ Fintech​ เกิดขึ้นได้ท้ายสุด​ ดอกเบี้ยควรต้องลดลง​ แต่แน่นอน… การจะได้ประโยชน์ระยะยาวข้างต้น​ ต้องมีการยอมเสียประโยชน์ระยะสั้น​ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกัน​ ทำให้เกิดแทนที่จะออกมาโวยวาย​ สิ่งที่ควรต้องทำกันคือ​ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้จะทำอย่างไรให้เกิดการปรับตัว​ โดยให้มีผลกระทบน้อยสุด

สิ่งที่เห็นคือ​ การบังคับใช้​ แต่ไม่มีมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน​ ที่ผมกลัวที่สุดคือ​ กฎระเบียบถูกนำไปปฏิบัติแบบ​ไม่จริงจัง​ เพราะไม่ได้เตรียมการรองรับผลกระทบ​ จึงย่อหย่อน​ ไม่มีมาตรฐานที่เป็นธรรมต่อทุกคน​

สุดท้าย… จะค่อยๆ ​ จางหายไป​ แล้ว​กลับไปสู่โลกเดิม

ต้องใจแข็งครับ​ เดินหน้า​เต็มที่​ โดยเตรียมมาตรการรองรับให้ดี​ อย่าให้ต้องกลับไปยืนอยู่ที่เดิม​เลย​

ขอขอบคุณบทความจาก เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/LomYak


ช่องทางติดต่อสอบถาม


—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

6 สีผ้าม่าน สุดฮิตไม่มีเอ้าท์!!

สีของผ้าม่าน นับเป็นส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศของห้องต่าง ๆ และสีของผ้าม่านยังมีส่วนสร้างและปรับอารามณ์ ความรู้สึก ของผู้อยู่อาศัย ในเชิงจิตวิทยาของสีได้เป็นอย่างดี แม้บรรยากาศนอกบ้านจะพาให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้ แต่ก็คงมีหลายอย่างที่เราอยากกันไว้ให้อยู่แต่ภายนอก ทั้งแสงแดด ความร้อน รวมถึงสายตาคนภายนอก ผ้าม่านและอุปกรณ์ผ้าม่านอีพี.ช่วยแก้ปัญหานี้ พร้อมทำให้วิวที่เห็นจากภายในเจริญหูเจริญตาคุณขึ้นได้ การติดผ้าม่านหลายชั้นช่วยสร้างสไตล์ให้บ้านได้อย่างดี ทั้งยังเอื้อให้คุณกำหนดปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามาในบ้านได้ เช่นเดียวกับที่คอยกันสายตาคนภายนอกให้คุณ วันนี้อีพี.จะพาทุกคนมาดูกันว่า 6 สีไม่มีเอ้าท์มีอะไรกันบ้างนะครับ

สีขาว ให้ความรู้สึกเยือกเย็น สะอาด สดใส อ่อนโยน เปิดเผย ช่วยเสริมให้มีพลัง ทางความคิดและจิตใจ


สีเบจ เป็นสีทีให้ความรู้สึก นุ่มนวล สบายตาช่วยให้ห้องโปร่ง แลดูกว้าง และสามารถเข้ากับผนังและเฟอร์นิเจอร์ เกือบทุกสี


สีน้ำตาล ช่วยให้รู้สึก อบอุ่น ผ่อนคลาย เรียบหรู มั่นคงตกแต่งเข้ากันได้ดีกับ เฟอร์นิเจอร์หลากหลายรูปแบบ


สีเทา ให้ความรู้สึกสงบ สุขุม สมดุล เป็นกลาง ดูเท่ ทันสมัย


สีฟ้า ให้ความรู้สึก สงบ อบอุ่น อ่อนโยน น่าทะนุถนอม คลายเครียด คลายกังวล


สีเขียว ช่วยสร้างบรรยากาศ สงบ ร่มรืน ความสบาย ผ่อนคลาย

 

สีของผ้าม่านมีแล้ว ก็ควรมีอุปกรณ์ผ้าม่านที่เข้ากับผ้าม่านด้วย อีพี.เดคคอร์เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ผ้าม่าน ซึงได้รับรองมาตรฐาน ISO จีงมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ผ้าม่านแข็งแรง และสามารถใช้งานได้ทน และมีรูปแบบและสีสรรที่หลากหลายให้ท่านได้เลือกนะครับ


ขอขอบคุณบทความและรูปภาพจาก www. icurtain.co.th


ช่องทางติดต่อสอบถาม


—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

ไอเดียจัดบ้าน ต้อนรับปีใหม่ให้รับโชคตลอดปี

สวัสดีครับ  วันปีใหม่ก็มาถึงแล้ว วันนี้อีพี.เอาแนวทางการจัดบ้าน ตกแต่งบ้าน ผ้าม่าน  ทำความสะอาดบ้านต้อนรับปีใหม่ ได้ทั้งบ้านที่มีความสะอาดเรียบร้อยและเฮงๆ รวยๆ ตลอดปีใหม่  ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้าน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องนอน หรือครัว โดยเริ่มจัดทีละส่วน เพื่อให้ถูกต้องต้องตามหลักฮวงจุ้ย มาดูกันเลยดีกว่าครับ

 

ทำความสะอาดหน้าบ้าน ไม่ให้รกรุงรัง จัดระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้เงินทองไหลเข้าบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมกับถือว่าเป็นการต้อนรับสิ่งดีๆ ต้อนรับปีใหม่

ห้องนั่งเล่น เปรียบเสมือนหัวใจหลักของบ้าน ตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ควรเลือกสีสดใส สัญลักษณ์ความสุขของคนในบ้าน โดยเฉพาะโทนสีม่วงและแดง ตัวแทนของธาตุไฟ ช่วยให้สร้างบรรยากาศความรื่นรมย์ในการ พักผ่อน พูดคุย อาจจะเป็นหมอนอิง ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องลงทุนมาก


ห้องนอน นำของมงคลมาเสริมตกแต่งภายในห้องนอน ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นปลาทอง รูปปั้นสุนัขมาจัดวางเพื่อเสริมมงคลในห้องนอน


ห้องน้ำ ต้นไม้สีเขียวในห้องน้ำ การทำให้ห้องน้ำนั้นเปรียบเสมือนไตของบ้าน มีความสงบ น่าเข้าไปทำธุระต่างๆ จึงควรจัดบ้านส่วนนี้ด้วยเหล่าต้นไม้ ดอกไม้ ต้นไม้สื่อได้ถึงความร่มเย็น สงบสุข และเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไม้ ศาสตร์ฮวงจุ้ยเชื่อว่า ต้นไม้ และดอกไม้ จะช่วยเสริมเงินทอง


ขจัดของอัปมงคลให้หมด ดูของใช้ภายในบ้าน มีสิ่งไหนแตกหัก ชำรุดบ้าง ถ้ามีควรรีบซ่อมแซมให้ดี ส่วนอันไหนไม่ใช้งานแล้วก็ให้กำจัดทิ้งไป สืบเนื่องจากของเหล่านี้เปรียบเสมือนลางร้ายให้กับสมาชิกและครอบครัวภายในบ้าน


แสงจากธรรมชาติ เปิดหน้าต่าง เช็ดกระจก ให้ใสสะอาด ให้แสงแดดอุ่นๆ ส่องเอาบ้าน ช่วยให้เกิดการระบายอากาศที่ดีและช่วยดึงดูดโชคลาภมาสู่บ้านได้


ขอขอบคุณบทความและรูปภาพจาก www.www.sanook.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม


—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494