มารู้จักกับผ้าม่านแต่ละชนิดกันเถอะ

รู้จักกับผ้าม่านแต่ละชนิด

การตกแต่งบ้าน นอกจากเฟอร์นิเจอร์เครื่องประดับบ้านต่างๆ แล้วอีกส่วนหนึ่งที่จะขาดไม่ได้คือ ผ้าม่าน โดยในปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันมาความสนใจในเรื่องสี ชนิดของผ้าและสไตล์ของห้องมากขึ้น ทำให้ผ้าม่านในปัจจุบันได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง โดยหน้าที่สำคัญของผ้าม่าน คือ ปิดบังสายตาจากคนภายนอกบ้าน และให้ความเป็นส่วนตัวแก่คนในบ้าน วันนี้เลย ขอนำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ผ้าม่าน เพื่อให้ทุกๆท่านได้ทราบเกี่ยวกับคุณสมบัติและประโยชน์ของผ้าม่าน

ม่านจีบ เป็นม่านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะสามารถเข้าได้กับการตกแต่งบ้านในทุกสไตล์ อยู่ที่การเลือกสีและเนื้อผ้าโดยเวลาดึงม่านปิดจะไม่มีช่องว่างให้แสงผ่านได้เลย จุดเด่นคือ ระยะห่างของจีบผ้าม่านจะเท่าๆกัน ต่างจากม่านคอกระเช้า แล้วม่านตาไก่ ที่จะต้องคอยจัดผ้าให้ช่องเท่ากันม่านจีบสามารถติดผ้าได้ 2 ชั้นคือผ้าม่านโปร่ง หรือ ม่านโปร่ง และ ม่านทึบ โดยใช้รางแยกกัน สามารถใส่รางตัวซีหรือจะใส่รางโชว์เพื่อเพิ่มความสวยงาม

ม่านม้วน เป็นลักษณะแบบแกนม้วนสปริง โดยจะเก็บไว้ด้านบนเพื่อความเรียบร้อยและประหยัดพื้นที่ ม่านม้วนมีข้อดีหลายอย่างเพราะนอกจากป้องกันความร้อนและลดความสว่างของแสงได้ดีแล้วม่านม้วนยังใช้งานง่ายสะดวก ปรับความสูงได้ตามที่ต้องการ ทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บฝุ่นใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อยและใช้ได้กับหน้าต่างบานเล็กไปจนถึงบานใหญ่มากๆด้วยรูปแบบที่ทันสมัย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ติดตั้งทั้งในออฟฟิศและที่อยู่อาศัย

ม่านพับ เป็นม่านที่ได้รับความนิยม ในทางฝั่งยุโรป และเอเชีย การพับของม่านพับนั้นจะมีลักษณะเป็นชั้นๆและเรียงซ้อนกันขึ้นไปเหมาะกับหน้าต่างบานเล็กในแนวตั้งหรือหน้าต่างด้านที่แสงสว่างไม่ส่องเข้ามาเต็มๆลักษณะการใช้งานโดยการใช้รอกเพื่อดึงผ้าจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน แข็งแรงและประหยัดพื้นที่ จึงทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง เข้ากับการแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์นเหมาะกับครอบครัวคนยุคใหม่ที่เน้นการใช้งานง่าย

ม่านคอกระเช้า  มีรูปแบบที่เรียบง่ายที่ได้รับความนิยมทุกสมัยด้วยเอกลักษณ์ที่นำม่านทำเป็นห่วงภายในตัวและเย็บติดกระดุมหรือผูกโบว์เพื่อเพิ่มความเก๋ให้กับผ้าม่านเหมาะสำหรับคนที่ชอบความเรียบง่ายและดูเป็นธรรมชาติ

ม่านตาไก่ เป็นม่านที่ไม่มีการตกยุคด้วยการดีไซน์ในรูปแบบม่านห่วงตาไก่กับลักษณะของรางผ้าม่านที่สอดผ่านห่วงตาไก่ที่ยึดติดกับผ้าม่านดูเป็นลอนสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านให้ดูหรูหราร่วมสมัยและโดดเด่น

มู่ลี่ เป็นม่านชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่ลักษณะของผ้าแต่การใช้งานเหมือนม่านม้วนที่สามารถปรับปิดแสงในแนวนอนข้อดีของมู่ลี่คือ ไม่เก็บฝุ่น แต่ข้อเสียของมู่ลี่คือ ไม่นุ่มนวล อ่อนช้อยเหมือนม่านผ้าม่านมีให้เลือกทั้งเล็กและใหญ่เหมาะกับหน้าต่างบานเล็กหรือหน้าต่างที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ

มู่ลี่แบ่งออกเป็น3 ชนิดที่นิยมกัน คือ

  1. มู่ลี่ไม้จะให้กลิ่นอายใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพระทำมาจากวัสดุไม้ ใช้งานง่ายลงตัวกับทุกสไตล์ของการตกแต่ง
  1. มู่ลี่ไม้โฟมวู๊ด ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลที่นำมาทำเลียนแบบให้มีความใกล้เคียงกับไม้จริงคุณสมบัติพิเศษ คือสามารถกันน้ำกันเชื้อราได้ 100% มู่ลี่โฟมวู๊ด จึงเหมาะมากสำหรับ บริเวณที่ต้องโดนน้ำบ่อยๆเช่น พื้นที่ outdoor , หรือในห้องน้ำ เป็นต้น
  1. มู่ลี่อะลูมิเนียมมีเนื้อที่ในการเก็บไม่ถึง 1/10 จึงทำให้เปิดได้กว้างสุด มองเห็นพื้นที่ภายนอกได้อย่างเต็มที่แถมยังทำให้อากาศถ่ายเทอากาศได้อย่างดี เหมาะกับอาคารหรือสำนักงานที่ต้องการเปิดรับแสงในบางเวลามีลักษะณะในการใช้งาน เปิด-ปิด ขึ้นลงตามแนวดิ่ง มีคุณสมบัติที่คงทนใช้งานง่าย

ม่านปรับแสง เป็นมู่ลี่แนวตั้ง สามารถหมุนปรับได้ 180องศาใบมู่ลี่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ส่วนใหญ่มักทำจากวัสดุสังเคราะห์ซึ่งช่วยกรองแสงแดดได้ดี

ประโยชน์ของผ้าม่าน

  1. ผ้าม่านลดความสว่างของแสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องควบคุมแสงภายในห้องให้สว่าง หรือ มืดได้ตามต้องการและช่วยป้องกันการซีดจางของเฟอร์นิเจอร์ในห้องอันเกิดจากการเลียสี ของแดดด้วย
  2. ผ้าม่านให้ความเป็นส่วนตัว บดบังสายตาจากบุคคลภายนอก
  3. ผ้าม่านช่วยเก็บเสียง ได้ในระดับหนึ่ง ลดเสียงสะท้อนภายในห้องโดยเฉพาะ ในห้องนอนห้องทำงาน และในห้องที่ต้องการความเงียบเป็นส่วนตัว
  4. ผ้าม่านช่วยให้บ้านสวยงาม และนุ่มนวลขึ้น

 

ขอบคุณ บทความจาก : http://www.bloggang.com/
เครดิตรูปภาพจาก :  www.leecurtain.com


เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559
banner-ep-decor-new-s

12 วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน และน่าอยู่ ปลอดภัย

 

american-House

 

12 วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน และน่าอยู่ ปลอดภัย

 

1.ตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาบ้าน
เนื่องจากหากมีการรั่วซึมของหลังคาจะให้ให้เกิดคราบเลอะ เป็นรอยตะไคร่น้ำตามเพดานฝ้าทำให้ได้รับความเสียหาย ดูไม่น่ามอง และยังอาจทำให้ข้าวของภายในบ้านเปียกอีกด้วย ต้องรีบแก้ไข ปูกระเบื้องมุงหลังคาที่แต่แตก และเปลี่ยนฝ้าใหม่

2.พื้นกระเบื้องไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขัง
พื้นหากมีน้ำขังปล่อยไว้อาจจะมีตะไคร่มาจับ ทำให้ลื่นหกล้มได้ง่าย ดังนั้นควรขัด เช็ดน้ำให้แห้ง

3.ไม่ควรทิ้งขยะลงไปในท่อ เพราะจะทำให้อุดตันได้
ไม่ควรทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้ท่ออุดตันจนไม่สามารถระบายน้ำได้ ต้องเสียเวลา ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอีกด้วย ควรทิ้งในถุงขยะที่จัดเตรียมไว้

4.ดูแลสวน และต้นไม้ไม่ให้รก
ควรดูแลต้นไม้ ตัดหญ้า ตัดกิ่งที่ขึ้นมารกให้ดูเป็นระเบียบ หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษพวก งู ตะขาบ และควรรดน้ำต้นไม้เพื่อให้ต้นไม้งามให้ร่มเงาไม่แห้งเหี่ยวและตายไป

5.หมั่นเช็คสภาพระบบไฟฟ้าปลั๊ก สายไฟว่ามีรอยชำรุดเสียหายหรือไม่
ควรสังเกตตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ หลอดไฟ หากพบว่าชำรุดควรเปลี่ยนใหม่ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกภายในบ้านไม่ให้เกิดอันตรายจาก ไฟฟ้ารัดวงจร ไฟช็อต ไฟรั่ว หรืออาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้

6. หมั่นทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูบ้านอยู่เสมอ
บ้านที่สะอาดย่อมทำให้บ้านน่าอยู่ เจริญหูเจริญตา มองแล้วอารมณ์ดี ป้องกันฝุ่นหรือเชื้อโรคเพื่อสุขภาพที่ดีของเราอีกด้วย ทำความสะอาดรีโมท ที่จับประตู ทำความสะอาดฟองน้ำล้างจาน โทรศัพท์ เมาส์ คีย์บอร์ด ตู้เย็น อ่างล้างจาน พรมปูพื้น เปลี่ยนเครื่องนอน ซัก หรือนำไปแตกแดดเสมอเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย

10. หมั่นทำความสะอาดห้องน้ำอยู่เป็นประจำ
โดยเฉพาะแหล่งสะสมของเชื้อโรคเช่น ทำความสะอาดฝักบัวอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ ม่านกันเปียก ดูแลแปรงสีฟัน อ่างล้างหน้า ลูกบิดที่จัดประตู ดูแลให้สะอาดเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคซึ่งส่งผลต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัยด้วย

7. เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ
เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ สภาพดีพร้อมใช้ อุปกรณ์ไม้ถูพื้น ไม้กวาด ผ้าเช็ดทำความสะอาด ถังขยะ ที่ตักผง ที่ปัดฝุ่น เครื่องดูดฝุ่น น้ำยาถูพื้นควรมียาฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย น้ำยาเช็ดกระจก นำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ เป็นต้น เมื่อเรามีอุปกรณ์ดีครบถ้วนจะทำให้เราอยากทำความสะอาด และทำความสะอาดดูแลบ้านได้อย่างดีมีคุณภาพอีกด้วย

8.หมั่นดูแลสี ความเสียหายของบ้านเพื่อซ่อมแซมปรับปรุงอยู่เสมอ
หมั่นตรวจสอบตัวบ้าน เมื่อพบว่าสีผนังอาคารเกิดฝุ่นคล้ายแป้ง แสดงให้เห็นว่าสีเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพ รอยร้าว สีลอก ทำรัง ควรให้ช่างดูแลซ่อมแซมอุดรอย ทาสี ขัดเงา ทาเคลือบป้องกันปลวกให้เรียบร้อยเพื่อให้บ้านคงสภาพดีดังเดิม

9.บ้านที่มีถังบำบัดสำเร็จรูปใต้ดินควรสูบตะกอนทุก 2 ปี
ถังบำบัดสำเร็จรูปใต้ดินนั้นควรสูบตะกอนออกทุกๆ 2 ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และรักษามาตรฐานการใช้งานถังบำบัดนั้น และควรเติม จุลินทรีย์ธรรมชาติ หรือ ผงจุลินทรีย์ผสมน้ำ ลงในถังทุกๆ เดือนเพื่อให้แบคทีเรียย่อยสลายเองด้วย

10.บ้านที่มีถังสำรองน้ำกักเก็บน้ำไว้ใช้ควรตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำ
ควรตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำว่ามีดินเปียกหรือผนังเปียกที่เกิดจากการรั่วซึ่มของน่ำ ทุกๆ 2 ปี รวมถึงการตรวจสอบตะไคร้น้ำข้างถังทุกๆ ปี หรือสังเกตปั้มน้ำทำงานตอนไม่ได้ใช้น่ำหรือไม่หากทำงานอาจเกิดจากมีน้ำรั่ว

11.ตรวจสอบพื้นคอนกรีต เช่นพื้นโรงรถ พื้นลานซักล้าง พื้นทางเท้า
พื้นคอนกรีตนั้นควรตรวจสอบทุกๆ ปี เพราะโดยธรรมชาตินั้น ดินจะเกิดการทรุดตัว ทำให้พื้นคอนกรีตทรุดเกิดรอยร้าวหรือแตกเป็นเศษเล็กๆ หรือเป็นหลุมทำให้เกิดความเสียหายควรทำการซ่อมแซม

12.มีระบบการป้องกันบ้านจากปลวก
ควรมีการตรวจสอบปลวกทุกๆ 4 เดือนหากพบปัญหาปลวกขึ้นบ้านให้รีบแจ้งบริษัทที่รับกำจัดปลวกฉีดยาป้องกันปลวกและให้รับประกันปลวกขึ้นบ้านด้วย พอหมดประกันก็ให้มาตรวจดีอีกครั้งเพื่อต่อประกันปลวกขึ้นบ้าน เพราะปลวกขึ้นบ้านทำให้บ้านได้รับความเสียหายโดยเฉพาะเสาบ้าน คานซึ่งเป็นที่เสริมความแข็งแรงของบ้านต้องหมั่นดูแลให้ดีอยู่เสมอ

มีคนกล่าวไว้ว่าบ้านคือวิมารของเรา อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา และบ้านยังทีราคาสูงอีกด้วย ดังนั้นเราควรหมั่นดูแลบ้านที่มอบความสุขให้แก่ทุกคนภายในบ้านอย่างดีเพื่อให้บ้านแข็งแรงทนทาน น่าอยู่อาศัย หลบฝน หลบแดด พักผ่อนไปกับเราไปจนแก่จนเท่าสืบทอดชั่วรุ่นลูกรุ่นหลายต่อไป

ที่มาบทความ : Poolprop
ขอบคุณรูปภาพ :  house edition


เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

 
ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559

 

 

 

banner-ep-decor-new-s

โครงการรณรงค์เงินฝาก CASA 1,000,000 ล้านบาท

บริษัท อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย) ร่วมกับธนาคารกรุงเทพ จัดโครงการ พาSMEs นั่งคุยกับแบงค์ครั้งที่ 1‬

โดยคุณสราวุฒิ สินสำเนา ผู้บริหารอี.พี.เดคคอร์ และประธานเครือข่าย NNPSMEs ภาคเหนือ พาผู้ประกอบการนั่งหารือกับผู้บริหาร BBL อย่างใกล้ชิด เพื่อรับฟังทิศทางเศรษฐกิจ และลู่ทางในการหาแหล่งเงินทุน ฯลฯ โอกาสดีๆแบบนี้ จะมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ SMEs มีโอกาสและโตอย่างยั่งยืนค่ะ ‪‎ลูกค้าที่สนใจสอบถามได้ที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์อีพีเดคคอร์‬  ขอขอบคุณธนาคารกรุงเทพที่ให้โอกาสและเอื้อเฟื้อสถานที่ ณ สำนักธุรกิจธนาคารกรุงเทพ สันป่าข่อย เมื่อวันที่ 24 มีค. 59 ค่ะ


 

1 S



451818 S



451821 S



451811 S


451804 S

รมต.อุตสาหกรรม เยี่ยมเยียนบูท EP DECOR (Thailand) Co.,LTD

รมต

 

New Image

 

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมเยียนบูท EP Decor (Thailand) Co.,Ltd ผู้ผลิต จำหน่าย อุปกรณ์ม่าน รางม่าน ม่านม้วน ม่านพับ อุปกรณ์ ทุกชนิด ภายใต้ ISO 9001:2008

งานอุตสาหกรรมแฟร์ ครั้งที่ 14

อดีต นายก ประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
เยี่ยนเยียนบูธ EP DECOR (THAILAND) Co.,Ltd ผู้ผลิต จำหน่าย อุปกรณ์ม่าน
เนื่องในงาน อุตสาหกรรมแฟร์ ครั้งที่ 14  วันที่ 1-10 ก.พ. 2556



285342_562410650435661_2068834386_n


DSC01840

 

 

รับรางวัล “ สุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 7”

สสว. มอบรางวัล “ สุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 7”
21/9/2559 : สสว. จัดงานประกาศผลพร้อมมอบรางวัล “ สุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 7” ย้ำนโยบายรัฐบาลยกระดับ SMEs วาระแห่งชาติ หลังทำการคัดเลือกผู้ประกอบการที่สมัครเข้าประกวดกว่า 1,042 ราย  หวังสร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบ SMEs ให้ตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รองประธานกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) กล่าวในโอกาสเป็นประธานงานประกาศผลและมอบรางวัล “ สุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 7” หรือ 7th SMEs National Awards 2015 ซึ่งจัดโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ถือเป็นเฟืองจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนได้จากจำนวน SMEs ที่มีกว่า 2.74 ล้านรายทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ 99.73 ของวิสาหกิจทั้งหมด ก่อให้เกิดการจ้างงานจำนวน 10.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 80.3 ของการจ้างงานทั้งประเทศ สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP ของ SMEs) กว่า 5.21 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 39.6 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ

อี.พี.เดคคอร์ รางวัล SME 01
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนา SMEs ด้วยการยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมขยายขอบเขตการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs จากเดิม 3 ประเภท เป็น 4 ประเภท ได้แก่ ภาคการผลิต ภาคการค้า ภาคบริการ และภาคการเกษตร เพื่อส่งเสริม สนับสนุน เพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพ SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งตลาดในประเทศและระดับสากล “การประกวดรางวัล สุดยอด SMEs แห่งชาติ ถือเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่ดี  มีความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาล เพื่อให้เป็นแบบอย่างตลอดจนสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SMEs รายอื่นๆ ตื่นตัวในการปรับปรุง พัฒนาศักยภาพธุรกิจให้เติบโต เข้มแข็ง มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น และเป็นกำลังสำคัญที่จะสามารถนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งและเติบโตต่อไปในอนาคต

อี.พี.เดคคอร์ รางวัล SME 02

นางสาววิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว. มีบทบาทหน้าที่และภารกิจในการให้การช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs โดยได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ในทุกมิติมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดโครงการที่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ อย่าง การประกวด “รางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ” หรือ SMEs National Awards ที่ สสว. ได้ดำเนินการจัดประกวดมาแล้ว 6 ครั้ง โดยครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2549 “การประกวดที่ผ่านมา ล้วนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีผู้ประกอบการ SMEs สนใจสมัครร่วมประกวดจำนวนมากเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่ง สสว. ได้รับความร่วมมือจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ในการนำแนวทางของเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award – TQA) มาปรับใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินธุรกิจ SMEs ที่เข้าร่วมประกวด เพื่อมอบรางวัลให้กับกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการบริหารจัดการอย่างมีมาตรฐาน“การจัดประกวดรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่จะเฟ้นหาผู้ประกอบการ SMEs ที่มีการบริหารจัดการดีเด่นเท่านั้น อีกทางหนึ่งจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SMEs ผ่านกระบวนการวิเคราะห์จุดเด่น โอกาสในการปรับปรุง การให้คำปรึกษาแนะนำในการตรวจประเมินสถานประกอบการ เพื่อสะท้อนให้ผู้ประกอบการ SMEs แต่ละรายได้เห็นตัวตนของตัวเอง และชี้แนะแนวทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ที่สำคัญผู้ประกอบการ SMEs ทุกรายที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จะได้รับโอกาสในการพัฒนาทั้งศักยภาพการดำเนินธุรกิจและคุณภาพผลิตภัณฑ์จาก สสว. สถานบันเพิ่มผลผลิตฯ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน” โดยเกณฑ์การตัดสินผู้ที่จะได้รับรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ และรางวัลอื่นๆ มาจากการ  สัมภาษณ์ และการตรวจประเมินสถานประกอบการ โดยคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนสูงสุดใน แต่ละกลุ่มธุรกิจ คือผู้ที่มีคะแนนตั้งแต่ 800 คะแนนขึ้นไป จะได้รับรางวัล “ สุดยอด SMEs แห่งชาติ” ตั้งแต่ 700-799 คะแนน จะได้รับรางวัล “SMEs ดีเด่น” และตั้งแต่ 600-699 คะแนน จะได้รับรางวัล “มาตรฐาน SMEs” โดยแต่ละรางวัลจะไม่มีการจำกัดจำนวนของรางวัล
อี.พี.เดคคอร์ รางวัล SME 04

ออกรายการกลยุทธ์ธุรกิจ กับ อ.ธันยวัชร์ พิชิตธุรกิจ

กลยุทธ์ธุรกิจ กับ อ.ธันยวัชร์ พิชิตธุรกิจกับคุณสราวุฒิ สินสำเนา 

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2558 นายสราวุฒิ สินสำเนา กรรมการผู้จัดการ บ.อี.พี. เดคคอร์ (ประเทศไทย)จำกัด
ได้รับเกียรติจาก อ.ธันยวัชร์ เชิญไปออกรายการ กลยุทธ์ธุรกิจ ในช่อง Amarin 33


Link : https://goo.gl/WyOtfG

รายการกลยุทธ์ 05


รายการกลยุทธ์ 02


รายการกลยุทธ์ 03


รายการกลยุทธ์ 04