ม่านม้วน!! ตอบโจทย์ทุกรูปแบบ

ม่านม้วน!! ตอบโจทย์ทุกรูปแบบ

ม่านม่านม้วน เพิ่มความทันสมัย น่าอยู่ยิ่งขึ้นโดยการเลือกใช้ม่านม้วนที่มีความโดดเด่นในด้านดีไซน์ที่สามารถช่วยเติมความสุขให้ทุกคนในบ้าน และแขกผู้มาเยือน ม่านม้วน จัดเป็นเฟอร์นิเจอร์ อีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้เติมเต็มความสวยงาม แบบโมเดิร์นสไตล์ ให้กับห้องโปรดของคุณ

ม้วนเป็นผ้าม่านบังแสงแบบใหม่แบบหนึ่งที่มีความเรียบง่าย ลักษณะของตัวม่านเป็นแผ่นที่ทำมาจากผ้า ทำจากพีวีซี หรือเกรตเตอร์แล้วนำมาเคลือบให้เนื้อมีความคงรูปเหมาะที่จะเอามาม้วนเก็บไว้ในรางของม่านม้วน โดยปกติการทำงานของม่านม้วนจะเลื่อนขึ้นลงในแนวตั้งและเวลาบังแสงก็จะบังแสงได้หลายรูปแบบตามประเภทของม่านม้วน ม่านม้วนมีทั้งหมด 3 ประเภท  ดังนี้

1. แบบ  Block out  หรือม่านม้วนแบบทึบแสงจะมี 2 ประเภทหลักๆคือทึบแสงแบบใช้ผ้าทึบแสง หรือทึบแสงแบบใช้ผ้าธรรมดาแล้วมาเคลือบโฟมทึบแสง จะเป็นม่านม้วนที่มีคุณสมบัติช่วยลดความร้อนได้มากขึ้นกว่าม่านม้วนแบบใช้ผ้าทึบแสง และยังมีการใช้เทคโนโลยีอลูมิเนียมทึบแสง ตรงนี้จะยิ่งช่วยลดความร้อนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่ข้อเสียคือ มีราคาที่ค่อนข้างสูง


2. แบบ Sunscreen  คือม่านม้วนที่สามารถมองเห็นด้านนอกโดยที่ด้านนอกมองเข้ามาด้านในไม่เห็นในเวลากลางวันหรืออาจจะเห็นลางๆ แต่ถ้าเป็นเวลากลางคืนด้านที่สว่างกว่าจะถูกมองเห็น ม่านม้วนSunscreen จะเหมาะกับออฟฟิต และบ้านที่มีการตกแต่งภายนอกสวย เนื่องจากม่านม้วน Sunscreen เป็นม่านที่สามารถปิดลงมาแล้วมองออกไปด้านนอกได้ ช่วยลดความร้อนและรังสียูวีที่เข้ามาในห้อง และช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องได้

kitchen interior in modern apartment

3. แบบ Dim  out หรือแบบไม่ทึบแสง เป็นม่านม้วนที่เวลาปิดลงมาแสงยังสามารถส่องผ่านเข้ามาในห้องได้บ้างแต่ไม่สามารถมองเห็นด้านนอกห้องได้ในขนาดที่ปิดม่านม้วนลงมา ม่านม้วนประเภทนี้เป็นม่านม้วนที่มีราคาถูกที่สุดในบรรดาม่านม้วนทั้ง 3 แบบ


 

 

วิธีการใช้งานของม่านม้วน ม่านม้วนมี 2 ระบบ ดังนี้
1.ระบบแบบธรรมดา ซึ่งจะมีเชือกดึงด้านข้างเมื่อดึงลงมาม่านม้วนจะเปิดขึ้น ถ้าเราดึงขึ้นม่านม้วนก็จะเปิดลง โดยรูปแบบนี้เป็นแบบที่นิยมและราคาไม่แพง
2. ม่านม้วนระบบมอเตอร์ ม่านม้วนประเภทนี้เหมาะกับชุดที่มีชุดใหญ่ๆหรือบ้านที่เน้นความหรูหรา เน้นความสะดวกสบายในการใช้งานคู่กับระบบ Automation ของบ้าน ม่านม้วนระบบมอเตอร์เป็นม่านม้วนที่สามารถบังคับการทำงานด้วยสวิตส์ หรือรีโมต ในปัจจุบันราคาม่านม้วนมอเตอร์ก็ได้ปรับลดลงจากอดีตเป็นอย่างมาก ทาง epdecor ยังมีผู้เชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำกับม่านม้วนระบบมอเตอร์และม่านม้วนระบบไฟฟ้าอีกด้วย ดังนั้นถ้าคุณจะเลือกม่านม้วนระบบมอเตอร์ epdecor เป็นคำตอบที่ดีมากๆ
ประโยชน์ของม่านม้วน
• เป็นม่านอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยบังแสงได้เป็นอย่างดี และสามารถเลือกผ้าแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งานได้
• ทำความสะอาดได้ง่าย
• ม่านม้วนประเภททึบแสงสามารถช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้ มากถึง 2-4 องศา
• ม่านม้วนแบบ Sunscreen สามารถมองเห็นภายนอกของห้องได้ แต่ข้างนอกไม่สามารถมองเห็นได้
วิธีการดูแลรักษาม่านม้วน
        ม่วนม้วนสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ๆโดยวิธีการปัดฝุ่น ม่านม้วนที่มีคุณภาพดีจะมีการเคลือบสารป้องกันไฟฟ้าสถิต ทำให้ฝุ่นไม่เกาะตัวมาก เมื่อปัดฝุ่นแล้วฝุ่นจะตกลงมาที่พื้นโดยไม่วนกลับไปติดบนม่านอีกครั้ง ถ้าม่านม้วนมีความสกปรกมากขึ้น ก็สามารถใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยฝุ่นออก หรือสามารถใช้สบู่อ่อนๆเช็ดทำความสะอาดได้
       ในการเลือกม่านม้วน ม่านม้วนแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันของอุปกรณ์และคุณสมบัติการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่นม่านม้วนของ epdecor ใช้อุปกรณ์มาตรฐานระบบ ญี่ปุ่น อุปกรณ์มีความเบาสบาย นุ่มมือในการดึง เนื่องจากมีระบบสปริงผ่อนแรงและอุปกรณ์มีความหนา ทำให้ม่านม้วนมีความคงทนแข็งแรงสามารถใช้ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ม่านม้วนแต่ละยี่ห้อยังมีความแตกต่างกัน

ขอขอบคุณ ข้อมูล www. http://icurtain.co.th

ขอขอบคุณ ภาพประกอบ http://www.ม่านม้วน.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

10 ไอเดียทาสีผนัง ง่ายกว่าที่คิด พร้อมวิธีทำเองง่ายๆที่บ้าน

การทาสีผนัง มีผลอย่างมากที่ช่วยให้บ้านดูสวยงาม ดูมีชีวิตชีวา แต่ถ้าเริ่มใส่ไอเดียในการทาสีจากแค่ทาเรียบๆ เป็นใส่ลวดลาย พวกเรา อีพี. ผ้าม่าน บอกเลยว่าเก๋กว่า แถมยังเปลี่ยนผนังเก่าเป็นผนังใหม่ได้อย่างง่ายดาย ใครชอบพร้อมแล้วตามไปดูกันเลยครับ


 

1. ทาสีแนวขวาง สีสลับ 

ขอเริ่มจากการทาสีรูปแบบแรก แบบง่ายๆกันก่อนด้วยการทาสีสลับ การทำก็ไม่ยาก ไม่ว่าจะลายไหนๆก็ต้อง มีเทปกาว เป็นตัวช่วย แค่เลือกสีที่ชอบให้เหมาะกับห้องเท่านั้น


2. การเทสีลายเส้น

แบบที่ 2 เป็นอีกแนวที่น่าลองเลยค่ะ ทำง่ายแต่ต้องเป็นคนชอบความแตกต่างหน่อยนะคะ ส่วนอุปกรณ์ก็หาง่ายไม่ยากนั้นก็คือขวดบีบซอสนั้นเอง ใครอยากหยดเป็นเส้นสั้นหรือเส้นยาวก็อยู่ที่การบีบ และการใช้เปทกาวขั้นเพื่อทำลายนั้นเอง


3. ทาสีแล้วทำลวดลายด้วยแปรง

ใครชอบแนว Modern Style – โมเดิร์น สไตล์ ก็สามารถเอาไอเดียนี้ไปใช้กันได้นะคะ แต่อาจไม่ต้องทำทั้งหลัง เพราะคงถือว่าเป็นงานหนัก เราอาจเลือกทำเป็นแค่ผนังสำหรับไฮไลท์ อย่างเช่นหลังโซฟา หรือหลังทีวีก็ได้ครับ


4. สีสันสร้างลายเลขาคณิต 

สำหรับลายนี้ก็ไม่ยากค่ะ แค่ติดเทปตามรูป แต่การตัดต้องเท่ากันทั้งหมดนะคะ เพื่อให้ออกมาสวยงามและสมดุล เป็นสามเหลี่ยมมุมฉากที่พอดี


5. สีสันจากลายอิฐ

ตามมาดูแบบที่ 5 กันต่อครับ สำหรับลายนี้อาจถูกอกถูกใจเพื่อนๆ ที่แต่งบ้านแนว ลอฟท์ สไตล์ (Loft Style ) ที่กำลังจะหาซื้ออิฐมากรุผนังหรืออาจประหยัดงบด้วยการซื้อวอลเปเปอร์ (Wallpaper) มาติดแต่ถ้าอยากทำเองเพื่อให้ใช้งบน้อยที่สุด ก็ให้รีบไปซื้อสีอิฐที่ชอบและฟองน้ำมาทำตามกันเลยครับ


6. คลาสสิคแบบอาร์ตเมืองฝรั่ง

ส่วนใครชอบผนังอาร์ตแบบ Classic Style – คลาสสิค สไตล์ ก็ต้องไม่พลาดกับแบบที่ 6 ที่เอามาฝากครับ แต่การทำบอกเลยว่าไม่ง่ายเท่าไหร่นะครับ เพราะมีเรื่องของการไล่เฉดสีจากเข้มไปอ่อน และปริมาณของการใช้


7. เอาใจลูกรักด้วยท้องฟ้าจำลอง

อีกแบบการทาสี ที่บอกเลยว่าคุณหนูๆเห็นแล้วต้องยิ้ม เพราะบ้านกลายเป็นบรรยากาศท้องฟ้าแสนน่ารักแต่ถ้าให้ดี ไปจัดไว้ในห้องนอนก็ได้นะคะ หนูๆจะได้นอนหลับฝันดี แต่ถ้าทาสีเสร็จแล้วแต่ยังไม่มีไอเดียจัดห้องนอน


8. โทนสีที่ใช่กับลายที่ชอบ

อีกวิธีๆง่ายๆเอาใจคุณแม่บ้านอย่างเราแบบสุดๆ เพราะแค่หาซื้อลูกกลิ้งลายที่ชอบกับสีที่ใช่ ก็เท่านั้นเจ้าค่ะ จุ่มๆแล้วกลิ้งแหมง่ายจริงๆ แต่การเลือกสีก็สำคัญนะครับ


9. ทาสีสร้างลายด้วยแผ่นฉลุ

เมื่อผนังเราทาสีพื้นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังขาดสีสันอื่นๆและลวดลายสวยๆ ก็ต้องไม่พลาดกับไอเดียแบบที่ 9 คือการใช้แผ่นฉลุลายซึ่งจะคล้ายกับแบบที่ 8 แต่เลือกได้ว่าจะทำลายทั้งผนังหรือเพียงแต่เฉพาะจุดครับ


10. Colorful Polka Dots

และขอปิดท้ายกันด้วยผนังสีสันสดใส ที่นอกจากจะเอามาแต่งผนังบ้านได้แล้วยังสามารถนำเอามาตกแต่งร้านขนมหวานอย่างร้านบิงซูหรือไอติมได้อีกด้วย ใครชอบก็สามารถลองทำเองได้ครับง่ายๆไม่ยาก


ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูล http://www.infinitydesign.in.th


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

คุณมั่นใจแค่ไหน? ผ้าม่านคุณสะอาด

ฝุ่น!!! ปัญหาใหญ่สำหรับผ้าม่าน

หลายท่านที่กำลังคิดจะติดผ้าม่านแต่ก็กลัวปัญหาเรื่องฝุ่น โดยเฉพาะโรคที่เกิดได้ง่ายอย่างโรคภูมิแพ้ สาเหตุของโรคนี้มีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจากฝุ่นละอองต่างๆ เกสรดอกไม้ โดยสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นจะเข้าสู่ร่างกายเราโดยการสัมผัสผ่านทางผิวหนังหรือการทานเข้าโดยตรง เมื่อเกิดการแพ้จะมีอาการผิดปกติทางร่างกาย เช่น เป็นผื่นแดง คัน หายใจไม่สะดวก

โดยอาการแพ้ส่วนใหญ่ของคนเรามักจะเป็นแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น เนื่องจากฝุ่นละอองมีอยู่ทุกหนทุกแห่งอย่างเลี่ยงได้ยาก ในบ้านของเราเองก็มีฝุ่นเหมือนกันโดยจะออกมาเยอะเวลาที่เราทำความสะอาดบ้านโดยเฉพาะบ้านที่ไม่ได้มีการดูแลรักษาอย่างเป็นประจำ บางทีฝุ่นก็เยอะจนทำให้หายใจลำบากได้เช่นกัน  การหมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นได้ สำหรับผ้าม่านหากผู้อาศัยเป็นคนมีปัญหาเรื่องฝุ่นแนะนำให้เลือกผ้าผิวมันหรือผ้าที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์จะพอช่วยเรื่องการสะสมของฝุ่นบนตัวผ้าได้ในระดับนึง แต่จะให้ไม่ให้มีฝุ่นเกาะเลยนั้นเห็นจะเป็นเรื่องยากเพราะตัวผ้าม่านจะมีซอกเล็กซอกน้อยซึ่งเป็นที่ซ่อนของฝุ่นได้ จะกำจัดฝุ่นเหล่านี้ออกให้หมดก็ต้องนำไปซักเท่านั้น


วิธีซักผ้าม่านอย่างง่ายด้วยตัวเอง พร้อมการดูแลให้ดูดีไร้ฝุ่นและสิ่งสกปรก

รวมวิธีทำความสะอาดและดูแลผ้าม่าน เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน และไม่ต้องเสียเงินจ้างซัก เพราะทำเองได้ง่าย ๆ ให้ผ้าม่านไร้ฝุ่นและไม่มีสิ่งสกปรก

ผ้าม่านถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างหนึ่งในบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะช่วยบังแสงแดดและบังสายตาได้แล้ว ยังช่วยตกแต่งภายในบ้านให้สวยงามได้อย่างที่ต้องการอีกด้วย กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีทำความสะอาดและดูแลผ้าม่านอย่างง่ายด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ เพื่อให้ผ้าม่านผืนโปรดของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สะอาด ไร้กลิ่นเหม็น และสิ่งสกปรก แลดูเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา

วิธีซักผ้าม่าน

1. วิธีซักผ้าม่านกับเครื่องซักผ้า

หากเลือกที่จะซักผ้าม่านด้วยเครื่องซักผ้า ผ้าม่านที่นำมาซักนั้นจะต้องเป็นผ้าชนิดเนื้อเบา ไม่หนาและหนักจนเกินไป หากเป็นเนื้อผ้าม่านคอตตอนและทั่วไปให้ใช้ระบบน้ำเย็น พร้อมทั้งเปิดรอบในการปั่นให้อยู่ในระดับต่ำสุด ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ทำความสะอาดควรเป็นสูตรธรรมดาและไม่มีฤทธิ์กำจัดคราบรุนแรง เพราะจะช่วยป้องกันการหดตัวของผ้าม่านได้

2. วิธีซักผ้าม่านแบบซักมือ

ถึงการซักผ้าม่านแบบซักมือจะดูเหนื่อยไปสักหน่อย แต่มั่นใจได้เลยว่าวิธีนี้จะไม่ส่งผลเสียต่อเนื้อผ้าอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผ้าม่านชนิดคอตตอน 100% ส่วนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เลือกเป็นสบู่สูตรอ่อนโยนหรือผงซักฟอกสูตรธรรมดาจะดีที่สุด เพื่อลดการทำลายเนื้อผ้า

3. วิธีทำความสะอาดผ้าม่านด้วยเครื่องไอน้ำ

วิธีนี้เหมาะกับการทำความสะอาดผ้าม่านเนื้อหนาและมีน้ำหนักมาก ก่อนอื่นต้องอ่านคำแนะนำในการทำความสะอาดจากป้ายและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ แนะนำให้ต่อหัวแปรงนุ่ม ๆ ที่สายของเครื่องพ่นไอน้ำเพราะจะช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าขึ้น แนะนำให้พ่นเป็นแนวเส้นตรง โดยเริ่มจากด้านบนลงด้านล่าง ถ้ารู้สึกว่าผ้าม่านเริ่มเปียกก็ให้ถอยหัวพ่นไอน้ำออกห่างจากผ้าม่านอีกนิด

ซักตามประเภทเนื้อผ้า

1. ผ้าเนื้อเชียร์และผ้าลูกไม้

ผ้าม่านทั้ง 2 ชนิดนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน ดังนั้นจึงเหมาะกับการซักมือ ด้วยการผสมน้ำเย็นกับผงซักฟอก 1 ช้อนชา ซักแล้วแช่ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นให้วนผ้าในน้ำเพื่อจำกัดเศษสิ่งสกปรกให้หลุดออก นำซักน้ำเปล่าเพื่อล้างฟองผงซักฟอกออกให้หมด แต่ถ้าหากแท็กซ์เจอร์ของผ้าม่านแข็ง ให้แก้ไขด้วยการละลายเกลือทะเลกับน้ำเปล่าประมาณ 1 ถ้วยตวง แล้วเทลงผสมกับน้ำในกะละมัง แช่ผ้าม่านทิ้งไว้ 10 นาที เทน้ำทิ้งก่อนดึงผ้าม่านขึ้นจากกะละมัง แล้วค่อยนำไปตากแห้ง

2. ม่านลูกปัด

การทำความสะอาดม่านลูกปัดหรือม่านที่ทำมาจากวัสดุเนื้อแข็งนั้น แตกต่างจากม่านที่ทำมาจากผ้า วิธีการก็คือให้นำผ้าปูเตียงมาแขวนไว้ด้านหลังม่าน พร้อมทั้งปูผ้ารองเศษฝุ่นไว้ใต้ม่าน จากนั้นก็ผสมสเปรย์ทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาล้างจานหรือสบู่สูตรอ่อนโยน 2-3 หยดผสมกับน้ำเปล่าจำนวนหนึ่งให้เข้ากัน นำไปฉีดพ่นม่านจากด้านบนลงด้านล่าง นำผ้าขนหนูเนื้อคอตตอนมาซับเบา ๆ ให้แห้ง ก็เป็นอันเรียบร้อย

3. ผ้าม่านชนิดกำมะหยี่

ส่วนมากคำแนะนำในการซักผ้าม่านแบบกำมะหยี่จะแนะนำให้ซักแห้ง แต่บางชนิดก็สามารถซักกับเครื่องซักผ้าได้เลย ฉะนั้นจึงต้องอ่านป้ายสัญลักษณ์ให้ดี ๆ สำหรับกำมะหยี่ที่ซักในเครื่องซักผ้าให้ใช้น้ำเย็น และตากโดยการวางพาดบนผ้าคอตตอนให้แห้ง

วิธีการดูแลผ้าม่านหลังซักทำความสะอาด

– หลังจากซักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตากพาดไปกับราวตากผ้าหรือวางพาดบนผ้าคอตตอนอีกที ห้ามตากให้โดนแดดโดนตรงและปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ หรือจะใช้เตารีดรีดทับอย่างรวดเร็วเพื่อให้ผ้าม่านดูเหมือนใหม่ก็ได้ค่ะ

– การดูแลผ้าม่านแบบรายสัปดาห์ ให้ถอดผ้าม่านออกจากราง นำมาสะบัดเพื่อกำจัดฝุ่นนอกบ้าน แล้ววางผ้าม่านไว้ข้างนอกสัก 10 นาที เพื่อให้ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายโดยรอบตกลงพื้นก่อนแล้วค่อยใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดซ้ำอีกครั้ง จะได้ไม่มีฝุ่นติดตัวเราเข้ามาในบ้านอีก

– การดูแลผ้าม่านแบบรายเดือน ให้ใช้แปรงสำหรับปัดผ้าม่าน ปัดตั้งแต่ด้านบนลงด้านล่าง หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นโดยไม่ต้องต่อหัวดูดฝุ่น เพราะหัวต่อจะทำให้ผ้าม่านเสียหายได้เลย หรือนำไปปั่นในเครื่องอบแห้งโดยไม่ต้องเปิดระบบลมร้อนสัก 10 นาที ก่อนจะนำมาแขวนตามปกติ

– พยายามลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นต่าง ๆ ภายในบ้านหรือหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด อย่างเช่น กั้นบริเวณครัวกับส่วนอื่น ๆ ให้ชัดเจนไม่ให้มีกลิ่นอาหารเล็ดลอดมาเกาะผ้าม่าน และไม่สูบบุหรี่ในบ้าน

– หากม่านมีกลิ่นเหม็นให้ถอดออกไปผึ่งลมสัก 2 ชั่วโมง กลิ่นก็จะหายไป

เชื่อแล้วหรือยังว่า การทำความสะอาดและดูแลผ้าม่านนั้นง่ายนิดเดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นแม่บ้าน-พ่อบ้านมืออาชีพหรือมือใหม่ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งนั้น แล้วอย่าลืมดูแลผ้าม่านของคุณเพื่อให้ใช้งานไปได้อีกนานแสนนานด้วยนะครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก cleanipedia และ Housewifehowtos


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

บ้านของคุณ? เหมาะกับม่านแบบไหน?

ผ้าม่านนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีข้อดีที่มาพร้อมกับความสวยงาม ทั้งช่วยควบคุมแสง สร้างความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังช่วยเก็บเสียงและป้องกันฝุ่นละอองที่จะเข้ามาภายในบ้าน
แต่รู้มั้ยครับว่าผ้าม่านมีหลายประเภท เราควรเลือกตามการใช้งาน และลักษณะที่เหมาะสมกับประตู-หน้าต่างของห้องด้วย ใครคิดจะซื้อม่านหรือเปลี่ยนม่านใหม่ ลองอ่านกันก่อนนะครับ


ม่านจีบ

 

ม่านจีบ

เป็นม่านที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะสามารถเข้าได้กับการตกแต่งบ้านได้ทุกสไตล์ แล้วแต่คุณจะเลือกเนื้อผ้าและสีสัน ใช้งานสะดวก ลักษณะของม่านคือมีการจับจีบด้านบน เว้นระยะเท่าๆกัน ต่างจากม่านคอกระเช้าและม่านตาไก่ที่จะต้องคอยจัดผ้าให้ช่องเท่าๆกัน
ม่านจีบสามารถติดผ้าได้ 2 ชั้นคือม่านโปร่งและม่านทึบ


ม่านลอน

 

ม่านลอน

เป็นม่านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่อชอบการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น เพราะจะให้ความรู้สึกเรียบ หรู ทันสมัย ม่านล็อคลอนจะมีลักษณะคล้ายตัว S ต่อกันไปเรื่อยๆ


ม่านตาไก่

ม่านตาไก่

เป็นม่านที่สามารถเลือกรางโชว์ตามรูปแบบดีไซน์ที่ต้องการมีทั้งแบบที่คลาสสิค เหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Contemporary & Classic Style หรือ เลือกรางโชว์แบบทันสมัย รูปทรงเลขาคณิต จะเหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Modern

รูปแบบม่านห่วงตาไก่กับลักษณะของรางผ้าม่านที่สอดผ่านห่วงตาไก่ที่ยึดติดกับผ้าม่านดูเป็นลอนสวยงาม มีน้ำหนักเบา เมื่อยึดติดกับผนังบ้านทำให้เกิดความอิสระของตัวผ้าม่าน ควรเลือกผ้าที่มีน้ำหนักพอสมควรแต่ไม่หนักเกินไป จะทำให้ผ้าม่านทิ้งลอนสวยกำลังดี สะดวกสบายในการติดตั้ง


ม่านพับ

 

ม่านพับ

เป็นม่านอีกชนิดที่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากความเป็นระเบียบเรียบร้อย การพับของม่านพับนั้นจะมีลักษณะเป็นชั้นๆและเรียงซ้อนกันขึ้นไป ม่านพับมักใช้เมื่อต้องการเน้นแนวตั้งของประตูหรือหน้าต่างหรือใช้กับหน้าต่างบานเล็กและติดกันหลายบาน จะทำให้ไม่ต้องเปิดม่านทั้งหมด แข็งแรงและประหยัดพื้นที่ จึงทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง เข้ากับการแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์น ที่สำคัญทำความสะอาดง่าย


ม่านคอกระเช้า

 

ม่านคอกระเช้า

เหมาะกับบ้านสไตล์ร่วมสมัย ด้วยเอกลักษณ์ที่นำม่านทำเป็นห่วงภายในตัวและเย็บติดกระดุมหรือผูกโบว์ให้ผ้าม่าน เหมาะกับคนที่ชอบงานที่ดูเป็นงานฝีมือ
ชอบความเรียบง่ายและดูเป็นธรรมชาติ


ม่านหลุยส์

 

ม่านหลุยส์

แสดงถึงความหรูหรา สะท้อนถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านที่มีระดับ สามารถเลือกผ้าได้หลากหลายเช่น ผ้าม่านทึบเนื้อดี การเพิ่มชายครุยเย็บติดที่ชายผ้าบริเวณต่างๆก็เพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับม่านหลุยส์ได้ไม่น้อย แต่ข้อเสียคือดูแลรักษายาก และเก็บฝุ่นมาก


ม่านม้วน

ม่านม้วน

เป็นลักษณะม่านที่ตอบโจทย์กับออฟฟิตสำนักงาน ร้านค้าหรือที่อยุ่อาศัยที่ต้องการความเป็นสมัยใหม่ เน้นความเรียบง่าย และการดูแลรักษาง่าย ใช้งานง่าย สะดวก ปรับความสูงได้ตามที่ต้องการ ที่สำคัญใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย และใช้ได้กับหน้าต่างบานเล็กไปจนถึงบานใหญ่มากๆ ทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บฝุ่นด้วยรูปแบบที่ทันสมัย
ม่านม้วนมีทั้งชนิดกันแสง (Blackout) สามารถกันแสงได้ถึง 100% และชนิดกรองแสง (Sunscreen) ที่ปล่อยให้แสงส่องผ่านได้บ้างเหมาะกับการตกแต่งที่ต้องการทั้งแสงสว่างและความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน


มู่ลี่

มู่ลี่

มีทั้งแบบที่ทำจากไม้ และอลูมิเนียมอาจนำไปใช้ในบริเวณที่ไม่สามารถใช้ผ้าม่านได้เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ การใช้งานเหมือนม่านม้วนที่สามารถปรับปิดแสงในแนวนอน ข้อดีคือ แข็งแรง ไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดง่าย ปรับทิศทางแสงไปตามทิศทางที่ต้องการได้ แต่ข้อเสียของมู่ลี่คือแข็งกระด้าง ไม่นุ่มนวล อ่อนช้อย


ขอบคุณรูปภาพ
ม่านจีบ www.kandkdecorate.com
ม่านพับ www.orawancurtainphuket.com และอื่นๆที่ไม่ได้อ้างอิง

ขอขอบคุณบทความ                                                                                  www.http://utexdecor.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

สไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยม ที่มักเลือกใช้

สไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยม ที่มักเลือกใช้

ปัจจุบันสไตล์การตกแต่งบ้านนั้นก็มีให้เลือกมากมายหลากหลาย ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความชอบของเพื่อนๆ แต่ละคน อีกทั้งแต่ละสไตล์นั้น ก็ย่อมให้อารมณ์ ความรู้สึกและ การตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงมีการแต่งบ้านแบบต่างๆ หลายสไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยมมาฝากกันครับ

Modern Style

สไตล์โมเดิร์น Modern Style เน้นที่ความน้อยเป็นหลัก นอกจากความน้อย ในด้านเส้นสาย ข้าวของ และเฟอร์นิเจอร์การเลือกใช้สี การเลือกใช้สีแบบโมโนโครมสเป็นไตล์ สุขุม ขรึม และเนี้ยบ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียบง่ายโทนสีเพียงสองสีถึงสามสีแต่มีการแบ่งสัด ส่วนของแต่ละสี ได้อย่างลงตัวทุกอย่างมีแค่ฟังก์ชั้นและสีสวยๆ เพียงเท่านั้น สุขุม ขรึม และเนี้ยบ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียบง่าย


 

Contemporary Style

สไตล์แนวร่วมสมัย Contemporary Style เป็นสไตล์ที่มีแนวทางการตกแต่งจะเป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์ Classic กับสไตล์ Modern เข้ามาไว้ ด้วยกัน เป็นการกแต่งบ้านที่เป็นกลาง ไม่หรูหราเกินไปเหมือน สไตล์ classic และไม่ดูทันสมัยจนเกินไปในแบบ modern จนออกมา เป็นสไตล์ Contemporary ที่ดูนุ่มนวล อบอุ่นอย่าง ลงตัว


Classic Style

สไตล์ คลาสสิค Classic Style มีจุดเด่นที่ความหรูหรา มากกว่าประโยชน์ใช้ สอย ดังนั้น จึงเป็นบ้านที่ต้องมีพื้นที่มากมีการจัดสัดส่วนของบ้านให้มีห้องที่ กว้างและเพดานที่สูง เน้นความสมดุลซ้าย-ขวาในการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์และของ ตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ที่ใช้ในบ้านสไตล์นี้ มักจะมีความปราณีตและมีรายละเอียด ที่สวยงาม มีสีเข้ม เช่นไม้โอ๊ก และนิยมใช้ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ชนิดที่พิมพ์ หรือทอลาย ปราณีตชัดเจน หรือเลือกใช้หนังแท้ ตอกหมุดทองเหลือง ผ้าม่านมีลักษณะจับจีบ ระบาย กุ๊นด้วยเกลียวเชือกเข้าชุดกัน ปูพื้นบางจุดด้วยพรมและประดับตกแต่งพื้น ที่ส่วนต่าง ๆ ของบ้านด้วย คิ้ว บัว ปูนปั้น เสากลมลอยตัว


Country Style

สไตล์ Country Style บ้านแถบชนบทในหนังซึ่งลักษณะรูปแบบที่มีเอกลักษณ์ บ่งบอกความเป็นสไตล์อย่างเด่นชัดและมักจะถูกนำมาตกแต่งตามที่พักตาก อากาศ ชนบทหรือรีสอร์ทในอดีต Country Style เป็นรูปแบบที่ถูกตัดทอนรายละเอียด ลงจาก Classic Style มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างการย้อมไม้ ให้มีลักษณะ โชว์ลายเสี้ยน และมีผิวที่หยาบ มักจะเห็นม่านผ้าครึ่งหน้าต่าง ผ้าปูโต๊ะต่อลาย (Quilt) หรือภายในครัว ก็จะโชว์หรือแขวนตระกร้าสาน


Vintage  Style

Vintage  Styleสไตล์การแต่งบ้านแล้วล่ะก็ หลายคนอาจนึกไปถึงการนำสีสันหวาน ๆ ลวดลายดอกไม้ ผ้าและเฟอร์นิเจอร์ไม้มาตกแต่งกัน การตกแต่งบ้านในสไตล์นี้เริ่มแพร่หลายจากสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศในยุคปลายรัชกาลที่ 5 (ยุโรปตอนต้น) ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นตัวอย่างได้จากตัวตึกหรือบ้านในบริเวณถนนราชดำเนิน ถนนหลานหลวง ถนนพระอาทิตย์ เป็นต้น สีของ Vintage จะเป็นสีหวาน ๆ แบบพาสเทล (สีที่ใช้สีขาวมาผสมเพื่อให้ดูอ่อนหวาน) เช่น  สีเขียวอ่อน  สีชมพูอ่อน  สีเหลืองอ่อน  สีส้มอ่อน ฯลฯ  ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็จะมีรูปลักษณะโครงสร้างหรือแกะสลักที่ดูอ่อนช้อยงดงามผสมอยู่ เช่น  เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีความอ่อนช้อย และลวดลายการแกะสลักสวย ๆ หรือโซฟาที่ถูกหุ้มด้วยผ้าลายดอกไม้สีหวาน ๆ เป็นต้น
ปัจจุบันนอกจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะ Vintage แล้ว เรายังสามารถเนรมิตบ้านให้เป็นสไตล์ Vintage ได้แบบรวดเร็วทันใจด้วยการติดวอลเปเปอร์ผนังสีหวาน ๆ ในการสื่อถึงอารมณ์ Vintage ซึ่งเราสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของตกแต่งบ้านทั่ว ๆ ไป หรือตามเว็บไซต์ซึ่งมีข้อดีคือจะมีราคาถูกกว่าราคาในท้องตลาด


Loft Style

สไตล์ Loft เป็นรูปแบบการแต่งบ้านที่เน้นเรื่องความเท่ห์ ความดิบ และความโล่ง โปร่งสบาย พร้อมรูปแบบการตกแต่งที่ดูเก๋ไก๋ไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่ง Loft นั้นสามารถที่จะผสมผสานรูปแบบการ แต่งบ้าน เพิ่มเติมได้อย่างหลากอารมณ์ และสไตล์ที่เข้าถึงและเหมาะสมมากที่สุดคือโมเดิร์น เพราะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันตั้งแต่การใช้สี ดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ และรูปแบบของการสร้างที่คล้ายคลึงกัน จึงทำให้สไตล์ทั้ง 2 สามารถที่จะเข้ากันได้อย่างลงตัว ถ้าใครที่กำลังสนใจการ แต่งบ้าน Loft ลองมาดูการแต่งบ้านสวยด้วยสไตล์ Loft ที่สุดแสนจะโดดเด่น ด้วยรูปแบบที่เป็นโรงงานเก่า จึงเป็นเพียงพื้นที่โล่งกว้าง ไม่มีการแบ่งห้อง เพดานสูง อีกทั้งยังไม่มีเสาบ้าน ทำให้การตกแต่งเป็นไปอย่างเรียบง่าย ทั้งการก่ออิฐไว้แบบเปลือยๆ หรือการฉาบปูนแต่ไม่ทาสี พร้อมเปิดเพดานให้เห็นคาน เมื่อมีสถาปนิกมาเห็นจึงเกิดไอเดียการแต่งบ้านและสร้างบ้านสไตล์ Loft ขึ้ันมา จนทำให้รูปแบบ Loft เกิดได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายคนหันมาตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟต์กันมากขึ้น อย่างที่เห็นในปัจจุบัน


ขอขอบคุณภาพและข้อมูล https://www.rukban.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

จัดตู้ปลาอย่างไร ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

วิธีจัดตู้ปลาให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

บทความนี้เราก็จะมาพูดถึงวิธีการจัดตู้ปลาตามหลักฮวงจุ้ยที่ต้องเพราะตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าตู้ปลาหรือบ่อปลาในบ้านจะเป็นสิ่งนำโชคนำมาซึ่งความมั่งคั่งร่ำรวยความอุดมสมบูรณ์ดังนั้นการจัดตู้ปลาในตำแหน่งที่เหมาะสมและเรื่องที่สำคัญที่ทุกบ้านควรจะรู้เอาไว้นะครับ

วิธีการจัดตู้ปลาตามหลักฮวงจุ้ย จะมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 5 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ธาตุน้ำ ธาตุไม้ (หมายถึงต้นไม้แขวน ขอนไม้ที่อยู่ในตู้ปลา) ธาตุโลหะ (หมายถึงโครงสร้างของตู้ปลา) ธาตุดิน (ก้อนหินที่ใช้ตกแต่งในตู้ปลา) และธาตุไฟ (หมายถึงสีสันของปลาที่อยู่ในตู้)

สำหรับคำแนะนำในการจัดตู้ปลาวันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆมาแนะนำกันดังนี้ครับ

  • ตำแหน่งหรือบริเวณที่เหมาะสำหรับการวางตู้ปลาหรือบ่อปลาควรจะอยู่บริเวณด้านตะวันออกเฉียงใต้ตะวันออกเฉียงใต้เป็นทิศของความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยหรือจะตั้งทางทิศเหนือก็ได้เช่นกันเพราะจะช่วยในเรื่องของการส่งเสริมด้านการเงินส่วนบุคคลออกเป็นเรื่องของสุขภาพและครอบครัว
  • บริเวณที่ไม่ควรตั้งตู้ปลาคือห้องครัว และห้องนอน
  • ปลาที่นิยมใช้เลี้ยงในตู้เพื่อช่วยส่งเสริมความร่ำรวยมั่งคั่ง ได้แก่ ปลาอโรวานา ปลามังกร หรือปลาทองครับ
  • การเลือกตู้ปลาก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันควรเลือกลักษณะของตู้ปลาให้เหมาะกับตำแหน่งที่จัดวางด้วยนะคะเช่นหากต้องการวางตู้ปลาในจุดตำแหน่งเงินทองควรเลือกตู้ปลาที่เป็นสี่เหลี่ยมทำจากไม้หรือรูปทรงสามเหลี่ยมก็ได้ส่วนตู้ปลาทรงกลมไม่ควรเลือกขนาดใหญ่นักสำหรับวางในตำแหน่งของการเงิน ต้องการวางตู้ปลาในทิศเหนือก็สามารถใช้ตู้ปลาทรงกลมได้เช่นกันค่ะ
  • การจัดตู้ปลาควรใส่ใจเรื่องความสวยงามด้วยจะได้ส่งพลังงานที่ดีตู้ปลาควรจะสะอาดสม่ำเสมอดูแล้วสดชื่นสะอาดมีชีวิตชีวาจะช่วยส่งเสริมพลังงานบวกให้กับบ้านของเรา
  • ควรดูแลตู้ปลาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาพลังงานของความอุดมสมบูรณ์มั่งคั่ง

    ขอขอบคุณภาพและข้อมูล https://veerenovate.com


    ช่องทางติดต่อสอบถาม

    —————————————-

    อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
    ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
    ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

    ☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
    📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
    📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494


วอลเปเปอร์ ติดผนังมีกี่ชนิด ???

วอลเปเปอร์ ติดผนังมีกี่ชนิด

ปัจจุจุบัน เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการผลิตวอลเปเปอร์ติดผนัง มีความทันสมัยมาก สามารถออกแบบและผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ไม่น้อยกว่าวัสดุที่ใช้ตกแต่งบ้านแบบอื่น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือก รวมทั้งลดข้อจำกัดในตกแต่งบ้านได้อย่างมาก วัสดุที่นิยมใช้ผลิตวอลเปเปอร์ติดผนังในปัจจุบัน วอลเปเปอร์ติดผนังมีกี่ ชนิด มีอยู่ 9 ประเภท ได้แก่

วอลเปเปอร์ไวนิล (VINYL )

เป็นวัสดุบุผนังที่ผลิตจากกระดาษเคลือบผิวหน้า (Surface) ด้วยสารประเภทไวนิลพิมพ์สีและใช้การกดลาย (Emboss) เพื่อให้เกิดลวดลาย ในบางชนิดมีการทำรีจีสเตอร์ (Register) เพื่อเพิ่มเส้นของลวดลายต่างๆ มีลักษณะผิวหน้ามันและด้าน เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำได้ ดูแลรักษาง่าย ไม่เป็นที่เกาะของฝุ่นละออง เหมาะกับการติดตั้งผนังทั่วไป

วอลเปเปอร์นอน-วูเว่น ( NON-WOVEN )

คือ นวัตกรรมใหม่ที่ผลิตจากเส้นใยสิ่งทอผสมกับเส้นใยเซลลูโลส กระดาษที่ผลิตจากเยื่อไม้ธรรมชาติ มีน้ำหนักเบาติดตั้งง่ายกว่ากระดาษ ทนทานมากกว่าในด้านความเหนียว ฉีกขาดยาก สามารถระบายความชื้นได้ดีกว่ากระดาษ มีคุณสมบัติลอกออกง่ายสำหรับการติดตั้งใหม่ หรือ ต้องการเปลี่ยนวอลเปเปอร์ ลดปริมาณการทำลายสิ่งแวดล้อม

วอลเปเปอร์โฟม (FOAM)

เป็นวัสดุชนิดหลังกระดาษ (Paper Back) เคลือบผิวหน้าด้วยสารพีวีซี (PVC) หรือโฟมพิมพ์สีแล้วทำการกดนูน เพื่อให้ได้ลวดลายลักษณะเด่น คือ จะมีลวดลายที่ลึกเด่นชัด มีความหนานุ่ม และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายพอสมควร เหมาะสำหรับการติดตั้งในที่ที่ไม่มีฝุ่นมาก นอกจากนี้วอลเปเปอร์โฟม ยังสามารถพัฒนารูปแบบ ให้สามารถทาสีตกแต่งผนังทับลงไปได้อีก เพื่อให้ได้อารมณ์ของการตกแต่งที่แตกต่างไปอีกแบบ

วอลเปเปอร์ดูเพล็กซ์ (DUPLEX)

เป็นวอลเปเปอร์ชนิดกระดาษ เป็นวัสดุผนังที่ผลิตจากการดาษพิมพ์ลายอย่างเดียว ไม่มีการกดลาย (Emboss) บนผิวหน้า ไม่ได้เคลือบหน้าด้วยอะไรทั้งสิ้น แต่อาจมีการเคลือบมันบ้างที่ผิวหน้าเพื่อเพิ่มความสวยงาม และสื่ออารมณ์ของภาพให้โดดเด่น

วอลเปเปอร์เท็กซ์ไทล์ (TEXTILE)

เป็นวัสดุผนังชนิดหลังกระดาษ(Paper back) แล้วใช้เส้นใยธรรมชาติหรือใยสังเคราะห์ เช่น ฝ้าย ไหม โพลีเอสเตอร์ มาถักทอเป็นลวดลายบนกระดาษ ลักษณะเด่นคือ จะมีเส้นสายของลายที่ชัดเจน โดดเด่น สร้างความหรูหราให้กับผนังเป็นอย่างดี ส่วนมากวอลเปเปอร์ประเภทนี้จะเป็นแบบหน้ากว้าง

วอลเปเปอร์ภาพวิว (PHOTO WALL)

คือ กระดาษติดฝาผนังที่พิมพ์เอาลวดลายหรือรูปภาพที่ถ่ายจากธรรมชาติหรือภาพเขียน ภาพถ่าย มีลักษณะเป็นภาพภาพเดียวกันทั้งผนัง เช่น ภาพบรรยากาศเมือง ภาพภูเขา ทะเล น้ำตก ฯลฯ ภาพและสี คมชัดให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ

วอลเปเปอร์ผิวหน้าเป็นไม้จริง (WOOD BACKING PAPER)

การใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติ เช่น ไม้คอร์ก ไม้ไผ่ เป็นต้น ลามิเนตกับกระดาษ(โดยเรียกกระดาษหนังไก่) มีความเป็นธรรมชาติอย่างมาก เหมาะสำหรับใช้ตกแต่งพื้นที่ๆ ต้องการความสวยงามและดึงดูดเป็นพิเศษ เช่น พื้นที่จัดโชว์สินค้า ของสะสม เป็นต้น

วอลเปเปอร์ไฟเบอร์ (FIBER WALL)

เป็นวัสดุบุผนังที่แตกต่างจากวอลล์เปเปอร์ทั่วไปคือผลิตจากวัสดุแผ่นหลัง ที่เป็นแผ่นยิปซั่มรีดบางแล้วเคลือบผิวหน้าด้วยการใช้เส้นใยไฟเบอร์มาถักเป็นโครงสร้างเส้นใย (NET) แล้วทำการพิมพ์สีลวดลายให้สวยงามลักษณะเด่นคือ BACKING ที่เป็นยิปซั่มสามารถป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้ดี อีกทั้งโครงข่าย (NET) ของไฟเบอร์ที่มีความเหนียวที่จะยึดผนังไว้เป็นอย่างดี ช่วยให้ผนังไม่เกิดรอยร้าว และรอยแยกได้ในระดับหนึ่ง

 

วอลเปเปอร์หลังผ้า (FABRIC BACKING)

ใช้วัสดุสิ่งทอเป็นด้านหลัง และเคลือบผิวหน้าด้วยสารพีวีซี มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ทนทาน ป้องกันการกระแทกได้ดี เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานมาก เช่น โรงแรม โถงทางเดิน

ปัจจุจุบัน เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการผลิตวอลเปเปอร์ติดผนัง มีความทันสมัยมาก สามารถออกแบบและผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ไม่น้อยกว่าวัสดุที่ใช้ตกแต่งบ้านแบบอื่น
นอกจากนี้ขนาดของวอลเปเปอร์ติดผนังที่ผลิตเป็นมาตรฐานสากลจะมีหลายขนาดดังนี้
  1. ขนาดของวอลเปเปอร์ กว้าง 53 เซนติเมตร x ยาว 10 เมตร(เป็นขนาดมาตรฐานนิยมใช้มากที่สุด หรือที่เรียกว่า วอลหน้าแคบ)ติดตั้งจริงได้ประมาณ 4–4.5 ตรม. ขึ้นอยู่กับขนาดความสูงของฝาผนัง
  2. ขนาดของวอลเปเปอร์ กว้าง 70 เซนติเมตร x ยาว 10 เมตร ติดตั้งจริงได้ประมาณ 6–6.5 ตรม. ขึ้นอยู่กับขนาดความสูงของฝาผนัง
  3. ขนาดของวอลเปเปอร์ กว้าง 1.06 เซนติเมตร x ยาว 10 เมตร ติดตั้งจริงได้ประมาณ 9–9.5 ตรม. ขึ้นอยู่กับขนาดความสูงของฝาผนัง
ก่อนการเลือกซื้อวอลเปเปอร์ เจ้าของบ้านควรให้ความสำคัญในการพิจารณาและศึกษาข้อมูลดังกล่าว ก่อนเลือกซื้อวอลเปเปอร์ด้วยค่ะ เพื่อให้ได้วอลเปเปอร์ติดผนังที่เหมาะสมกับความต้องการ และการใช้งานของท่าน

ขอขอบคุณภาพและข้อมูล http://www.dhomeinterior.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

การเลือกแบบผ้าม่านในบ้านทาวน์โฮม

หลายคนที่เพิ่งมีบ้านหรือกำลังจะตกแต่งบ้านใหม่ อาจจะกำลังตื่นเต้นและสรรหาของมาตกแต่ง ในแบบที่ตัวเองชอบ ซึ่งในการเลือกใช้แบบผ้าม่าน นั้นก็เป็นอีกหนึ่งของตกแต่งบ้านที่มีความสำคัญพอสมควรเลือกม่านแบบใดให้เหมาะสมกับห้องต่างๆ และถูกกับประโยชน์การใช้งาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และยังเพิ่มความสวยงามให้ห้องอีกด้วย  ถ้าจะให้แบ่งประเภทผ้าม่านตามการใช้งานนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ นั้นคือ

1. ผ้าม่านกรองแสง  จะมีลักษณะเป็นผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบาเพื่อให้แสงผ่านตามลายผ้า เมื่อเห็นแล้วจึงทำให้รู้สึกสบายตา แต่ข้อเสียคือผ้าที่สามารถให้แสงผ่านได้อาจเป็นที่เก็บฝุ่นละอองชั้นดี

2. ผ้าม่านกันแสง  จะมีความทึบแสง นั่นหมายถึงแสงสามารถผ่านได้น้อยมาก อาจเป็นเพราะม่านมีชั้นความหนาพอสมควร มีน้ำหนักมากจึงทำให้ต้องมีรางม่านหรืออุปกรณ์ประกอบ ข้อเสีย คือไม่สามารถทำความสะอาดได้บ่อยนักครับ

การเลือกแบบผ้าม่านในบ้านทาวน์โฮม แบ่งเป็นห้องต่างๆดังนี้

 

ห้องนอน

ช่วยในการบังแดด เก็บเสียงและสร้างความรู้สึกส่วนตัวให้แก่เจ้าของห้อง สามารถเลือกผ้าม่านที่หนาหน่อย เพื่อการนอนหลับที่สนิท ไม่มีแสงจากภายนอกเข้ามารบกวน

 

ห้องทำงาน

การเลือกผ้าม่านในห้องทำงาน  ควรเลือกม่านที่สามารถควบคุมแสงจากภายนอกเข้ามาในห้องได้ในระดับที่พอดีควรเป็นลักษณะของม่านปรับแสงหรือมู่ลี่ เพราะสามารถปรับระดับการลอดของแสงได้ตามความต้องการ สีที่เลือกควรเป็นสีโทนเย็นและสว่างเพื่อให้รู้สึกสบายตา และยังทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้นได้อีกด้วย

 

ห้องรับแขก

การตกแต่งห้องเพื่อให้ดูสวยงามมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยกันแสงและกรองแสงได้ระดับนึงเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้แก่เจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือนได้ สำหรับสีม่านควรเป็นสีที่ดูสบายตาเข้ากับเฟอนิเจอร์ และโทนสีของห้อง หรือจะเป็นผ้าม่าน 2 ชั้น ก็ดูดีไปอีกแบบ

 

ห้องครัว

ม่านที่ใช้ควรมีลักษณะและสีที่เรียบๆ สามารถกันฝุ่นเวลาทำกับข้าวได้ แนะนำให้ใช้แบบมู่ลี่น่าจะเหมาะสมสุดเพราะเราสามารถปรับระดับแสงในระดับที่ต้องการและสามารถบังสายตาจากแดดจ้าๆได้ ทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

 

ห้องน้ำ

แบบผ้าม่านที่เหมาะสม คือ มู่ลี่  เพราะง่ายต้องการเช็ดและทำความสะอาดรวมไปถึงหากโดนละอองน้ำหรือเปียกก็สามารถดูแลง่าย ไม่ดูดน้ำ และไม่สร้างกลิ่นอับหรือจะติดสติ๊กเกอร์ฝ้าลวดลายต่างๆลงบนหน้าต่างกระจกแทนการแขวนมู่ลี่ก็ดูแลง่ายและดูดีไปอีกแบบ

 

ห้องทานอาหาร

ควรเน้นไปที่แบบผ้าม่านที่มีความโปร่งแสง  ไม่หนาทึบจนเกินไป เพราะจะทำให้ม่านติดกลิ่นอาหารและมีความอับยากต่อการทำความสะอาด สีที่ใช้ควรเป็นสีที่มีความสดใสและดูสบายตาเพื่อให้รับกับความรู้สึกที่ดีขณะรับประทานอาหาร

 แม้กระทั่งการเลือกแบบผ้าม่านในห้องต่างๆ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทาสีหรือการติดวอลเปเปอร์ที่ผนังเลยเพราะ  หน้าต่างหรือประตู เป็นเสมือนทางเข้าออกบ้าน การเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมกับการใช้งานก็ช่วยทำให้ห้องๆนั้นดูดี  และการเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละห้องก็เป็นการตกแต่งตามจุดประสงค์การใช้งานอีกด้วย


ขอขอบคุณภาพและข้อมูล http://www.baan-d.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

รู้หรือไม่? เขี้ยวตาไก่มีไว้ทำไม่?

สวัสดีครับ วันนี้อีพี.อยากจะขอเสนอเรื่องดีๆเป็นเกล็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ เพื่อความเข้าใจของทุกท่านทุกท่านคงเห็น ผ้าม่านตาไก่ กันแบบชินตาแล้ว แต่เอ๋? ท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่า? แล้วตาไก่ที่ใส่ที่ผ้าม่านทำไม?ต้องมีเขี้ยว และข้อดีของตาไก่อีพี. มันดีกว่าตาไก่อื่นๆ อย่างไรกัน?
 
เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับว่าทำไม่? ต้องมีเขี้ยว?
“เขี้ยว” ในความเข้าใจของคนทั่วไปก็คือฟันที่ใช้ในการกัด
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือมนุษย์ ซึ่งก็คือกดของฟันล่างและฟันบนเข้าด้วยกัน จนสิ่งที่โดนกดนั้นขาดหรืออยู่กับที่ ซึ่งในความหมายในที่นี้ก็เป็นสิ่งที่คล้ายคลึงกันครับ เพราะเขี้ยวตาไก่นั้นก็ใช้เพื่อเ้ป็นตัวล็อกผ้าให้อยู่กับที่ แต่ทำไม่? เขี้ยวของอีพี.จึงดีกว่าตาไก่อื่นๆ ก็เพราะเขี้ยวตาไก่ของอีพี. นั้น เราออกแบบมาให้ยาวและหนากว่าตาไก่อื่นๆ เพื่อล็อกผ้าได้แน่นกว่า และเขี้ยวของตาไก่ทั้ง 2 ด้านนั้น จะอยู่ที่ตำแหน่งที่เยื้องกันเพื่อกันล็อกที่แน่นกว่า และที่สำคัญตาไก่อีพี.รุ่นSuper ได้ออกแบบมาเป็นมุมโค้งครึ่งวงกลม จึงทำให้ตาไก่ดูหนาและนูนกว่าตาไก่อื่นๆ จึงทำให้ตาไก่อีพี. รุ่นSuper นั้นแข็งแรงมาก, ตกไม่แตกและสวยกว่าตาไก่อื่นๆ ทั้งรูปลักษณ์? วัสดุ? และขบวนการผลิต
 
ตาไก่ Neo Eyelets รุ่น SUPER
คุณสมบัติเด่น
1. ทำจากแม่พิมพ์คุณภาพ เนื้อเหล็ก เกรด P20 ซึ่งคงทนไม่เปลี่ยนรูป
2. เม็ดพลาสติกที่ใช้ คือ ABS 100% เกรด Premium
3. ขบวนการขึ้นรูป ใช้เครื่อง Injection Machine ผ่านระบบ Robot system
4. บุคลากร ได้รับการ ฝึกอบรมผ่านระบบ ISO system รายแรก และรายเดียว
5. ระบบการทำสี เราใช้ Picment System ซึ่งไม่เป็นอันตราย ไม่ทำให้เกิดสารตกค้าง จนทำให้เกิดโรคมะเร็ง
6. สีที่ใช้ผลิตของลายไม้ เป็นสี ที่ปราศจาก Solvent หรือทินเนอร์ใดๆ ที่ให้เกิดสารตกค้าง จนก่อให้เกิดมะเร็งได้ในที่สุด ซึ่งทาง Epgroup ใช้สูตรน้ำ ที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง

7. สินค้ามีตราสินค้ารับรองคุณภาพ


 

ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

ยลโฉม 5 แบบบ้านโมเดิร์นสุดล้ำ

หากใครกำลังเริ่มไม่มีไอเดียสร้างบ้าน หรือดันคิดไม่ออกกับแบบบ้านโมเดิร์น ลองมาเปิดโลกแห่งครีเอทีฟจากนักออกแบบและสถาบันสถาปนิกระดับโลก ที่จะชวนให้อึ้ง ตะลึง กับนวัตกรรมของแบบบ้านสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็นหลุดออกมาจากอวกาศ บ้านเอียง บ้านรังนก บ้านกล่องสี่เหลี่ยม หรือแม้แต่บ้าน X Shape เรียกว่าเป็นที่สุดของบ้านสไตล์โมเดิร์นจริงๆ

1. แบบบ้านอวกาศในเมือง แฟรงก์เฟิร์ต

รูปแบบบ้านทันสมัย ที่เห็นเพียงแว๊บแรก สัมผัสได้ถึงโลกแห่งอนาคต ประหนึ่งเหมือนหลุดออกจากจักรวาล โดยบ้านโมเดิร์นหลังนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากห้วงอวกาศ โดยบริษัทสถาปนิกชื่อดังแห่งดินแดนแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี นามว่า Meixner Shulter Wendt’s ได้เน้นโครงสร้างบ้านในรูปทรงเลขาคณิต พร้อมเพิ่มรูปทรงหลังคาให้ดูโดดเด่นด้วยลักษณะทรงจั่ว แต่ปรับสไตล์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการดีไซน์ในลักษณะลาดชัน พร้อมใช้โทนสีเข้ม อย่างเทาเข้ม เพื่อเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นขึ้น อีกทั้งเฉดสีดังกล่าวนับว่าเป็นเอกลักษณ์แบบบ้านโมเดิร์นที่แท้จริง ซึ่งนักออกแบบยังไม่ลืมเพิ่มส่วนของผนังกระจกเข้าไปในบ้าน เรียกได้ว่าสุดล้ำจริงๆ บ้านหลังนี้

2. แปลกล้ำ ด้วยแบบบ้านเอียง ณ ดินแดนโตเกียว

ในเมืองที่แข่งขันเรื่องไอเดียสุดบรรเจิดอย่างเมืองโตเกียว ชนิดใครมีไอเดียเด็ดเป็นต้องรีบแสดงฝีมือออกมาให้โลกรู้ จึงทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทั้งล้ำ และมีความแปลกอยู่เสมอ เฉกเช่นเดียวกับแบบบ้านโมเดิร์น ที่มีความน่าสนใจด้วยลูกแล่นการสร้างบ้านแบบเอียง ทั้งตัวสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน โดยผลงานนี้ถูกคิดค้นขึ้นจากสถาบันออกแบบที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองและมีผลงานมากมาย อย่าง October Ueda + Nakagawa Architects ความน่าสนใจของบ้านหลังนี้นอกจากอยู่ที่ความเอียงแล้ว ภายในยังเน้นความกว้าง โปร่ง ไม่อึดอัด ที่สำคัญจะวางเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เรียกว่าเอาพอจำเป็น ทั้งนี้ยังเพิ่มหลังคาในลักษณะ Sun Roof เพื่อให้แสงรอดเข้ามาภายในบ้าน ทำให้ดูสว่าง และถ่ายเทอากาศได้ดี

3. อีกหนึ่ง แบบบ้านโมเดิร์นสุดล้ำ ด้วยกล่องสี่เหลี่ยม

เรายังคงเกาะติดนวัตกรรมแบบบ้านในดินแดนญี่ปุ่นกันต่อ แต่คราวนี้แบบบ้านโมเดิร์นกลับถูกนำเสนอในลักษณะรูปแบบกล่องสี่เหลี่ยม ซึ่งเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่เหนือความคาดหมายของสถาบันการออกแบบบ้านเจ้าเดิม อย่าง October Ueda + Nakagawa Architects โดยถูกตั้งชื่อบ้านสุดล้ำนี้ว่า Novela โดยมีความโดดเด่นที่รูปทรงเลขคณิตในลักษณะสี่เหลี่ยม พร้อมออกแบบ Façade เพื่อปรับรับช่องแสงในตอนกลางวัน ซึ่งช่วยลดความร้อน และทำให้บ้านเย็นขึ้น ทั้งนี้หากเข้ามาด้านในบ้านจะพบว่าแกนกลางของบ้านกล่อสี่เหลี่ยมนี้ จะใช้กระจกเป็นเครื่องมือแบ่งความเป็นสัดส่วนให้กับตัวบ้าน พร้อมเลือกใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสว่าง และตามสไตล์เช่นเดิมของนักออกแบบเจ้านี้คือ วางเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ทำให้ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอยในบ้านได้อย่างเต็มที่

4. นวัตกรรมแบบบ้านโมเดิร์นสุดแปลก รูปตัว X จากจีน

ใช่ว่าจะมีดินแดนซากุระอย่างเดียวที่โดดเด่นเรื่องแบบบ้านโมเดิร์นสุดแปลก ประเทศจีนก็ได้สร้างนวัตกรรมพัฒนารูปแบบบ้านที่ทั้งทันสมัยและไม่เหมือนใครเช่นกัน ด้วยโครงบ้านรูปตัว X ยังไม่เคยปรากฎมาก่อน ทั้งนี้ยังเพิ่มความตื่นตาตื่นใจด้วยการสร้างกำแพงล้อมรอบตัวบ้าน โดยใช้อิฐบล็อกสีดำ อันไม่เคยพบเห็นที่ไหน เมื่อก่อกำแพงเสร็จ หากดูจากภายนอกจะเป็นลักษณะเหมือนรูปไข่ ทั้งนี้แม้จะดูแปลกตา ทันสมัย แต่หากเข้าไปในตัวบ้านจะพบข้อเสียอย่างหนึ่งคือ ไม่สามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอก เหตุนี้เองนักออกแบบจึงทำหลังคาให้สามารถเปิดโล่งได้ เพื่อให้แสงเข้ามาในตัวบ้านได้อย่างเต็มที่ และไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเมื่อเข้าไปด้านใน

5. แบบบ้านโมเดิร์น รังนก แหวกแนว ในกัวลาลัมเปอร์

บ้านโมเดิร์น รูปแบบรังนกนี้ ถูกตั้งอยู่ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แต่เมื่อขึ้นชื่อว่ารังนก ใช่ว่าจะออกแนวธรรมชาติ แต่ในทางกลับกันเป็นสไตล์โมเดิร์นสุดๆ โดยเป็นลักษณะคล้ายกับกระโจม ทั้งนี้ใช้วัสดุประเภทซิลิโคนมาปกคลุมภายนอกบ้าน พร้อมติดตั้งกระจกโดยรอบ เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน อีกทั้งเมื่ออยู่ในบ้านสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอก ซึ่งโอบล้อมด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ เท่านั้นยังไม่พอนักออกแบบยังติดตั้งวอลเปเปอร์ลายไม้ไผ่เข้าไป เพื่อให้สัมผัสถึงความร่มรื่น เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างโมเดิร์นกับแนว Eco ได้อย่างลงตัวทีเดียว


ขอขอบคุณภาพและข้อมูล https://www.ddproperty.com


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494