10 วิธีดับกลิ่นตู้เย็น ให้อยู่หมัด !

 

 วิธีดับกลิ่นตู้เย็น ไม่กว่ากลิ่นทุเรียน กับข้าวค้างคืน หรือของบูดของเสีย ก็หายเกลี้ยงด้วย 10 วิธีดับกลิ่นตู้เย็นง่าย ๆ ตามนี้เลย
           นอกจากขจัดความสกปรก และคราบจากการทำอาหารต่าง ๆ ภายในห้องครัวแล้ว สิ่งสำคัญที่เหล่าแม่บ้านไม่ควรมองข้ามด้วยเหมือนกัน นั่นก็คือการทำความสะอาดตู้เย็น ซึ่งเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดีอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง และยิ่งถ้าปล่อยไว้เนิ่นนานจนเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ คงจะยิ่งทำให้อาหารต่าง ๆ ภายในตู้เย็นต้องเน่าเสียง่ายตามไปด้วย วันนี้อีพี.จึงมีวิธีดับกลิ่นตู้เย็น มาฝากคุณแม่บ้านกันครับ
 
1. หมั่นทำความสะอาด
           คงไม่ดีแน่ หากปล่อยปละละเลยการทำความสะอาดตู้เย็น เพราะถ้าคุณไม่มีการเก็บอาหารเก่าหมดอายุ หรือของเน่าเสียออกจากตู้เย็นบ้าง กลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ก็ไม่มีทางหมดไปได้เช่นกัน ทางที่ดีควรหมั่นกำจัดอาหารหมดอายุออกจากตู้เย็นเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และนำชั้นวางของในตู้เย็นออกมาทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำสบู่ จากนั้นผสมผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น ¼ แกลลอน เพื่อเช็ดทำความสะอาดด้านในตู้เย็น แล้วใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยให้แห้ง เท่านี้ก็ช่วยให้หมดกลิ่นแล้วจ้า
2. กระดาษหนังสือพิมพ์
           หากไม่มีเวลามานั่งขัดล้างตู้เย็น และอยากมีทางลัดในการขจัดกลิ่น ลองใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองชั้นวางของในตู้เย็นเอาไว้ แล้วพรมน้ำเล็กน้อย กระดาษหนังสือพิมพ์จะช่วยดูดกลิ่นให้หมดไปได้ แต่ต้องหมั่นเปลี่ยนทุก 2 วัน จะช่วยให้เห็นผลดีขึ้น
3. ผงฟู
           เพียงแค่เทผงฟูใส่ลงในถ้วยเล็ก ๆ แล้วนำไปวางไว้มุมใดมุมหนึ่งของตู้เย็น ผงฟูก็จะช่วยดูดซับกลิ่นอับ ให้หายไปได้ อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนผงฟูในถ้วยบ่อย ๆ เพียงแค่อย่าลืมเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 3 เดือนก็พอ
4. ถ่านหุงต้ม
           ถ่านก้อนสีดำ ที่ใช้ในการหุงต้มนี่แหละ คืออุปกรณ์ขจัดกลิ่นอับที่ขึ้นชื่อ และนิยมใช้กันมาหลายยุคหลายสมัย วิธีการใช้ก็แค่นำถ่านก้อนเล็ก ๆ สัก 2-3 ก้อน ใส่ภาชนะ แล้ววางไว้ในตู้เย็น ถ่านจะทำปฏิกิริยาดูดซับกลิ่นเหม็นในตู้เย็นให้หมดสิ้น และควรหมั่นเปลี่ยนถ่านใหม่ทุก 1 เดือน หรือเมื่อเริ่มรู้สึกถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็นอีกครั้ง
5. มะนาว
           อีกหนึ่งวิธีดับกลิ่นตู้เย็นด้วยของใช้ที่มีอยู่ในครัวเรือน คือการใช้มะนาว 1 ลูกนำมาผ่าครึ่ง แล้วนำไปวางหงายไว้ในตู้เย็น หากตู้เย็นมีขนาดใหญ่อาจจะใช้มะนาว 2 ลูก วางไว้คนละมุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับกลิ่นให้มากขึ้นก็ได้ นอกจากดูดซับกลิ่นเหม็นแล้ว กลิ่นของมะนาวจะช่วยทำให้ตู้เย็นสดชื่นขึ้นด้วย
6. กาแฟบด
           หากคุณเป็นคนชอบดื่มกาแฟสด อย่ามองข้ามผงกาแฟบดที่เคยเป็นของเหลือทิ้ง เพราะกาแฟบดเหล่านั้น คือตัวช่วยดับกลิ่นตู้เย็นให้จางหายไปได้ เพียงแค่นำกาแฟบดใส่ถุงพลาสติกให้มิดชิด แล้วเจาะรูเล็ก ๆ เพื่อให้กาแฟบดสามารถดูดซับกลิ่นอับได้โดยไม่หกเลอะเทอะ แต่อย่าเจาะรูบนถุงให้มากเกินไป จนทำให้กลิ่นกาแฟกลายเป็นกลิ่นที่ติดข้าวของในตู้เย็นแทนกลิ่นอับนะจ๊ะ
7. มะพร้าวขูด
           หากคุณทำอาหารที่ต้องคั้นน้ำกะทิ และมีเศษมะพร้าวขูดหลงเหลืออยู่ เพียงแค่นำใส่ภาชนะแล้วนำไปวางตั้งไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 1 คืน มะพร้าวขูดจะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ให้จางลงอย่างไม่น่าเชื่อ แต่หากคุณไม่มีมะพร้าวขูดอยู่ในบ้าน ลองแวะขอเศษมะพร้าวขูดจากร้านกะทิสดมาสักหยิบมือ ก็ประหยัดดีเหมือนกันนะ
8. วานิลลา
           กลิ่นอับที่กวนใจหากเริ่มจางลงแล้ว ลองหากลิ่นหอม ๆ อย่างกลิ่นวานิลลามาหยดใส่สำลีก้อนพอให้ชุ่มเล็กน้อย จากนั้นนำสำลีไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ของตู้เย็น ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางของ ช่องวางไข่ เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็จะมีกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วตู้เย็นแทนกลิ่นอับแล้วล่ะ หากใครไม่ชอบวานิลลาลองเปลี่ยนเป็นกลิ่นอื่นแทนก็ได้ มีให้เลือกเยอะแยะแถว ๆ โซนขายอุปกรณ์เบเกอรี่จ้า
9. ใบชา
           ใบชาแห้ง ที่เอาไว้ชงดื่มนี่แหละ ที่สามารถช่วยดับกลิ่นอับในตู้เย็นได้เหมือนกัน เพียงแค่นำใส่ถุงตาข่าย หรือห่อผ้าบาง ๆ แล้ววางไว้ในตู้เย็น ใบชาจะช่วยดูดซับความเหม็นเหล่านั้นให้หมดไป หรือจะใช้ถุงชาที่ชงดื่มเสร็จแล้วก็ได้เหมือนกัน และควรหมั่นเปลี่ยนใบชาบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดกลิ่นนะคะ
10. เบกกิ้งโซดา
           เป็นทั้งวัตถุดิบในการทำขนม และของใช้สามัญประจำบ้านที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะใช้ทำอาหารอร่อย ๆ แล้ว ยังสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านให้หมดจดได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย และสำหรับการดับกลิ่นตู้เย็นก็เช่นเดียวกัน เพียงแค่นำเบกกิ้งโซดาแบ่งใส่ภาชนะแล้วตั้งทิ้งไว้ในตู้เย็น ก็จะช่วยดูดกลิ่นอับให้หมดไปได้ แถมยังไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ ให้ยุ่งยาก เพราะมีอายุอยู่ได้นาน 6  เดือน ถึง 1 ปีเลยทีเดียวจ้า
           ได้รู้จักกับวิธีดับกลิ่นในตู้เย็นกันไปแล้ว บ้านไหนที่ตู้เย็นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ จะได้ไม่ต้องกลั้นหายใจทุกครั้งที่เปิดตู้เย็นอีกต่อไป (อิอิ)

ขอขอบคุณภาพและข้อมูล www.home.kapook


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

การทำความสะอาดผ้าม่านอย่างถูกวิธี

การทำความสะอาดผ้าม่านอย่างถูกวิธี

ปัจจุบัน ผ้าม่าน เป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นให้ได้ทั่วไปในแทบทุกครัวเรือน แต่จะมีผู้อยู่อาศัยสักที่คนที่จะคอยทำความสะอาด ผ้าม่าน อย่างสม่ำเสมอ เพราะหาก ผ้าม่าน ถูกปล่อยทิ้งไว้นาน ย่อมกลายเป็นจุดที่สะสมของไรฝุ่นและฝุ่นละอองจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ จึงย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอย่างแน่นอน โดยมีวิธีการทำความสะอาดหลายวิธี เช่น

เครื่องดูดฝุ่น

ผู้ทำความสะอาดสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด ผ้าม่าน ได้ทุกชนิด โดยเริ่มดูดจากด้านบนบริเวณราง ผ้าม่าน ไล่ลงไปจนถึงบริเวณด้านล่างให้ทั่วทุกมุมของ ผ้าม่าน ที่กำลังทำความสะอาด ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด จึงควรทำความสะอาดเป็นประจำทุกสัปดาห์

ซักด้วยเครื่องซักผ้า

ผ้าม่าน บางชนิดสามารถทำความสะอาดด้วยน้ำได้ แต่บางชนิดไม่สามารถทำได้ ดังนั้นผู้ทำความสะอาดเองควรจะศึกษาให้แน่ชัดก่อนว่า ผ้าม่าน ของเราสามารถทำได้หรือไม่ โดยดูจากป้ายแนะนำวิธีการรักษาที่ติดมาขณะซื้อสินค้า หากทำได้ให้นำ ผ้าม่าน ไปแช่น้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยนในถังประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไปปั่นซักในเครื่องซักผ้า โยปรับเป็นระบบถนอมผ้า จากนั้นนำไปตากบริเวณในร่ม ที่มีลมพัดถ่ายเทสะดวก เพื่อเป็นการลดกลิ่นอับ และป้องกันการซีดของสีผ้าหากนำไปตากกลางแดดจัด

 

การซักแห้ง

ผ้าม่าน บางชนิดสามรถทำความสะอาดได้ด้วยการซักแห้งเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเมื่อพบเช่นนั้นควรส่งซักในร้านที่เปิดให้บริการซักแห้งจะสะดวกที่สุด

ประโยชน์ของ ผ้าม่าน นั้นมีมากมายหลายประการ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพราะมิฉะนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาวได้


ขอขอบคุณภาพและข้อมูล www.curtainandbeyond


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

บ้านของคุณ ควรใช้ม่านแบบไหน?

หน้าที่ของหน้าต่าง ช่วยให้แสงส่องผ่านเข้ามาในบ้าน แต่บางครั้งแดดแรงเกินไป ก็ต้องหาอะไรมาบังแดดบ้าง ที่สำคัญต้องสวยด้วย หน้าที่อย่างนี้ต้องให้ยกให้ ผ้าม่าน ทำหน้าที่แทนคุณแล้วล่ะหน้าต่างเป็นส่วนประกอบสำคัญคู่กับบ้าน ที่เป็นส่วนช่วยลดและเพิ่มแสงได้ในบางเวลาที่คุณต้องการ โดยผ่านวัสดุที่เลือกใช้ในการบังแสงแดดในยามที่บ้านต้องรับแสงแดดเต็มๆ

ผ้าม่านหน้าต่าง เลือกให้เหมาะ

หน้าต่างเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่มีอยู่คู่บ้าน รูปร่างหน้าตาก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของตัวบ้าน เมื่อมีหน้าต่างหรือช่องแสงแล้วในบางครั้งเมื่อมีแสงสว่างมากเกิน ไป อย่างในช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อน และมีแสงสว่างมากกว่าช่วงอื่นของแต่ละวัน จำเป็นที่จะต้องหาวัสดุมาช่วยกรองหรือกั้นแสง แดดจากภายนอกให้ลดน้อยลง และวัสดุที่ว่านั้นก็คือ “ผ้าม่าน”นั่นเอง

นอกจากจะช่วยกันแสงแดดแล้ว ผ้าม่านยังให้ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน ซึ่งหน้าต่างหรือช่องแสงกระจกใสไม่สามารถช่วยได้

การเลือกแบบผ้าม่านที่จะให้เข้ากับลักษณะของการตกแต่งภายในนั้นอาจดูเป็นของง่าย เช่น ความคิดที่ว่าการเลือกสีของม่านควรให้เข้ากับสีของผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ แค่นี้ก็เป็นอันใช้ได้

หากคิดแค่นี้ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่การที่บ้านจะดูสวยงามได้นั้นนอกจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ประกอบเข้ากันแล้วยังควรต้องคำนึงถึงบรรยากาศภายในบ้านที่จะช่วยส่งเสริมกันอีกด้วย

การทำม่านแต่ละแบบ จะขึ้นอยู่กับสไตล์ของเฟอร์นิเจอร์ และสภาพโดยทั่วไปของห้องด้วย แต่จะให้บอกเป็นกฎเกณฑ์ตายตัวว่า แบบม่านเช่นนี้ ต้องใช้กับเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ ก็คงเจาะจงไม่ได้ เพราะเรามีการตกแต่งแบบผสมผสานกันระหว่างเก่ากับใหม่ หรือมีการประยุกต์ใช้กัน ตัวอย่างบางกรณีที่ไม่อาจจัดรวมกันได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่ง แบบม่านกลับไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งดูแล้วขัดตา ไม่สวย แถมยังใช้เงินเกิน ความจำเป็นด้วย

อย่างเช่นลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของคุณเป็นแบบธรรมดา ๆ เป็นพวกเก้าอี้หวาย แต่คุณกลับไปเลือกม่านจับจีบห้อยระบายแบบหลุยส์ รวมทั้งชนิดของผ้าม่านและลวดลายของผ้าด้วย อย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าคู่กันได้ หรือคุณเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบสมัยใหม่
แต่กลับไปเลือกผ้าม่านเป็นลูกไม้โปร่งแบบโบราณ ก็ไปกันไม่ได้อีกเช่นกัน

การเลือกแบบผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันต่างก็เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความสวยงามและสมบูรณ์แก่บ้าน แต่ละสไตล์ก็จะมีแนวทางการทำผ้าม่าน ไม่เหมือนกัน เช่น แบบจีนหรือแบบตะวันออกนิยมทำเป็นมู่ลี่ไม้ไผ่ หรือบางท้องถิ่นก็จะใช้ผ้าที่ทอขึ้นมาเองที่มีใช้กันในท้องถิ่นเป็นผ้าม่าน หากเป็นแบบตะวันตกที่เป็นแบบ โบราณตามยุคสมัยต่าง ๆ ลักษณะของผ้าม่านก็จะแตกต่างกันไปบ้าง



ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

การดูแลรักษาผ้าม่าน

ผ้าม่านเป็นสิ่งจำเป็นที่เกือบทุกบ้านต้องมี เพราะนอกจากจะช่วยกรองแสงแดดที่ส่องเข้ามาให้สมดุลแล้ว ยังเป็นสิ่งแต่งห้องที่ทำให้บรรยากาศในห้องดูอบอุ่นผ่อนคลายมากขึ้นอีกด้วย จึงถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านของใครหลาย ๆ คน

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้คนก็มักจะละเลยที่จะทำความสะอาดผ้าม่านกันเสมอ ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งที่ได้รับสิ่งสกปรกจากภายนอกโดยตรง เพราะฉะนั้น วันนี้เราจึงได้นำเคล็ดลับในการทำความสะอาดผ้าม่านมาฝาก เพื่อให้คุณได้ลองไปใช้ดูแลผ้าม่านของคุณดู

 

1. เริ่มจากส่วนบนก่อน

ควรทำความสะอาดด้วยการปัดฝุ่นหรือดูดฝุ่นไล่จากส่วนบนสุดของผ้าม่านก่อน เพราะหากคุณเริ่มทำจากด้านล่าง พอปัดฝุ่นด้านบน สิ่งสกปรกก็จะร่วงลงไปเกาะชายผ้าม่านให้สกปรกอีกครั้งอยู่ดี ดังนั้นจึงต้องปัดฝุ่นจากด้านบนก่อน เพื่อให้ไม่ต้องกลับมาปัดฝุ่นซ้ำอีกรอบ นอกจากนี้ ควรเน้นในส่วนรอยจีบรอยพับของผ้าม่านให้ดี เพราะจะมีฝุ่นเกาะหนาเป็นพิเศษเสมอ

2. เลือกวิธีทำความสะอาดโดยดูจากเนื้อผ้า

หากผ้าม่านของคุณมีน้ำหนักเบาจำพวกที่ทำจากผ้าฝ้าย เพียงแค่นำมาสะบัดฝุ่นออก หรือดูดฝุ่นเป็นประจำ ประมาณอาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว ในขณะเดียวกัน หากผ้าม่านของคุณทำจากผ้าเนื้อหนา ควรส่งร้านซักแห้งที่ไว้ใจได้ให้เป็นคนจัดการจะดีกว่า เพราะผ้าม่านชนิดนี้ต้องใช้การดูแลเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม หากไม่สะดวก คุณอาจใช้เตารีดไอน้ำแนวตั้งรีดหลังจากดูดฝุ่นแทนก็ได้

3. ตะขอเกี่ยวผ้าม่านก็สำคัญ

ทำความสะอาดผ้าม่านเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมทำความสะอาดตะขอเกี่ยวผ้าม่านด้วย เพราะถ้าหากผ้าม่านที่สะอาดแล้ว มาเจอกับตะขอเกี่ยวที่สกปรก ก็จะทำให้ผ้าม่านสกปรกอยู่ดี ทั้งนี้ วิธีความสะอาดตะขอเกี่ยวนั้นก็ง่ายแสนง่าย กรณีตะขอเป็นคราบ แค่นำไปลวกในน้ำร้อนผสมน้ำส้มสายชู ก็จะทำให้ตะขอดูสะอาดแวววาวเหมือนใหม่ได้แล้ว


ขอขอบคุณภาพและข้อมูล www.utexdecor


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

ผ้าม่านกับโรคภูมิแพ้

ผ้าม่านกับโรคภูมิแพ้

ทราบไหมครับว่าการเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมสักผืน สามารถช่วยลดหรือป้องกันโรคภูมิแพ้ของเราได้ ….

เพราะโรคภูมิแพ้มีสาเหตุจากสิ่งต่างๆมากมาย ทั้งเรื่องของฝุ่น ละออง เกสรดอกไม้ อาหารทะเลต่างๆ หรือสิ่งต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานเข้าไปหรือผ่านทางผิวหนัง แล้วส่งผลให้ร่างกายต่อต้าน เป็นผื่นขึ้นมา เลยไปถึงอาการหายใจไม่ออก หรือเป็นลม จนถึงขั้นเสียชีวิต ถือเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก

โดยส่วนใหญ่แล้ว ฝุ่นละออง เป็นอีก 1 สาเหตุที่หลายๆคน เป็นโรคภูมิแพ้กันบ่อย จากฝุ่นละอองเล็ก หรือเกิดจากการทำความสะอาดบ้าน แล้วเจอฝุ่น จนทำให้อึดอัด และหายใจไม่ออก โดยเฉพาะในบ้าน ในอาคารของเราเอง ที่ต้องทำความสะอาดทุกๆวัน

แต่หลายคน คงไม่มีเวลาทำความสะอาดทุกวันเป็นแน่ ลองวิธีไปใช้ไหมคะ รับรองว่า บ้านของคุณฝุ่นละอองน้อยลงอย่างแน่นอนคะ นั่นคือเรื่องของการเลือกใช้ผ้าม่านชนิดที่อมฝุ่นไม่มากโดยมากจะทอจากเส้นใยสังเคราะห์(โพลีเอสเตอร์)

ไม่ได้บอกว่าการเลือกผ้าม่านชนิดที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์แล้วฝุ่นละอองจะไม่มีเลยนะคะ แต่ผ้าม่านชนิดนี้จะไม่ค่อยติดฝุ่นปัญหาเรื่องฝุ่นละออกเกาะผ้าม่านจะลดลงมากกว่าผ้าที่ทอด้วยเส้นใยจากฝ้าย ทำให้การทำความสะอาดในบ้านของเราง่ายขึ้น เวลาทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการกวาดบ้าน ถูบ้าน ก็ปลอดภัยจากฝุ่นได้ระดับหนึ่งแล้วล่ะคะ อ่อ..ที่สำคัญ หมั่นขยันซักทำความสะอาดผ้าม่านของท่านเพื่อสุขภาพของคนในครอบครัว หรือหันมาใช้ม่านชนิดที่ไม่ติดฝุ่นหรือทำความสะอาดได้ง่ายคุณสมบัตินี้พบได้ในม่านม้วนบางประเภท

ซึ่งต้องขอบอกนิดหนึ่งว่าไม่ใช่ม่านม้วนทุกชนิดจะไม่ติดฝุ่น แต่จะพบได้ในม่านม้วนชนิดทึบแสงบางตัวเท่านั้นลักษณะที่สังเกตุได้ชัดเจนคือจะมีผิวมันลื่นหรือลองสอบถามกับทางร้านผ้าม่านใกล้บ้านถึงม่านม้วนที่มีคุณสมบัติอย่างนี้ดู


ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://pamanblog.wordpress

ขอขอบคุณภาพประกอบ www.breeze


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

การเลือกผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือทำผ้าม่าน

เมื่อการตกแต่งภายในเป็นหนึ่งในพระเอกที่สะท้อนรสนิยมเจ้าของบ้าน ลายผ้าจึงเข้ามามีบทบาทที่ควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ามุมอื่น ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่ใช้บุบนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมทั้งผ้าม่าน ซึ่งเราสามารถปรับหรือสร้างอารมณ์ให้ตัวบ้านได้ตามแบบที่ต้องการด้วยลายผ้าหลากหลายแนว

การเลือกผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือทำผ้าม่าน ควรคำนึงถึงปัจจัยประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของผ้า สไตล์ อันหมายถึงลวดลาย สี และผิวสัมผัสของผ้าบุควรสอดคล้องกับสไตล์ของห้อง และควรเลือกโทนสีเดียวกับบรรยากาศโดยรวมของบ้านและเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ซึ่งหนึ่งในลายผ้าที่ได้รับความนิยมแบบร่วมสมัย คือแนวธรรมชาติ อาทิเช่นลายดอกไม้ ใบไม้ หยดน้ำ ต้นไม้ ลายสัตว์ป่า ด้วยลวดลายที่สามารถเข้ากับการตกแต่งทุกสไตล์ ทุกแบบ อย่างกลมกลืน

 

การเลือกผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านลวดลายธรรมชาติ ควรเลือกให้เข้าชุดกันทั้งผ้าบุเฟอร์นิเจอร์และหมอนอิง หากเลือกใช้ลายที่แตกต่างกัน อาจทำให้เกิดความรู้สึกลายตาและอึดอัด สำหรับห้องที่มีสเปซจำกัด อาจใช้ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านลายธรรมชาติที่มีลวดลายขนาดเล็ก เพื่อช่วยสร้างรู้สึกสบายตามากขึ้น เช่น ลายดอกไม้เล็กๆ ลายสายฝน หรือลายใบไม้ปลิว ในทางตรงกันข้าม ห้องที่มีบริเวณกว้าง ลองเลือกใช้ผ้าที่มีลวดลายขนาดใหญ่

ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านลวดลายธรรมชาติ ไม่เพียงมีสีแนวเอิร์ธโทนให้เลือกใช้เท่านั้น แต่ยังมีแบบสีสันด้วย เช่นเดียวกับลายผ้านำเข้าจากประเทศอังกฤษ คอลเลคชั่น  Le Curtain ของผู้นำเรื่องผลิตภัณฑ์ผ้าม่านและผ้าบุเฟอร์นิเจอร์สำหรับงานตกแต่ง ซึ่งมีสีและลวดลายแบบธรรมชาติให้เลือกหลากหลายแนว ทั้งสีโทนสดใสและอบอุ่น ทั้งแบบลายปัก และลายพิมพ์ ลายใบไม้ ดอกไม้ ลายทาง เรื่อยไปถึงลาย ทั้งหมด

ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์สบายๆ ราวกับอยู่ในบ้านแถบชนบทในอังกฤษหรือแถบสแกนดิเนเวียน เจ้าของบ้านไม่ควรลืมคำนึงถึงการเลือกสีผ้า สำหรับบ้านหรือห้องที่ตกแต่งแบบเรียบๆ อาจเสริมพลังงานหรือความมีชีวิตชีวาด้วยผ้าบุหรือผ้าม่านลายธรรมชาติในสีโทนร้อน เช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง หรือสีม่วง ในขณะที่พื้นที่ส่วนที่มีข้าวของเครื่องใช้หนาแน่นหรือมืดทึบอึดอัด แนะนำให้เลือกผ้าสีโทนเย็น อย่างสีเขียว สีฟ้าซึ่งจะช่วยให้อารมณ์สงบและผ่อนคลาย

ถือเป็นหนึ่งในไอเดียแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่ที่ยังไม่จำเป็นต้องเสียเงินก้อนใหญ่เพื่อการต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนบ้านให้ยุ่งยาก


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

สีผ้าม่านถูกโฉลก….เสริมพลังรัก

Pattern Fabric Textile Cloth Clothing Fashion

หลายคนให้ความสำคัญกับเรื่องของ สี “ ในการตัดสินใจเลือกอะไรบางอย่าง เมื่อเรื่องของสี มีส่วนสำคัญขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นหลักสำคัญทางด้านฮวงจุ้ย หรือด้านใดก็ตาม คุณควรเลือกสีที่ถูกโฉลกกับตัวคุณเพราะเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จในสิ่งๆ นั้น ส่วนสำหรับเรื่องของความรักแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะเน้นเรื่องของสีเป็นหลัก ซึ่งหากภายในห้องนอน หรือคอนโดของคุณมีสีที่เป็นอุปสรรค หรือไม่ถูกโฉลกกับดวงของคุณมันก็จะส่งผลเสีย  ทำให้คุณหงุดหงิดไม่สบายใจ หรือหากคุณเลือกใช้  ผ้าม่าน  ผ้าห่ม  ผ้าปูที่นอน ที่มีสีถูกโฉลกกับตัวคุณมาใช้ มันก็จะส่งผลดีให้กับตัวคุณ และสิ่งสำคัญในการเลือกสีให้เหมาะกับดวงของคุณคือ ควรเลือกสีประจำวันเกิดที่ถูกโฉลกกับตัวเอง คุณเกิดในวันอะไร สีที่เหมาะคือสีใดถึงจะเป็นมงคลกับตัวคุณเองเรามาดูกันดีกว่าว่าวันเกิดของคุณจะถูกโฉลกับสีใด

วันจันทร์   สีมงคลคือ  สีน้ำเงิน  และ สีฟ้า
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีแดง

วันอังคาร  สีมงคลคือ  สีแดง 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีเหลือง  สีขาว

วันพุธ (กลางวัน) สีมงคลคือ  สีเหลือง  และ สีขาว
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีชมพู

วันพุธ (กลางคืน) สีมงคลคือ  สีม่วง 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีชมพู

วันพฤหัส สีมงคลคือ  สีเขียวอ่อน 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีม่วง

วันศุกร์ สีมงคลคือ  สีโอรส และ  สีส้ม
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีดำ

วันเสาร์ สีมงคลคือ  สีชมพู
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีเขียว

วันอาทิตย์ สีมงคลคือ  สีเทา และ สีดำ
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีน้ำเงิน


**ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ktcurtain

**ขอขอบคุณภาพประกอบจาก maxpixel.freegreatpicture


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

วิธีแต่งบ้านคลายร้อน

วิธีแต่งบ้านคลายร้อน

บ้านไหนที่รู้สึกเริ่มร้อน วันนี้อีพี.เดคคอร์มีวิธีแต่งบ้านคลายร้อนมาฝาก…

การแต่งบ้านคลายร้อนมีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่างแบบง่ายๆ  คือ ลม น้ำ และต้นไม้ บ้านจะเย็นสบายได้ จะต้องพึ่งลมเป็นอันดับแรก เพราะลมจะช่วยระบายอากาศที่ร้อนอบอ้าวให้คลายลง นอกจากนี้ยังไล่อากาศเสีย กลิ่นอับภายในบ้าน ส่งผลให้คนในบ้านมีสุขภาพดีอีกด้วย

บ้านจะรับลมได้ก็ต่อเมื่อแบบบ้านเอื้ออำนวยให้ลมพัด เข้าบ้านได้ เช่น ประตูเข้าบ้าน ห้องรับแขก ห้องอาหาร ซึ่งเป็นห้องแบบเปิดที่มีช่องประตูหน้าต่างให้ลมเข้าบ้านได้ อยู่ทางทิศใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศทางลมหลัก โดยเฉพาะหน้าร้อน ที่ลมจะมาทางทิศใต้ ก็จะทำให้บ้านเย็นสบาย โดยไม่ต้องพึ่งแอร์ หรือพัดลมเลย แต่ต้องเปิดประตูหน้าต่าง ช่องประตู หน้าต่างของบ้าน อยู่ในตำแหน่งทางลม จะช่องให้บ้านเย็น

น้ำ พูดถึงน้ำก็เย็นแล้ว เพราะฉะนั้น การเอาน้ำมาแต่งบ้าน จึงกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ น้ำตก หินหมุน ไหล้น หรือแม้แต่ตู้ปลาสักตู้ ล้วนนำความเย็นให้กับบ้านทั้งสิ้น ตำแหน่งที่สามารถวางน้ำได้ก็รอบบ้านเลย ตรงไหนก็ได้ แต่มีข้อแม้ตรงที่ว่าจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่คนในบ้านมองเห็น เพราะถ้ามองไม่เห็น ก็ถือว่าไม่ช่วยอะไรเลย น้ำมีผลมากต่อจิตใจของคน เวลาเครียด โมโห หงุดหงิด ลองมานั่งมองน้ำได้ยินเสียงน้ำ สักพักอารมณ์จะดีขึ้น ขนาดน้ำ ยิ่งใหญ่ยิ่งมีผลมาก

ต้นไม้ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บ้านเย็น การปลูกต้นไม้ในบ้านมาก จะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่ส่องเข้าบ้าน โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ (ถ้ามีพื้นที่มากพอ) จะได้ประโยชน์มาก การดูทิศเพื่อปลูกต้นไม้ ก็จะช่วยแก้ความร้อนได้อย่างถูกจุด เช่น ต้นไม้ใหญ่ควรปลูกทางทิศทางแดด คือ ทิศตะวันออก และตะวันตก ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ทางทิศใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะบังลมเข้าบ้าน

บ้านไหนที่อยากให้บ้านเย็นสบาย ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปตกแต่งบ้านกันได้

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก https://www.hilight.kapook และ เดลินิวส์ออนไลน์

 


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

เพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านด้วยวอลเปเปอร์

แปลงโฉมบ้านใหม่ให้มีสีสันและชีวิตชีวาตามสไตล์ของเจ้าบ้านและสมาชิกในครอบครัวได้ง่ายๆ ด้วยการติดวอลเปเปอร์ใหม่ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ก่อนจะเริ่มต้นลงมือเพิ่มลูกเล่นให้บ้านสวยด้วยวอลเปเปอร์ ลองศึกษาและทำความเข้าใจเทคนิคการเลือกวอลเปเปอร์ไว้เล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจกับการตัดสินใจสร้างสีสันให้ผนังบ้านของเรามากยิ่งขึ้น

คำนวณพื้นที่
หากคิดจะติดวอลเปเปอร์ควรเริ่มต้นจากการวัดพื้นที่เพื่อคำนวณปริมาณการใช้วอลเปเปอร์ให้เพียงพอ โดยวัดความกว้างและความสูงของผนังในแต่ละด้าน ก่อนจะนำมาคูณกันใช้หน่วยเป็นตารางเมตร ซึ่งวอลเปเปอร์สีพื้น ลายเล็ก และลายใหญ่ มีผลต่อระยะการต่อลายหรือเศษของวอลเปเปอร์ที่สามารถนำไปใช้กับพื้นที่หน้าต่าง ประตู หรือส่วนตกแต่งอื่นๆ

เช่น วอลเปเปอร์สีพื้นสามารถใช้ได้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะไม่บังคับการต่อลาย จึงเหลือเศษน้อย และติดได้พื้นที่มากกว่าแบบมีลาย ซึ่งวอลเปเปอร์ลายเล็กจะเสียเศษน้อยกว่าและสามารถติดได้พื้นที่มากกว่าลายใหญ่ เนื่องจากการใช้วอลเปเปอร์ลายใหญ่มีระยะการต่อลายมากจึงเสียเศษมากกว่า

เลือกขนาดและวัสดุ
ความยากง่ายในการติดวอลเปเปอร์ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของวอลเปเปอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งส่งผลต่อการทำความสะอาดและระยะเวลาการใช้งานในอนาคต

สำหรับขนาดของวอลเปเปอร์โดยปกติจะแบ่งเป็นวอลเปเปอร์หน้าแคบ ซึ่งเป็นวอลเปเปอร์ขนาดมาตรฐานที่ใช้งานกันทั่วไป และได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยขนาดหน้ากว้าง 53 เซนติเมตร และความยาว 10 เมตร สามารถรีดไล่ฟองอากาศได้ง่ายและรวดเร็วกว่าวอลเปเปอร์ชนาดหน้ากว้างที่มีขนาดตั้งแต่ 70-150 เซนติเมตร และความยาวต่อม้วนประมาณ 10-50 เมตร รวมถึงวอลเปเปอร์ชนิด Border เป็นวอลเปเปอร์แถบคาดขนาดเล็กประมาณ 5-50 เซนติเมตร

ขณะที่ชนิดวัสดุยังมีให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น วอลเปเปอร์กระดาษ ซึ่งต้องใช้ความสามารถในการติดสูง เพราะกระดาษบอบบางและขาดง่ายเวลาโดนกาว หรือการรีดไล่ฟองอากาศที่ต้องระมัดระวัง รวมถึงการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดอาจจะทำให้สีหลุดลอกซีดจาง หรือเป็นรอยด่างได้ เช่นเดียวกับวอลเปเปอร์โฟมที่ติดตั้งยาก เพราะเนื้อกระดาษซึมกาวและแห้งเร็ว ทำให้ต้องระวังวอลเปเปอร์ขาด ทั้งยังต้องพยายามติดให้เสร็จก่อนกาวแห้ง เพื่อไม่ให้งานเสียหายหรือเห็นรอยต่อการติดชัดเจน

ดังนั้น เราอาจจะเลือกใช้วอลเปเปอร์ไวนิลที่การต่อลายง่ายกว่าประเภทอื่น ทั้งยังมีความเหนียวและแข็งแรงไม่ขาดง่าย โดยสามารถยืดตัวได้มากเมื่อโดนกาว รวมถึงวอลเปเปอร์ประเภทผ้าที่ส่วนใหญ่เป็นแบบหน้ากว้าง ซึ่งการต่อลายนิยมใช้วิธีประกบตัด ด้วยคัตเตอร์กรีดครั้งเดียว โดยนำชิ้นหลังเกยทับชิ้นแรกประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อช่วยอำพรางรอยต่อให้เรียบเนียน

สีและลายให้แมตช์กับห้อง
วอลเปเปอร์แต่ละสีให้ความรู้สึกและบรรยากาศที่แตกต่างกัน นอกเหนือจากความชอบส่วนตัวของเราและสมาชิกในครอบครัว เรายังต้องคำนึงถึงการใช้งานในแต่ละห้อง สีของเฟอร์นิเจอร์ แสงไฟ และแสงสว่างที่ส่องกระทบวอลเปเปอร์ ซึ่งการเลือกใช้สีสำหรับวอลเปเปอร์ทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นสีโทนร้อน สีโทนเย็น และสีกลางที่อาจจะใช้แบบผสมผสานกันหรือเลือกใช้สีโทนใดโทนหนึ่งในห้องได้

สีโทนร้อน (warm color) เช่น แดง ส้ม ทอง เหลือง เป็นต้น สามารถใช้เน้นผนังบางส่วน เพื่อสร้างความโดดเด่น หรือเลือกใช้บางพื้นที่เมื่อเทียบกับองค์ประกอบโดยรวมของการตกแต่งห้อง รวมถึงการเล่นระดับสีให้ลดลงแบบวอลเปเปอร์สีเอกรงค์ (monotone) เช่น แดง ส้ม หรือ ส้ม เหลือง เพราะการใช้สีโทนร้อนในปริมาณมากจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนและอยู่ในห้องไม่ได้นาน

สีโทนเย็น (cool color) เช่น น้ำเงิน ม่วง คราม เขียวแก่ เป็นต้น เพราะสำหรับการตกแต่งห้องที่ใช้พักผ่อน ห้องทำงานของผู้บริหารที่ต้องการบรรยากาศความสงบและน่าเชื่อถือ ทั้งยังช่วยสร้างความรู้สึกความเป็นธรรมชาติ ร่มเย็นและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

สีโทนกลาง (neutral color) เช่น สีขาว ดำ เทา น้ำตาล ครีม เป็นต้น เหมาะสำหรับการผสมคู่กับโทนสีอื่น โดยสามารถอยู่คู่กับทุกโทนสี เพื่อให้ความรู้สึกราบเรียบและสะอาดตา ทั้งยังสามารถช่วยลดความฉูดฉาดหรือการกระตุ้นอารมณ์ของสีโทนร้อนได้

ส่วนการเลือกลายวอลเปเปอร์แบ่งออกเป็นวอลเปเปอร์ลายใหญ่หรือสีเข้มควรเลือกใช้เฉพาะบางส่วนของห้อง เช่น พื้นที่หัวเตียง หรือส่วนที่ต้องการเน้นให้โดดเด่นขึ้นมา แต่ไม่ควรใช้กับผนังทุกด้านภายในห้อง เพราะจะทำให้รู้สึกอึดอัด คับแคบ รกสายตา และเบื่อง่าย ทั้งยังสิ้นเปลืองงบประมาณจากระยะการตัดต่อลายใหญ่ที่มักจะเสียเศษมากกว่า

ในทางตรงกันข้ามวอลเปเปอร์ลายเรียบหรือลายเล็กจะช่วยให้รู้สึกว่าขนาดห้องกว้างขวางขึ้น สว่าง และดูสบายตา รวมถึงการต่อลายยังเสียเศษน้อยกว่า จึงเหมาะกับการตกแต่งห้องขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัดหรือห้องที่มีการตกแต่งรายละเอียดมาก รวมถึงห้องที่มีการบิลท์อินเฟอร์นิเจอร์

นอกจากนั้น เรายังสามารถเลือกใช้วอลเปเปอร์ลายทาง เพื่อช่วยให้ห้องดูโปร่งหรือสูงขึ้นสำหรับห้องเพดานเตี้ย รวมถึงการเลือกวอลเปเปอร์ให้เข้ากับสไตล์การแต่งห้อง ด้วยการผสมหลายโทนสีในแนวเดียวกัน หรือตัดกันเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นได้ หรือจะทำวอลเปเปอร์ DIY ด้วยตนเองก็ได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก https://www.ddproperty


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

8 ไอเทมตกแต่งบ้านเสริมมงคล เฮงรับตรุษจีน 2018

นอกจากเรื่องพิธีกรรมต่างๆ แล้ว การตกแต่งบ้านยังเป็นอีกสิ่งสำคัญของผู้มีเชื้อสายจีนนิยมทำกันในช่วงวันตรุษจีน ep decor จึงอยากมาแนะนำของตกแต่งบ้านช่วยเสริมมงคล เฮงรับตรุษจีน 2018 ไปดูกันว่า 8 ไอเทมที่ว่านั้นคืออะไรบ้าง

1.“สุนัข” ป้องกันความชั่วร้ายรับปีจอ

สุนัขพันธุ์เชา เชา (Chow Chow) มีลักษณะคล้ายกับสิงโต (Foo Dog) ซึ่งชาวจีนเชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันความชั่วร้ายต่างๆ ส่วนดีไซน์ลูกบอลเคียงข้างสุนัขนั้นสื่อถึง มิตรภาพ และความเสน่ห์หา เมื่อนำมาจัดตกแต่งพื้นที่ภายในบ้านก็ช่วยเสริมมงคล และยังดูน่ารักงดงาม

2.ม้ามงคลวิ่งก้าวกระโดดแห่งความสำเร็จ

ท่าทางของม้าขณะกำลังวิ่งก้าวกระโดดเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและการเอาชนะอุปสรรคทั้งปวง เมื่อนำไปมอบให้กับผู้อื่นก็เปรียบเสมือนการอวยพรให้ผู้รับประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

3. มังกรแห่งความเจริญรุ่งเรือง

ตามตำนานจีนเล่าขานว่ามังกรเป็นสัตว์สูงศักดิ์ทรงพลัง และมีอิทธิฤทธิ์มากมาย ผู้ที่บูชานับถือจะช่วยนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความสุข ความอุดมสมบูรณ์และช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต

4.เรือสำเภาแห่งความสำเร็จทางธุรกิจการค้า

เรือสำเภาเป็นสัญลักษณ์ของธุรกิจการค้า เปรียบเสมือนความร่ำรวยเงินทอง หลังจากประสบผลสำเร็จจากการค้าใหญ่โตและขนเงินขนทองกลับมา ทั้งนี้ตามหลักฮวงจุ้ยจีนแนะนำให้หันหัวเรือเข้าบ้านหรือที่ทำงาน เพื่อเสริมดวงชะตาการทำธุรกิจการค้าและเกื้อหนุนให้พบกับความสำเร็จ มั่งคั่ง

5.พระมหากัจจายนเถระแห่งความอุดมโภคทรัพย์

เดิมชื่อ กัจจายนโคตร แปลว่า ทอง มีที่มาจากผิวพรรณงามดุจทองคำ เป็นพระพุทธสาวกผู้มีความเฉลียวฉลาด มีบารมี ใบหน้ายิ้มแย้ม และเป็นหนึ่งในไตรภาคีแห่งโชคลาภ ผู้ใดบูชาย่อมเป็นมหามงคลอุดมด้วยโภคทรัพย์และลาภสักการะร่ำรวยเงินทอง

6.เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแห่งความร่ำรวยโชคลาภ

เทพเจ้าที่ชาวจีนเซ่นไหว้รับศักราชใหม่ก่อนเทพองค์อื่น เพราะเป็นเทพเจ้าด้านโชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวย และทำให้ครอบครัวสามัคคีปรองดองอยู่เย็นเป็นสุข

7. สามเทพฮก ลก ซิ่วแห่งความมั่งมี

เทวรูปประดับ สามเทพฮก ลก ซิ่ว ให้คุณทางด้านการเงิน สุขภาพร่างกายและยศถาบรรดาศักดิ์ ให้ผู้ที่บูชามีความมั่งมีศรีสุขและเป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป จึงเป็นที่นิยมแก่การตั้งประดับตกแต่งภายในห้องโถง ห้องนั่งเล่น หรือสถานที่ทำงานกันอย่างมาก

8. กรอบรูปปลาทอง 9 ตัว “มัจฉาพามงคล”

ตามความเชื่อของชาวจีน เลข 9 ถือเป็นเลขมงคล เพราะอ่านออกเสียงจีนว่า “จิ่ว” แปลว่า อายุยืน ส่วนปลาทองมีฉายาว่า “มัจฉาพามงคล” หากบ้านไหนมีปลาทองอยู่ในบ้านก็เปรียบเสมือนมีทองอยู่ในบ้าน และจะนำความร่มเย็น โชคลาภ อำนาจ และบารมีมาสู่ผู้ครอบครอง อีกทั้ง การไหลเวียนของน้ำ ยังสื่อถึงการค้าราบรื่น เมื่อนำมารวมกัน จึงสื่อถึงการนำมาสู่ความมั่งคั่ง และความร่มเย็นเป็นสุข ทำมาค้าขึ้นเงินทองไหลมาเทมา

ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ก็ให้นำมาประดับไว้ในบ้านจะเป็นเหมือนการเปิดรับความเฮงให้กับชีวิต แถมยังได้ของดีไซน์สวยช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูงดงามยิ่งขึ้นด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก www.sanook


ช่องทางติดต่อสอบถาม

—————————————-

อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001 สินค้ามีรับประกันคุณภาพ

☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-353220, 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494