อี.พี.เดคคอร์ ตรวจประเมิณมาตราฐานคุณภาพ ISO 9001:2008

อี.พี.เดคคอร์ ตรวจประเมิณมาตราฐานคุณภาพ ISO 9001:2008
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

โดยอีพีเดคคอร์ (ประเทศไทย)
เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทย
ที่ได้รับรอง ISO 9001:2008 ตั้งแต่ปี 2009
และเตรียมพร้อมเข้าสู่ ISO 9001:2015
เรามุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุด
ด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ พร้อมการรับประกัน

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

#สนใจอุปกรณ์ม่าน คุยกับเรากด ➡ http://goo.gl/03Yuj2
☎ 087–6573977, 053–353220
จำหน่ายปลีก-ส่งตามปริมาณการสั่งซื้อ
— — — — — — — — — — — — — — –
Website: www.epdecor.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/epdecor.co.th/
Catalog สินค้า: https://goo.gl/B6UVnT

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559

 

อี.พี.เดคคอร์ เปิดศูนย์กระจายสินค้าใหม่ สาขาสำเพ็ง 2

 

เปิดแล้วครับ ศูนย์กระจายสินค้าอี.พี.เดคคอร์ สาขาสำเพ็ง 2

แผนที่ศูนย์กระจายสินค้า อี.พี.เดคคอร์ สาขาสำเพ็ง 2
สินค้าพร้อมส่งแล้วครับผม 😋

🚚 ลูกค้า กทม สั่งสินค้าทัก!! Line กดตรงนี้ครับ → https://line.me/R/ti/p/%40epdecor

โทรถามเส้นทางได้ครับ หรือดูแผนที่ GPS ตรงนี้ครับผม: → https://goo.gl/maps/FJfNugw3kUM2

เบอร์ฝ่ายขาย 087-6573977, 053-353220
Website: www.epdecor.co.th
Facebook: www.facebook.com/epdecor.co.th
________________________

สั่งซื้ออุปกรณ์ม่านได้ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ
☎ สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 087-6573977
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494

— — — — — — — — — — — — — — –

เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

จำหน่ายปลีก-ส่งตามปริมาณการสั่งซื้อ
— — — — — — — — — — — — — — –
Catalog สินค้า: https://goo.gl/B6UVnT

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559

 

 

 

 

 

อี.พี.เดคคอร์ เข้ารับโล่ห์ในงานประชุมเชิงวิชาการและแถลงผลงาน โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย 2560

อีพีเดคคอร์ (ประเทศไทย)  โดยคุณสราวุฒิ สินสำเนา

รับโล่ห์จากท่านพลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  ในงานประชุมเชิงวิชาการและแถลงผลงาน

โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย 2560  เมื่อวันที่ 14 กันยายน ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดยอีพีเดคคอร์ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่ม Productivity และเพิ่มทักษะและประสิทธิภาพของพนักงานด้วย Multiskill

 

ขอบคุณ:  สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานที่ 19 เชียงใหม่
ขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษา อ.อัษฎาวุธ แสงนภาเพ็ญ
ขอบคุณพนักงานทุกฝ่ายที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานดีๆ

 

 

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

#สนใจอุปกรณ์ม่าน คุยกับเรากด ➡ http://goo.gl/03Yuj2
☎ 087–6573977, 053–353220
จำหน่ายปลีก-ส่งตามปริมาณการสั่งซื้อ
— — — — — — — — — — — — — — –
Website: www.epdecor.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/epdecor.co.th/
Catalog สินค้า: https://goo.gl/B6UVnT

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559

 

 

สรรพากรมาแล้ว! “เฟซบุ๊ก-กูเกิ้ล-ไลน์” ต้องเสียภาษี

เอาแล้วไง!! สรรพากรมาแล้ว! พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เตรียมตัว ขายของออนไลน์ “เฟซบุ๊ก-กูเกิ้ล-ไลน์” ต้องเสียภาษีด้วยนะ !!

มาถึงวันนี้ เมื่อการค้าขายออนไลน์หรืออี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย มีมูลค่ามากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA) หรือคิดเป็น 40% ของมูลค่าการค้าสินค้าและบริการทั้งหมดของไทยไปแล้ว เช่นเดียวกับเม็ดเงินโฆษณา ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่สื่อดิจิทัล อินเตอร์เน็ต ปีที่ผ่านมามีมูลค่า 9,150 ล้านบาท (ข้อมูลจากสมาคมมีเดียเอเจนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย หรือ MAAT) โดย 90% ของเงินจำนวนดังกล่าว ตกเป็นรายได้ของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) กูเกิล (Google) ยูทูบ (YouTube) และไลน์ (Line) ซึ่งสถานะในไทยเป็นเพียงสำนักงานสาขา รับแต่รายได้ ไม่มีภาระภาษีใดๆ

การขยับเขยื้อนเพื่อนำผู้ค้าและบริการเหล่านี้เข้าสู่ระบบภาษี นำรายได้ไปพัฒนาประเทศในกิจการที่จำเป็น สร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมกับผู้ค้าในช่องทางปกติ ที่ต้องเสียภาษีและอยู่ในกฎระเบียบของภาครัฐ จึงน่าจะถึงเวลาเสียที

และนี่คือความชัดเจนจาก “ประสงค์ พูนธเนศ” อธิบดีกรมสรรพากร ต่อความพยายามครั้งสำคัญ ในฐานะหน่วยงานจัดเก็บและสร้างความเท่าเทียมทางภาระภาษีของประเทศ

“ขณะนี้ กรมสรรพากรกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายสินค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ โดยคาดว่ากระทรวงการคลัง จะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในอีก 2-3 เดือน หรือไม่เกินไตรมาส 2 ของปีนี้ ก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ (สนช.) เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้”

การยกร่างกฎหมายดังกล่าว เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี ซึ่งแต่เดิมนั้น กฎหมายในการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรตลอด 100 ปีที่ผ่านมา (กรมสรรพากรก่อตั้งเมื่อปี 2458) มีการปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษีให้ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์อยู่แล้ว แต่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากและการค้าขายถูกพลิกโฉมไปหมดโดยเทคโนโลยี

“สิ่งที่สรรพากรทำต้องอยู่ภายใต้การรองรับของกฎหมาย แต่เมื่อจะทำเพิ่ม จึงต้องมีการเสนอให้กระทรวงการคลังออกร่างกฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมา เพื่อจัดเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซเป็นการเฉพาะ”

โดยก่อนอื่น ต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่า การดำเนินธุรกิจหรือประกอบอาชีพค้าขายทั้งรายเล็กหรือรายใหญ่ หากมีรายได้ก็ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐบาล เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำเงินภาษีไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน รถไฟ น้ำประปาและไฟฟ้า เพื่อสร้างความเจริญให้แก่ประเทศชาติ

หากเป็นบริษัทนิติบุคคล ก็จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่กรมสรรพากร แต่หากเป็นบุคคลธรรมดาก็เสียภาษีเงินได้บุคคล ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้ หากกิจการเกิดค้าขายดี มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ด้วย

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่มีรายได้ ไม่ว่าร้านค้าขนาดเล็กทั่วไปในท้องตลาดหรือตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก็ต้องมีหน้าที่เสียภาษีให้แก่รัฐบาล และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ ที่แม้จะไม่มีหน้าร้านค้าเหมือนร้านทั่วไป ก็ไม่อาจปฏิเสธภาระภาษีได้ เพราะธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ มีการค้าขายสินค้าและการชำระเงินเกิดขึ้นจริงเหมือนกับธุรกิจห้างร้านทั่วไป

โดยสรรพากรได้วางแนวทางการจัดเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซ ไว้ 2 แนวทาง คือ 1.ภาษีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่มีการซื้อขายสินค้าและบริการในประเทศ 2.อี-คอมเมิร์ซ ที่มีการซื้อขายสินค้าและบริการในต่างประเทศ

ซึ่งกฎหมายปัจจุบันของกรมสรรพากร ครอบคลุมการจัดเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซ ที่มีการซื้อขายสินค้าในประเทศเท่านั้น ส่วนอี-คอมเมิร์ซ ที่มีธุรกรรมการซื้อขายสินค้าในต่างประเทศนั้น ยังไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้

“การจัดเก็บภาษีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ภายในประเทศนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะกรมสรรพากรสามารถติดตามการซื้อขายสินค้าได้จากช่องทางการชำระเงิน ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ มาได้ประมาณ 1-2 ปีแล้ว โดยในแต่ละปีจัดเก็บภาษีจากอี-คอมเมิร์ซกลุ่มนี้ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากระดับ 100 ล้านบาท มาเป็นมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี”

แต่การจัดเก็บภาษีที่กรมสรรพากรยังจัดเก็บไปไม่ถึง คือ การเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซ จากการซื้อขายสินค้าและบริการในต่างประเทศ แม้ว่าธุรกรรมจะเกิดขึ้นในประเทศไทยก็ตาม แต่การชำระเงิน การส่งมอบสินค้าหรือบริการ อาจจะเกิดหรือไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยก็ได้

เช่น การจองห้องพักโรงแรม เมื่อผู้ซื้อได้สั่งจองที่พักแล้ว ผู้ซื้อจ่ายเงินผ่านบัตรวีซ่า ก็จะมีการหักเงินมาจากต่างประเทศ โดยธนาคารพาณิชย์ในไทยทำหน้าที่ในการเป็นตัวกลางชำระเงินเท่านั้น เช่นกับการลงโฆษณาในไลน์หรือเฟซบุ๊ก ที่ชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ก็มีการหักเงินมาจากต่างประเทศเช่นกัน

ดังนั้น เมื่อเจ้าของสินค้าหรือบริการ ไม่มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย กรมสรร-พากรก็ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ จึงทำให้ประเทศไทยสูญรายได้จากการเก็บภาษีเป็นเงินจำนวนมาก

 

ดังนั้นร่างกฎหมายที่จะเสนอใหม่นี้ กรมสรรพากรจึงได้ศึกษาผลดีและผลเสียจากต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย ผ่านการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหวังจะให้รองรับการค้าบนโลกออนไลน์ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า

สำหรับหลักการที่วางไว้คือ 1.กรณีเว็บไซต์โซเชียลมีเดียต่างชาติ ที่มีข้อความหรืออักษรเป็นภาษาไทย ร่างกฎหมายใหม่ จะเปิดกว้างให้กรมสรรพากรตีความว่า เว็บไซต์ดังกล่าว มีสถานที่หรือสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย

2.เมื่อผู้ประกอบการมีสำนักงานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย กรมสรรพากรสามารถประเมินภาษีจากธุรกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นได้ โดยกรมสรรพากรอาจจะระบุจำนวนเงินที่ชัดเจนในการเสียภาษี ซึ่งกรณีนี้หากผู้ประกอบการคิดว่าไม่ถูกต้อง ก็สามารถยื่นเอกสารประกอบการชี้แจง เพื่อการประเมินภาษีร่วมกันได้

ทั้งนี้ อัตราภาษีที่กรมสรรพากรจะเรียกเก็บ จะเท่ากับอัตราภาษีที่ผู้ประกอบการภายในประเทศชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากร โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เก็บในอัตรา 7% ขณะที่ภาษีเงินได้นิติบุคคลเก็บในอัตรา 20%.

กสทช.-ดีอีมองคนละมุม

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทร-คมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การเติบโตของอี-คอมเมิร์ซ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ผ่านไลน์, เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม ฯลฯ นั้นพบว่ามีอัตราการเติบโตก้าวกระโดด ขณะที่กฎหมายกำกับดูแลก้าวตามไม่ทัน

ปัญหานี้เป็นสิ่งที่หลายประเทศมีความกังวล และอยู่ระหว่างหาแนวทางในการกำกับดูแล

“สำหรับการค้าขายออนไลน์ ผมได้เสนอแนวคิดไปยังรัฐบาลแล้วว่า หากจะมีการจัดเก็บภาษีก็ต้องจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) หรือจัดเก็บจากช่องทางการชำระเงิน เพราะเมื่อมีการซื้อขายสินค้า ชำระเงินบัตรเครดิต รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีไม่ได้เลย เพราะปลายทางบริษัทที่ขายสินค้า ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย”

“หรือกรณีโอนเงิน ก็เป็นการโอนเงินระหว่างบุคคล ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้และตรวจสอบก็ไม่ได้ แต่แม้เป็นเรื่องยาก ก็ควรต้องหาช่องทางดำเนินการ เพราะเมื่อมีรายได้ก็ต้องเสียภาษีให้กับประเทศด้วย”

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสร่วมประชุมกับผู้นำองค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งทุกประเทศก็ได้ตั้งคำถามกับโซเชียลมีเดียข้ามชาติเหล่านี้ ว่า ได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศที่เข้าไปให้บริการมากน้อยเพียงใด และดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่นๆหรือไม่ ที่เมื่อทำธุรกิจในประเทศใดแล้ว ก็จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศนั้น เพื่อรัฐบาลจะได้นำเงินจากภาษีไปพัฒนาประเทศ

โดยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ จะประชุมหารือกันในวันที่ 12-13 ก.ย.2560 นี้ เพื่อหารือถึงแนวการกำกับดูแล สร้างอำนาจต่อรองกับผู้ประกอบการระดับโลก เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ เพื่อให้หันมาลงทุนในอาเซียน ไม่ใช่แค่ตั้งสำนักงานสาขาเท่านั้น

นอกจากนั้น กสทช. จะต้องเชิญผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทั้ง 20 ช่อง มาหารือถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเกิดบริการของไลน์ทีวี (Line TV) เฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) และยูทูบทีวี (YouTube TV) ด้วย เพราะทีวีดิจิทัลประมูลมาในราคาที่แพง แต่บริการเหล่านี้ ไม่ต้องประมูล ไม่ต้องขออนุญาต ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี แต่ทำรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงควรอยู่ในการกำกับดูแลด้วย แต่จะกำกับอย่างไร ในเมื่อกฎเกณฑ์ ข้อบังคับยังไม่มี

ขณะที่ พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มองอีกมุม ระบุ ไม่ว่าประเทศใดในโลกรวมทั้งไทย ไม่สามารถปฏิเสธอี-คอมเมิรซ์ได้ และรัฐบาลก็ไม่สามารถกีดกันหรือสร้างกำแพง เพื่อจัดเก็บภาษีได้ เพราะทั่วโลกไม่มีใครทำ

การเข้ามาของโซเชียลมีเดียข้ามชาติเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ไลน์ เฟซบุ๊ก ทำให้คนไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และนำประเทศไทยสู่ยุค 4.0

สิ่งที่ประเทศไทยควรทำ คือการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากโซเชียลมีเดียข้ามชาติเหล่านี้ ด้วยการส่งเสริมให้เกิดนักธุรกิจรายใหม่ (สตาร์ตอัพ) เมื่อมีสตาร์ตอัพจำนวนมากขึ้น ก็จะมีการค้าขายเกิดขึ้น เก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้นไปเอง โดยเชื่อว่าทุกบริษัทตระหนักถึงการเสียภาษีอยู่แล้ว

“ผมไม่อยากให้ไปให้ความสำคัญกับการจัดเก็บภาษี ที่เป็นลักษณะการค้าขายระหว่างผู้บริโภคต่อผู้บริโภค หรือ C to C เพราะเป็นเพียงส่วนน้อย และเราก็ไม่รู้ว่าใครโอนเงินให้ใคร ใครขายของให้ใคร แต่เราควรโฟกัส ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้บริการไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ด้วยการส่งเสริมให้คนไทยพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ดึงดูดให้คนหันมาใช้บริการและใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นนั้นๆมากกว่า”

ขอบคุณที่มา thairath

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

สนใจอุปกรณ์ม่าน ผ้าม่าน  คุยกับเรากด ➡  http://line.me/ti/p/@epdecor
☎ 087–6573977, 053–406394
จำหน่ายปลีก-ส่งตามปริมาณการสั่งซื้อ

Website: www.epdecor.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/epdecor.co.th/
Catalog สินค้า: https://issuu.com/tewansupanklang/docs/catalog-thai/2

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทยรับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559

อี.พี.เดคคอร์ รับรางวัล 1ใน 10 Best Practice Business Model Innovation (ต้นแบบแผนธุรกิจเชิงนวัตกรรม)

คุณสราวุฒิ สินสำเนา ผู้บริหาร #อีพีเดคคอร์(ประเทศไทย) เข้ารับรางวัล 1ใน 10 Best Practice Business Model Innovation (ต้นแบบแผนธุรกิจเชิงนวัตกรรม) ภายใต้โครงการ SMART THAI BIZ จาก 1000 สถานประกอบการ ที่ผ่านการคัดเลือกจาก 4พันรายทั่วประเทศ) นับเป็นรางวัลคุณภาพ รางวัลที่ 3 ของอีพีเดคคอร์ที่ได้รับในปีนี้ 😘

     

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

#สนใจอุปกรณ์ม่าน คุยกับเรากด ➡ http://goo.gl/03Yuj2
☎ 087–6573977, 053–406394
จำหน่ายปลีก-ส่งตามปริมาณการสั่งซื้อ
— — — — — — — — — — — — — — –
Website: www.epdecor.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/epdecor.co.th/
Catalog สินค้า: https://goo.gl/B6UVnT

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559

 

อี.พี.เดคคอร์ กับ รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

รางวัลคือกำลังใจ กำลังใจเป็นแรงขับเคลื่อน
เราจะขับเคลื่อนการพัฒนาต่อไป เพื่อผลิตอุปกรณ์ม่านที่มีคุณภาพดี และให้บริการลูกค้าทุกท่านอย่างดีที่สุด ขอบคุณทุกกำลังใจครับผม 💟

อีพีเดคคอร์ (ประเทศไทย) คื่อ ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO9001 สินค้าไทย รับประกันคุณภาพสินค้า



เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)
ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559


 

banner-ep-decor-new-s

 

สรุปสาระสำคัญ “การแสดงราคาสินค้าบนโลกออนไลน์”

ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ชี้ ผู้ค้าออนไลน์ต้องแสดงรายละเอียดสินค้าและบริการให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเปรียบเทียบ ก่อนตัดสินใจซื้อ


📣 วันที่ 17 มีนาคม 2560 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศ ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่อง การแสดงราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับการจําหน่ายสินค้าและบริการ ผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสในการเปรียบเทียบราคา หรือบริการก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า หรือใช้บริการ

📣 โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 9 (5) มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ พ.ศ. 2542 คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้า หรือบริการผ่านระบบออนไลน์นั้น ต้องแสดงรายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจน ครบถ้วน เปิดเผย อ่านง่าย

📣 ทั้งนี้การแสดงราคาจำหน่ายสินค้า และบริการนั้น ต้องแสดงราคาต่อหน่วย โดยจะมีตัวเลขภาษาใดก็ได้ แต่ต้องมีตัวเลขอารบิกอยู่ด้วย ส่วนข้อความอื่น ๆ ที่แสดงควบคู่กับการจำหน่ายนั้นจะเขียนภาษาใดก็ได้ แต่ต้องมีภาษาไทย

📣 กรณีที่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือจากราคาสินค้านั้น ต้องแสดงให้ชัดเจน ครบถ้วน และเปิดเผย โดยแสดงควบคู่กับราคาจำหน่าย

📣 โดยจะมีผลบังคับใช้หลังวันประกาศพระราชกิจจานุเบกษา คือ วันที่ 21 มีนาคม 2560 โดยมีโทษปรับถึง 10,000 บาท และมีรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแส 25% ของเงินค่าปรับ

สำหรับรายละเอียดทั้งหมด สามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ >> http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA…/PDF/2560/E/082/156.PDF

ข้อมูลจาก เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา
———————————————————————————–

📣บริษัท อี.พี.เดคคอร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตรางม่านและอุปกรณ์ม่าน ที่ได้รับรอง ISO9001 เพียงรายเดียวในประเทศไทย ผ่านการจดทะเบียนพาณิชย์อิเลคทรอนิคส์ จึงมั่นใจได้ว่า สั่งสินค้าอย่าง มั่นใจ ปลอดภัย ได้ของชัวร์

📣และเราขอสนองรับตามพระราชกิจจานุเบกษา จะเริ่มใส่ราคาสินค้าตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2560 เป็นต้นไป โดยราคาที่ลงประกาศจะเป็นราคาขายปลีกครับ ส่วนรายละเอียดของสินค้าบางรายการเราอาจลงได้ครบถ้วน ลูกค้าสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ทางช่องทางแชทได้ตามปกติ หรือแจ้งเบอร์ติดต่อเพื่อให้เราโทรกลับได้ครับผม

📣หากท่านทำธุรกิจเกี่ยวกับการ ติดตั้งม่าน หรือผู้รับเหมา กรุณาแสดงเอกสารแสดงการประกอบกิจการ เพื่อขอรับสิทธิพิเศษ และ รับราคาสำหรับขายส่ง

โดยติดต่อฝ่ายขาย ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
Line ID พิมพ์ @epdecor
หรือกดเพิ่มเพื่อน ตรงนี้ได้เลยครับ > https://line.me/R/ti/p/@epdecor

โทร. 053-406394, 087-6573977
ดูแคตตาล๊อคออนไลน์: https://goo.gl/38hQZx
Website: www.epdecor.co.th
Facebook: www.facebook.com/epdecor.co.th

สำนักงานใหญ่ เชียงใหม่ : 053-406394
📞 อี.พี. เชียงราย : 053-767596
📞 อี.พี. เดคคอร์ อุดร : 087-7868494
📞 พรเจริญ เดคคอร์ พิษณุโลก 089-4388002

 


 

เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559


 

banner-ep-decor-new-s

อี.พี.เดคคอร์ เรียนหลักสูตรการจัดทำ Multi Skill

วันที่ 18 มีนาคม 2560 ได้มีโอกาศเรียนหลักสูตรการจัดทำ Multi Skill ในสถานประกอบการ เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรใน โครงการเพิ่มผลิตภาพการผลิต ของสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน โครงการดีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย จากกรมฯ

Multi Skill เป็นการดึงทักษะ ความเชี่ยวชาญในงานแต่ละงาน และของคนที่กำลังทำงานนั้นๆ ออกมาจัดทำเป็นมาตรฐาน และใช้ในการสอนงานของพนักงาน เป็นเนื้อหาที่ดีมา มีการบ้านให้ทำทุกครั้ง พนักงานได้ความรู้และนำมาพัฒนาให้เป็นประโยชน์แก่องค์กรดีครับผม

epdecor องค์กรแห่งการพัฒนาและสนับสนุนการเรียนรู้อยู่เสมอ











เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559


banner-ep-decor-new-s

อี.พี.เดคคอร์ นำเข้าเครื่องจักร เพื่อเสริมกำลังการผลิต

เครื่องจักรใหม่เอี่ยม และ Robot สั่งนำเข้ามาเสริมกำลังผลิตตั้งแต่ต้นปี เพื่อพัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ทันต่อความต้องการของลูกค้า พร้อมรับประกันคุณภาพสินค้า ภายใต้มาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเราเป็นโรงงานอุปกรณ์ม่านแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ปัจจุบันมีเครื่องฉีด 5 เครื่องแล้วครับผม

อีพี เดคคอร์ (ประเทศไทย) มุ่งพัฒนาตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงส่งมอบแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุดครับ




เมื่อนึกถึงเรื่องตกแต่งผ้าม่านและอุปกรณ์ม่าน คุณภาพเยี่ยม
นึกถึงเรา อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย)

ผู้ผลิตอุปกรณ์ม่านรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรอง ISO 9001:2008
สินค้าผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้า
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ ปี 2558
รางวัลการประกวด สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2559


 

banner-ep-decor-new-s

อี.พี.สานอาสาสร้างสุขให้เด็กสถานสงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อน

กิจกรรม อี.พี.สานอาสาสร้างสุขให้เด็กสถานสงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อน ภาคเหนือ เสาร์ที่ 24 ธ.ค. ที่ผ่านมา

อี.พี.เดคคอร์ ได้ร่วมกันนำสิ่งของและเงินบริจาค ไปมอบให้แก่เด็กๆ ที่ ศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อน หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้มีการเลี้ยงอาหารกลางวัน และทำกิจกรรมสันทนาการกับน้องๆ ด้วย
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนและสิ่งของต่าง มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

20161224_161226_0288n


20161224_161226_0173n


20161224_161226_0027-n


20161224_161226_0023-n


20161224_161226_0286n


20161224_161226_0440n


20161224_161226_0439n


20161224_161226_0324n


20161224_161226_0325n


20161224_161226_0485n


20161224_161226_0306n


20161224_161226_0052n


20161224_161226_0031-n


20161224_161226_0219n


20161224_161226_0247n


20161224_161226_0252n